LAW 3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว 1/2553

Advertisement

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2553

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  นายสุขสมได้ทำสัญญาหมั้น  น.ส.ดวงตาด้วยแหวนเพชรหนึ่งวงและเงินสด  400,000  บาท  ทั้งสองได้จัดพิธีสมรสกันในวันที่  14 กุมภาพันธ์  2552  ต่อมานายสุขสมได้ไปทำงานที่ต่างจังหวัดและได้ไปมีความสัมพันธ์หลับนอนกับ  น.ส.อุสา  บิดามารดาของ  น.ส.อุสาจึงให้นายสุขสมจดทะเบียนสมรสกับ  น.ส.อุสา  เมื่อวันที่  24  มิถุนายน  2552  เมื่อ  น.ส.ดวงตาทราบก็ไม่พอใจต้องการฟ้องเรียกค่าทดแทนจากนายสุขสมได้หรือไม่

Advertisement

ต่อมาเมื่อ  น.ส.อุสาทราบว่านายสุขสมมีภริยาอยู่ก่อนแล้วคือ  น.ส.ดวงตาทำให้ตนเป็นภริยาน้อย  ก็เสียใจจึงได้จดทะเบียนสมรสอยู่กินกับนายเดชโดยไม่ทราบว่านายเดชถูกศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ  การสมรสจะมีผลเป็นอย่างไร  เพราะเหตุใด  จงอธิบาย

ธงคำตอบ

มาตรา  1439  เมื่อมีการหมั้นแล้ว  ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญาหมั้นอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเรียกให้รับผิดใช้ค่าทดแทน  ในกรณีที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้นให้คืนของหมั้นแก่ฝ่ายชายด้วย

มาตรา  1440  ค่าทดแทนนั้นอาจเรียกได้  ดังต่อไปนี้

(1)          ทดแทนความเสียหายต่อกายหรือชื่อเสียงแห่งชายหรือหญิงนั้น

(2)          ทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่คู่หมั้น  บิดามารดา  หรือบุคคลผู้กระทำการในฐานะเช่นบิดามารดาได้ใช้จ่ายหรือต้องตกเป็นลูกหนี้เนื่องจากในการเตรียมการสมรสโดยสุจริตและตามสมควร

(3)          ทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่คู่หมั้นได้จัดการทรัพย์สินหรือการอื่นอันเกี่ยวแก่อาชีพทำมาหาได้ของตนไปโดยสมควรด้วยการคาดหมายว่าจะได้มีการสมรส

มาตรา  1452  ชายหรือหญิงจะทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่ไม่ได้

มาตรา  1457  การสมรสตามประมวลกฎหมายนี้จะมีได้เฉพาะเมื่อได้จดทะเบียนแล้วเท่านั้น

มาตรา  1495  การสมรสที่ฝ่าฝืนมาตรา  1449  มาตรา  1450  มาตรา  1452  และมาตรา  1458  เป็นโมฆะ

วินิจฉัย

การที่นายสุขสมได้ทำสัญญาหมั้น  น.ส.ดวงตา  และได้จัดพิธีสมรสกันในวันที่  14  กุมภาพันธ์  2552  นั้น  เมื่อไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรสตามมาตรา  1457  จึงยังไม่ถือว่าเป็นการสมรส  คือ  ให้ถือว่ายังอยู่ในระหว่างการหมั้นเท่านั้น  ดังนั้นเมื่อนายสุขสมได้จดทะเบียนสมรสกับ  น.ส.อุสา  เมื่อวันที่  24  มิถุนายน  2552  การกระทำของนายสุขสมจึงเป็นการผิดสัญญาหมั้นตามมาตรา  1439  และ  น.ส.ดวงตาสามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนได้ตามมาตรา  1440 

ส่วนกรณีที่  น.ส.อุสาได้จดทะเบียนสมรสกับนายสุขสมตามมาตรา  1457  นั้น  ถือว่า  น.ส.อุสากับนายสุขสม  เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย  ดังนั้นเมื่อ  น.ส.อุสาได้ไปจดทะเบียนสมรสกับนายเดชคนเสมือนไร้ความสามารถ  แม้กฎหมายจะไม่ห้ามคนเสมือนไร้ความสามารถทำการสมรสก็ตาม  แต่การกระทำของ  น.ส.อุสาที่จดทะเบียนสมรสกับนายเดชนั้นเป็นการฝ่าฝืนมาตรา  1452  คือเป็นการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่แล้ว  ซึ่งถือเป็นการสมรสซ้อน  ดังนั้นการสมรสจึงตกเป็นโมฆะตามมาตรา  1495

สรุป  น.ส.ดวงตาฟ้องเรียกค่าทดแทนจากนายสุขสมได้

การสมรสระหว่าง  น.ส.อุสากับนายเดชมีผลเป็นโมฆะ

Advertisement