LAW 3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว 2/2553

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2  ปีการศึกษา  2553

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ 1 นายมั่น อายุ 25 ปี ทำสัญญาหมั้น น.ส.ประไพ อายุ 19 ปี 8 เดือน ด้วยแหวนเพชร 1 วง และให้สินสอด 1 แสนบาทแก่บิดามารดาของ น.ส.ประไพ หนึ่งเดือนต่อมาได้มีการจัดพิธีสมรสตามประเพณีและได้อยู่กินกันฉันสามีภริยา อีกหนึ่งเดือนต่อมาทั้งคู่ได้ไปที่ว่าการอำเภอเพื่อทำการจดทะเบียนสมรส แต่เจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการให้เพราะบิดาได้เดินทางไปทำงานที่จังหวัดอื่น นายมั่นและ น.ส.ประไพได้อยู่กินฉันสามีภริยาต่อมาเป็นเวลา 8 เดือนเศษ ก็ได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน นายมั่นได้ไปแจ้งที่อำเภอให้เรียก น.ส.ประไพมาทำการจดทะเบียนสมรส แต่ น.ส.ประไพ ไม่ยินยอมไปจดทะเบียนสมรสด้วย นายมั่นจึงต้องการฟ้องเรียกแหวนหมั้นสินสอดและค่าทดแทนด้วย เช่นนี้ จะสามารถทำได้หรือไม่ เพราะเหตุใด จงอธิบาย

Advertisement

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1436 ผู้เยาว์จะทำการหมั้นได้ต้องได้รับความยินยอมของบุคคลดังต่อไปนี้

(1) บิดาและมารดา ในกรณีที่มีทั้งบิดามารดา

มาตรา 1437 วรรคแรกและวรรคสาม การหมั้นจะสมบูรณ์เมื่อฝ่ายชายได้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินอันเป็นของหมั้นให้แก่หญิงเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้น

สินสอดเป็นทรัพย์สินซึ่งฝ่ายชายให้แก่บิดามารดา ผู้รับบุตรบุญธรรมหรือผู้ปกครองฝ่ายหญิงแล้วแต่กรณี เพื่อตอบแทนการที่หญิงยอมสมรส ถ้าไม่มีการสมรสโดยมีเหตุสำคัญอันเกิดแก่หญิง หรือโดยมีพฤติการณ์ซึ่งฝ่ายหญิงต้องรับผิดชอบ ทำให้ชายไม่สมควรหรือไม่อาจสมรสกับหญิงนั้น ฝ่ายชายเรียกสินสอดคืนได้

มาตรา 1439 เมื่อมีการหมั้นแล้ว ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญาหมั้นอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเรียกให้รับผิดใช้ค่าทดแทน ในกรณีที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้นให้คืนของหมั้นแก่ฝ่ายชายด้วย

มาตรา 1440 ค่าทดแทนนั้นอาจเรียกได้ ดังต่อไปนี้

(1) ทดแทนความเสียหายต่อกายหรือชื่อเสียงแห่งชายหรือหญิงนั้น

(2) ทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่คู่หมั้น บิดามารดา หรือบุคคลผู้กระทำการในฐานะเช่นบิดามารดาได้ใช้จ่ายหรือต้องตกเป็นลูกหนี้เนื่องจากในการเตรียมการสมรสโดยสุจริตและตามสมควร

(3) ทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่คู่หมั้นได้จัดการทรัพย์สินหรือการอื่นอันเกี่ยวแก่อาชีพทำมาหาได้ของตนไปโดยสมควรด้วยการคาดหมายว่าจะได้มีการสมรส

มาตรา 1454 ผู้เยาว์จะทำการสมรสให้นำความในมาตรา 1436 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัย ดังนี้คือ

