LAW2013 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด 1/2558

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2558

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2013 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. (ก) การโอนตั๋วเงินที่ถูกต้องตามหลักกฎหมายนั้นมีวิธีการอย่างไร จงอธิบาย

Advertisement

(ข) นายไก่สั่งจ่ายเช็คฉบับหนึ่งระบุชื่อนายนกลงในช่องที่ให้ระบุชื่อผู้รับเงิน พร้อมทั้งขีดฆ่าคําว่า“หรือผู้ถือ” ออก แล้วส่งมอบชําระหนี้ค่าเช่าอาคารให้แก่นายนก ต่อมานายนกต้องการจะนําเช็ค ฉบับดังกล่าวโอนชําระหนี้ค่าสินค้าให้แก่นายหนู จึงมาสอบถามวิธีการโอนกับนายปลา ซึ่งนายปลา ได้แนะนําให้นายนกจะต้องทําการโอนเช็คให้แก่นายหนูด้วยวิธีการ “ลงลายมือชื่อสลักหลัง พร้อม ระบุชื่อนายหนูให้เป็นผู้รับโอนลงในเช็ค และส่งมอบเช็คนั้นให้แก่นายหนู เพียงวิธีการเดียว เท่านั้น” จึงจะเป็นการโอนเช็คที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ดังนี้ คําแนะนําเกี่ยวกับวิธีการโอนเช็ค ที่นายปลาให้แก่นายนกนั้นเป็นคําแนะนําที่ถูกต้องตามหลักกฎหมายหรือไม่ อย่างไร เพราะ เหตุใด

ธงคําตอบ

(ก) ตามกฎหมายตั๋วเงินมี 3 ประเภท ได้แก่ ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และเช็ค ซึ่งหลักในการ โอนตั๋วเงินนั้น กฎหมายได้บัญญัติไว้ในส่วนที่เกี่ยวกับตั๋วแลกเงินเท่านั้น เพียงแต่ได้กําหนดให้นําหลักในการโอน ตั๋วแลกเงินชนิดสั่งจ่ายระบุชื่อไปใช้กับการโอนตัวสัญญาใช้เงินและเช็คด้วย (ตามมาตรา 985 วรรคแรก และ มาตรา 989 วรรคแรก) และให้นําหลักในการโอนตั๋วแลกเงินชนิดสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือไปใช้กับการโอนเช็คชนิดสั่งจ่าย แก่ผู้ถือด้วย (ตามมาตรา 989 วรรคแรก)

สําหรับหลักในการโอนตั๋วแลกเงินนั้น กฎหมายได้กําหนดไว้ดังนี้ คือ

1 ตั๋วแลกเงินชนิดสั่งจ่ายระบุชื่อ

การโอนสามารถกระทําได้โดยการสลักหลังและส่งมอบตาม ป.พ.พ. มาตรา 917 วรรคแรก ซึ่งบัญญัติว่า “อันตั๋วแลกเงินทุกฉบับ ถึงแม้ว่าจะมิใช่สั่งจ่ายให้แก่บุคคลเพื่อเขาสั่งก็ตาม ท่านว่าย่อมโอนให้กันได้ ด้วยสลักหลังและส่งมอบ”

หมายความว่าตั๋วแลกเงินชนิดสั่งจ่ายระบุชื่อ (ผู้รับเงิน) นั้น ถ้าจะมีการโอนต่อไปให้แก่ บุคคลอื่น การโอนจะมีผลสมบูรณ์ถูกต้องตามกฎหมายก็ต่อเมื่อผู้โอนได้ทําการสลักหลังและส่งมอบตั๋วแลกเงินนั้น ให้แก่ผู้รับโอน (จะโอนโดยการส่งมอบแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้)

“การสลักหลัง” คือ การที่ผู้สลักหลัง (ผู้โอน) ได้เขียนข้อความและลงลายมือชื่อของ ตนไว้ในตั๋วแลกเงิน (หรือใบประจําต่อ) โดยอาจจะเป็นการ “สลักหลังเฉพาะ (ระบุชื่อ)” หรืออาจจะเป็นการ “สลักหลังลอย” ก็ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 919)

(1) การสลักหลังเฉพาะ (ระบุชื่อ) หมายถึง การสลักหลังที่ได้มีการระบุชื่อของผู้รับ สลักหลัง (ผู้รับประโยชน์หรือผู้รับโอน) ไว้ในตั๋วแลกเงินด้วย โดยอาจจะกระทําที่ด้านหน้าหรือด้านหลังตั๋วก็ได้

