LAW 3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว 1/2554

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา  2554

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ 1 นายมนูญอายุ 29 ปี ทำสัญญาหมั้นนางสาวรัศมีอายุ 25 ปี ด้วยแหวนเพชร 1 วง และทอง 5 บาท ต่อมานายมนูญได้จัดงานพิธีมงคลสมรสกับนางสาวรัศมี และตกลงกันว่าจะจดทะเบียนสมรสในอีก 1 ปีข้างหน้า ในระหว่างนั้นเอง นายมนูญได้เที่ยวเตร่หลับนอนกับนางสาวสุดาอายุ 19 ปี และนางสาวสุดาได้ขู่ว่าจะบอกบิดาซึ่งมีนิสัยโมโหร้าย นายมนูญและนางสาวสุดาจึงแอบจดทะเบียนสมรสโดยไม่บอกให้ผู้ใดทราบ ต่อมานางสาวรัศมีทราบความจริงก็โกรธจึงต้องการฟ้องว่าการสมรสไม่ถูกต้องได้หรือไม่ และต้องการฟ้องเรียกค่าทดแทนจากนายมนูญได้หรือไม่ เพราะเหตุใด จงอธิบาย

Advertisement

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1437 วรรคแรก การหมั้นจะสมบูรณ์เมื่อฝ่ายชายได้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินอันเป็นของหมั้นให้แก่หญิงเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้น

มาตรา 1439 เมื่อมีการหมั้นแล้ว ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญาหมั้นอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเรียกให้รับผิดใช้ค่าทดแทน ในกรณีที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้นให้คืนของหมั้นแก่ฝ่ายชายด้วย

มาตรา 1440 ค่าทดแทนนั้นอาจเรียกได้ ดังต่อไปนี้

(1) ทดแทนความเสียหายต่อกายหรือชื่อเสียงแห่งชายหรือหญิงนั้น

มาตรา 1454 ผู้เยาว์จะทำการสมรสให้นำความในมาตรา 1436 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 1503 เหตุที่จะขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการสมรสเพราะเหตุว่าเป็นโมฆียะ มีเฉพาะในกรณีที่คู่สมรสทำการฝ่าฝืนมาตรา 1448 มาตรา 1505 มาตรา 1506 มาตรา 1507 และมาตรา 1509

มาตรา 1509 การสมรสที่มิได้รับความยินยอมของบุคคลดังกล่าวในมาตรา 1454 การสมรสนั้นเป็นโมฆียะ

มาตรา 1510 วรรคแรก การสมรสที่เป็นโมฆียะเพราะมิได้รับความยินยอมของบุคคลดังกล่าวในมาตรา 1454 เฉพาะบุคคลที่อาจให้ความยินยอมตามมาตรา 1454 เท่านั้น ขอให้เพิกถอนการสมรสได้

วินิจฉัย

โดยหลักของกฎหมาย ในกรณีที่มีการหมั้น และการหมั้นมีผลสมบูรณ์ตามมาตรา 1437 วรรคแรก คือฝ่ายชายได้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินอันเป็นของหมั้นให้แก่หญิง เพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้นแล้ว เมื่อมีการผิดสัญญาหมั้น ฝ่ายที่มิได้ผิดสัญญาหมั้นย่อมมีสิทธิเรียกให้ฝ่ายที่ผิดสัญญาหมั้นรับผิดใช้ค่าทดแทนได้ตามมาตรา 1439 และมาตรา 1440

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายมนูญได้ทำการหมั้นกับนางสาวรัศมีด้วยแหวนเพชร 1 วง และทอง 5 บาท โดยตกลงกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกันในอีก 1 ปี ข้างหน้านั้น การหมั้นระหว่างนายมนูญกับนางสาวรัศมีมีผลสมบูรณ์ ตามมาตรา 1437 วรรคแรก ดังนั้น เมื่อต่อมานายมนูญได้จดทะเบียนสมรสกับนางสาวสุดา จึงถือว่านายมนูญผิดสัญญาหมั้น นางสาวรัศมีจึงมีสิทธิเรียกให้นายมนูญรับผิดใช้ค่าทดแทนได้ตามมาตรา 1439 และค่าทดแทนที่นางสาวรัศมีสามารถเรียกได้ คือค่าทดแทนความเสียหายต่อกายหรือชื่อเสียงของนางสาวรัศมีตามมาตรา 1440(1)

และการที่นายมนูญได้จดทะเบียนสมรสกับนางสาวสุดาซึ่งมีอายุ 19 ปี และยังเป็นผู้เยาว์ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากบิดาและมารดาของนางสาวสุดานั้น เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 1509 การสมรสจึงมีผลเป็นโมฆียะ และตามมาตรา 1503 ประกอบกับมาตรา 1510 วรรคแรก ผู้ที่จะฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการสมรสได้นั้น ต้องเป็นบุคคลที่อาจให้ความยินยอมตามมาตรา 1454 เท่านั้น ซึ่งในกรณีนี้คือ บิดาและมารดาของนางสาวสุดานั่นเอง ดังนั้น นางสาวรัศมีจะฟ้องให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการสมรสระหว่างนายมนูญกับนางสาวสุดาไม่ได้

สรุป นางสาวรัศมีจะฟ้องว่าการสมรสไม่ถูกต้องไม่ได้ แต่สามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนจากนายมนูญได้ ตามเหตุผลดังกล่าวข้างต้น

Advertisement