1 การหมั้นระหว่างนายมั่นกับ น.ส.ประไพผู้เยาว์สมบูรณ์หรือไม่ กรณีนี้เห็นว่าเมื่อการหมั้นระหว่างนายมั่นกับ น.ส.ประไพผู้เยาว์ ได้ทำถูกต้องตามบทบัญญัติมาตรา 1436 และมาตรา 1437 วรรคแรก กล่าวคือ เมื่อการหมั้นนั้นบิดามารดาของ น.ส.ประไพผู้เยาว์ได้ให้ความยินยอม และได้มีการส่งมอบแหวนหมั้นให้แก่หญิงคู่หมั้นแล้ว การหมั้นดังกล่าวจึงมีผลสมบูรณ์ ดังนั้นถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาหมั้น ฝ่ายที่มิได้ผิดสัญญาหมั้นย่อมมีสิทธิเรียกให้ฝ่ายที่ผิดสัญญาหมั้นรับผิดใช้ค่าทดแทนได้ตามมาตรา 1439 และมาตรา 1440 และในกรณีที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้นจะต้องคืนของหมั้นให้แก่ฝ่ายชายด้วย และฝ่ายชายมีสิทธิเรียกสินสอด (ถ้ามี) คืนได้ตามมาตรา 1437วรรคสาม

2 การที่นายมั่นได้ไปแจ้งที่อำเภอให้เรียก น.ส.ประไพมาทำการสมรส แต่ น.ส.ประไพไม่ยินยอมไปจดทะเบียนสมรสด้วย กรณีนี้ถือว่า น.ส.ประไพเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้นหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงตามอุทาหรณ์นั้นปรากฏว่า การที่ น.ส.ประไพไม่ยินยอมไปจดทะเบียนสมรสกับนายมั่น เป็นเพราะว่าในตอนแรกหลังจากที่ทั้งสองได้หมั้นกันและได้มีการจัดพิธีสมรสตามประเพณี และได้อยู่กินกันฉันสามีภริยานั้น ทั้งสองก็มีเจตนาที่จะสมรสกันตามสัญญาโดยจะเห็นได้จากการที่ทั้งสองได้ไปที่ที่ว่าการอำเภอเพื่อทำการจดทะเบียนสมรสกันแต่เจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการให้ เพราะขณะนั้น น.ส.ประไพยังเป็นผู้เยาว์และไม่ได้รับความยินยอมจากบิดาเนื่องจากบิดาของ น.ส.ประไพไม่อยู่ ดังนั้นทั้งสองจึงไม่สามารถทำการสมรสกันได้ตามมาตรา 1454 และหลังจากนั้นการที่ทั้งสองได้อยู่กินกันฉันสามีภริยาเป็นเวลา 8 เดือนเศษ โดยทั้งสองฝ่ายต่างไม่นำพาต่อการจดทะเบียนสมรส ดังนั้นเมื่อทั้งสองได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน จนเป็นเหตุให้ น.ส.ประไพไม่ยอมไปจดทะเบียนสมรสกับนายมั่นตามที่นายมั่นเรียกร้องนั้น กรณีนี้จะถือว่า น.ส.ประไพเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้นตามมาตรา 1439 ไม่ได้ (ฎ. 356/2513)

3 เมื่อข้อเท็จจริงตามอุทาหรณ์ ไม่ถือว่า น.ส.ประไพเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้น ดังนั้นนายมั่นไม่มีสิทธิที่จะเรียกค่าทดแทน และเรียกของหมั้นคืนจาก น.ส.ประไพตามมาตรา 1439 และมาตรา 1440 และการที่ น.ส.ประไพไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับนายมั่นตามข้อเท็จจริงดังกล่าว ก็ไม่ถือว่าเป็นกรณีที่ไม่มีการสมรส โดยมีเหตุสำคัญเกิดแก่หญิงหรือโดยมีพฤติการณ์ซึ่งฝ่ายหญิงต้องรับผิดชอบตามมาตรา 1437 วรรคสาม ดังนั้น นายมั่นจะเรียกสินสอดคืนก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน

สรุป นายมั่นไม่สามารถฟ้องเรียกค่าทดแทน และไม่สามารถฟ้องเรียกแหวนหมั้นและสินสอดคืน

Advertisement