LAW3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว 2/2555

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2555

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายสุธรรมได้อยู่กินฉันสามีภริยากับ น.ส.สมหญิง แต่ต่อมาได้ทะเลาะเบาะแว้งกันจึงตกลงทําหนังสือหย่าร้างกันโดยมีข้อตกลงว่าจะไม่เรียกร้องทรัพย์สินระหว่างกัน นายสุธรรมได้ทํา สัญญาหมั้นกับ น.ส.น้ำผึ้งด้วยแหวนเพชร 1 วง และได้อยู่กินร่วมกัน แต่ต่อมา น.ส.น้ำผึ้งได้ทราบว่า นายสุธรรมได้อยู่กินกับ น.ส.สมหญิงมาก่อนจึงไม่พอใจ น.ส.น้ำผึ้งจึงได้ทําสัญญาหมั้นกับนายดนัย ที่มาชอบพอด้วยแหวนเพชร 1 วง แต่เมื่อนายดนัยได้ทราบว่า น.ส.น้ำผึ้งได้หมั้นหมายและเคยอยู่กิน กับนายสุธรรมมาก่อนก็ไม่พอใจ จึงต้องการฟ้องเรียกแหวนหมั้นคืน และฟ้องเรียกค่าทดแทนจากน.ส.น้ำผึ้ง และจากนายสุธรรมด้วย เช่นนี้ จะทําได้หรือไม่ เพราะเหตุใด จงอธิบาย

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1437 วรรคแรก “การหมั้นจะสมบูรณ์เมื่อฝ่ายชายได้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินอันเป็น ของหมั้นให้แก่หญิงเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้น”

มาตรา 1438 “การหมั้นไม่เป็นเหตุที่จะร้องขอให้ศาลบังคับให้สมรสได้ ถ้าได้มีข้อตกลงกันไว้ว่า จะให้เบี้ยปรับในเมื่อผิดสัญญาหมั้น ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ”

มาตรา 1442 “ในกรณีมีเหตุสําคัญอันเกิดแก่หญิงคู่หมั้น ทําให้ชายไม่สมควรสมรสกับหญิงนั้น ชายมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นได้และให้หญิงคืนของหมั้นแก่ชาย”

มาตรา 1444 “ถ้าเหตุอันทําให้คู่หมั้นบอกเลิกสัญญาหมั้นเป็นเพราะการกระทําชั่วอย่างร้ายแรง ของคู่หมั้นอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งได้กระทําภายหลังการหมั้นคู่หมั้นผู้กระทําชั่วอย่างร้ายแรงนั้นต้องรับผิดใช้ค่าทดแทน แก่คู่หมั้นผู้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นเสมือนเป็นผู้ผิดสัญญาหมั้น”

มาตรา 1445 “ชายหรือหญิงคู่หมั้นอาจเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งได้ร่วมประเวณีกับคู่หมั้น ของตนโดยรู้หรือควรจะรู้ถึงการหมั้นนั้น เมื่อได้บอกเลิกสัญญาหมั้นตามมาตรา 1442 หรือมาตรา 1443 แล้วแต่กรณี

มาตรา 1457 “การสมรสตามประมวลกฎหมายนี้จะมีได้เฉพาะเมื่อได้จดทะเบียนแล้วเท่านั้น”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ แยกพิจารณาได้ดังนี้ คือ

1 การที่นายสุธรรมได้อยู่กินฉันสามีภริยากับ น.ส.สมหญิงโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันนั้น ถือว่าทั้งสองไม่ได้เป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย (มาตรา 1457)

2 การที่นายสุธรรมได้ทําสัญญาหมั้นกับ น.ส.น้ำผึ้ง ด้วยแหวนเพชร 1 วง ถือว่าการหมั้น ระหว่างนายสุธรรมกับ น.ส.น้ำผึ้งมีผลสมบูรณ์ตามมาตรา 1437 วรรคแรก

3 การที่ น.ส.น้ำผึ้งได้ทราบว่านายสุธรรมได้เคยอยู่กินกับ น.ส.สมหญิงมาก่อนจึงไม่พอใจ และได้ทําสัญญาหมั้นกับนายดนัยด้วยแหวนเพชร 1 วงนั้น ถือว่าการหมั้นระหว่าง น.ส.น้ำผึ้งกับนายดนัยมีผลสมบูรณ์ ตามมาตรา 1437 วรรคแรก แม้ว่าในขณะที่หมั้นกับนายดนัยนั้น น.ส.น้ำผึ้งจะมีคู่หมั้นคือนายสุธรรมอยู่แล้วก็ตาม

ทั้งนี้เพราะตามมาตรา 1438 ได้บัญญัติไว้ว่า การหมั้นนั้นไม่เป็นเหตุที่จะร้องขอให้ศาลบังคับให้สมรสได้ กล่าวคือ นายสุธรรมจะร้องขอให้ศาลบังคับให้ น.ส.น้ำผึ้งสมรสกับตนไม่ได้นั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตามเมื่อนายดนัยได้ทราบว่า น.ส.น้ำผึ้งได้หมั้นหมายและเคยอยู่กินกับนายสุธรรม มาก่อน ดังนี้นายดนัยย่อมถือว่ามีเหตุสําคัญอันเกิดแก่หญิงคู่หมั้น ทําให้ไม่สมควรสมรสกับหญิงนั้นได้ ตามมาตรา 1442 และมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นและให้ น.ส.น้ำผึ้งคืนของหมั้นแก่นายดนัยได้

แต่นายดนัยจะเรียกค่าทดแทนจาก น.ส.น้ำผึ้งตามมาตรา 1444 ไม่ได้ และจะเรียกค่าทดแทน จากนายสุธรรมตามมาตรา 1445 ก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะการที่นายสุธรรมได้อยู่กินร่วมกันกับ น.ส.น้ำผึ้งนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่นายดนัยจะได้ทําสัญญาหมั้นกับ น.ส.น้ำผึ้ง

สรุป

นายดนัยสามารถฟ้องเรียกแหวนหมั้นคืนได้เมื่อได้บอกเลิกสัญญาหมั้นกับ น.ส.น้ำผึ้ง แต่จะเรียกค่าทดแทนจาก น.ส.น้ําผึ้งและจากนายสุธรรมไม่ได้

Advertisement