LAW 2013 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด 2/2547

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2547

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 2013 

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  3  ข้อ

ข้อ  1  ก  บุญมีออกทุนให้สำรวยเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการทำประมงจำนวน  2  ล้านบาท  ต่อการออกทะเลจับปลาแต่ละครั้ง  เป็นเวลา  5  ปี  โดยให้เบิกเงินสด  น้ำมัน  น้ำแข็ง  โดยบุญมีจะจดบัญชีเป็นจำนวนเงินทั้งหมดตามที่สำรวยเอาไปจริงและเมื่อสำรวยได้ปลามาแล้วจะต้องส่งมอบให้แก่บุญมีเพื่อนำไปขายส่งให้กับทองจันทร์  เมื่อขายได้บุญมีจะหักเงินไว้  10  เปอร์เซ็นเป็นค่าตอบแทนในการขายปลา  แล้วส่งใบเสร็จรับเงินค่าปลาให้สำรวยเก็บไว้เพื่อตรวจสอบและมีข้อตกลงหักทอนบัญชีกันทุกๆ  3  เดือน  เพื่อจะได้ทราบว่าฝ่ายใดเป็นเจ้าหนี้  ลูกหนี้จำนวนเท่าใดโดยมีสมุดบัญชีเบิกเงินรายวัน  สมุดบัญชีน้ำมัน  สมุดบัญชีน้ำแข็ง  สมุดบัญชีฝากขายปลาเป็นหลักฐานในการตรวจสอบ  ดังนี้  นิติสัมพันธ์ระหว่างบุญมีกับสำรวยเป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัดหรือไม่  เพราะเหตุใด

ข  ผู้ทรงที่รับโอนตั๋วแลกเงินมาโดยการสลักหลังลอย  สามารถโอนตั๋วแลกเงินเพื่อชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ของตนได้อย่างไรบ้าง

ธงคำตอบ

ก  อธิบาย

มาตรา  856  อันว่าสัญญาบัญชีเดินสะพัดนั้น  คือสัญญาซึ่งบุคคลสองคนตกลงกันว่าสืบแต่นั้นไปหรือในชั่วเวลากำหนดอันใดอันหนึ่ง  ให้ตัดทอนบัญชีหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนอันเกิดขึ้นแต่กิจการในระหว่างเขาทั้งสองนั้นหักกลบลบกัน  และคงชำระแต่ส่วนที่เป็นจำนวนคงเหลือโดยดุลภาค

วินิจฉัย

ข้อตกลงระหว่างบุญมีกับสำรวยเป็นข้อตกลงที่คู่กรณีได้ตกลงกันว่า  ชั่วระยะเวลา  5  ปี  ที่กำหนดนั้น  ให้เอาหนี้สินที่เกิดขึ้นระหว่างเขาทั้งสองที่มีการจดบัญชีกันไว้  มาตัดทอนกันทั้งหมดหรือบางส่วนด้วยการหักกลบลบกัน  และชำระแต่ละส่วนที่จำนวนคงเหลือ  โดยดุลภาคอันเป็นลักษณะของสัญญาบัญชีเดินสะพัด

สรุป  ข้อตกลงระหว่างบุญมีกับสำรวยเป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัด

ข  อธิบาย 

การสลักหลังลอย  คือ  การที่ผู้สลักหลังเพียงลงลายมือชื่อของตนเองโดยลำพังด้านหลังตั๋วเงิน  โดยไม่ต้องระบุชื่อผู้รับประโยชน์  (ผู้รับสลักหลัง)  มาตรา  919  วรรคสอง

ผู้ทรงที่ได้รับโอนตั๋วเงินมาโดยการสลักหลังลอย  สามารถโอนตั๋วแลกเงินเพื่อชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ของตนได้  ตามมาตรา  920  วรรคสอง  ซึ่งสามารถเลือกโอนตั๋วแลกเงินนั้นต่อไปได้ใน  3  วิธีดังต่อไปนี้  คือ

(1) กรอกข้อความลงในที่ว่างด้วยเขียนชื่อของตนเองหรือชื่อบุคคลอื่นผู้ใดผู้หนึ่ง  (เติมชื่อบุคคลที่ตนเองประสงค์จะโอนให้)

 (2) ผู้รับโอนตั๋วมาด้วยการสลักหลังลอยนั้น  อาจสลักหลังตั๋วเงินต่อไปได้อีก  โดยเป็นการสลักหลังให้แก่บุคคลอื่นผู้ใดผู้หนึ่ง  คือ  ได้รับตั๋วมาแล้วก็สลักหลังลอยต่อไปอีก  หรือว่าสลักหลังเฉพาะ  คือ  สลักหลังให้แก่ผู้ใดผู้หนึ่งก็ได้

 (3) โอนตั๋วนั้นให้แก่บุคคลภายนอกโดยไม่กรอกข้อความในที่ว่างและไม่สลักหลังอย่างหนึ่งอย่างใด  กรณีนี้ก็เหมือนกับวิธีการโอนตั๋วผู้ถือ  แม้เป็นตั๋วระบุชื่อแต่เมื่อมีการสลักหลังลอยมาก็ส่งมอบต่อไปเลย  คนที่ส่งมอบไปนั้นก็ไม่ต้องรับผิดตามตั๋วเงินนั้นเพราะไม่ได้ลงชื่อในตั๋วเงินนั้นเลย