(2) การสลักหลังลอย หมายถึง การสลักหลังที่ไม่ได้มีการระบุชื่อของผู้รับสลักหลัง (ผู้รับประโยชน์หรือผู้รับโอน) ไว้ เพียงแต่ผู้สลักหลังได้ลงแต่ลายมือชื่อของตนไว้ที่ด้านหลังของตั๋วเงินเท่านั้น (ป.พ.พ. มาตรา 919 วรรคสอง)

อนึ่ง ในการสลักหลังโอนตั๋วแลกเงินนั้น ในกรณีที่เป็นการสลักหลังเฉพาะ (สลักหลัง ระบุชื่อ) ถ้าผู้ทรงจะโอนตั๋วแลกเงินนั้นต่อไปก็สามารถโอนได้แต่จะต้องโอนโดยการสลักหลังและส่งมอบเท่านั้น โดยอาจจะสลักหลังเฉพาะหรือสลักหลังลอยก็ได้ จะโอนโดยการส่งมอบแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้

แต่ถ้าในการสลักหลังโอนตั๋วแลกเงินนั้น เป็นการสลักหลังลอย ดังนี้ผู้ทรงซึ่งได้ ตั๋วแลกเงินนั้นมาจากการสลักหลังลอย ย่อมสามารถโอนตั๋วแลกเงินนั้นต่อไปได้โดยการสลักหลังและส่งมอบหรือ อาจจะโอนตั๋วแลกเงินนั้นต่อไปโดยการส่งมอบแต่เพียงอย่างเดียวก็ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 920)

2 ตั๋วแลกเงินชนิดสั่งจ่ายแก่ผู้ถือ

การโอนตั๋วเงินชนิดนี้ย่อมสามารถกระทําได้โดยการส่งมอบแต่เพียงอย่างเดียว ไม่ต้อง มีการสลักหลังตาม ป.พ.พ. มาตรา 918 ซึ่งบัญญัติว่า “ตั๋วแลกเงินอันสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือนั้น ท่านว่าย่อมโอนไปเพียง ด้วยส่งมอบให้กัน”

(ข) หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 917 วรรคแรก “อันตั๋วแลกเงินทุกฉบับ ถึงแม้ว่าจะมิใช่สั่งจ่ายให้แก่บุคคลเพื่อเขาสั่ง ก็ตาม ท่านว่าย่อมโอนให้กันได้ด้วยสลักหลังและส่งมอบ”

มาตรา 919 “คําสลักหลังนั้นต้องเขียนลงในตั๋วแลกเงินหรือใบประจําต่อ และต้องลงลายมือชื่อ ผู้สลักหลัง

การสลักหลังย่อมสมบูรณ์แม้ทั้งมิได้ระบุชื่อผู้รับประโยชน์ไว้ด้วย หรือแม้ผู้สลักหลังจะมิได้ กระทําอะไรยิ่งไปกว่าลงลายมือชื่อของตนที่ด้านหลังตั๋วแลกเงินหรือที่ใบประจําต่อ ก็ย่อมฟังเป็นสมบูรณ์ดุจกัน การสลักหลังเช่นนี้ท่านเรียกว่า “สลักหลังลอย””

มาตรา 989 วรรคแรก “บทบัญญัติทั้งหลายในหมวด 2 อันว่าด้วยตั๋วแลกเงินดังจะกล่าวต่อไปนี้ ท่านให้ยกมาบังคับในเรื่องเช็คเพียงเท่าที่ไม่ขัดกับสภาพแห่งตราสารชนิดนี้ คือบทมาตรา 910, 914 ถึง 923”

วินิจฉัย

ตามอุทาหรณ์ การที่นายไก่สั่งจ่ายเช็คระบุชื่อนายนกลงในช่องที่ให้ระบุชื่อผู้รับเงินพร้อมทั้ง ขีดฆ่าคําว่า “หรือผู้ถือ” ออก แล้วส่งมอบชําระหนี้ค่าเช่าอาคารให้แก่นายนกนั้น ถือว่าเป็นเช็คชนิดสั่งจ่ายระบุชื่อ ดังนั้น ถ้านายนกต้องการจะนําเช็คฉบับดังกล่าวโอนชําระหนี้ค่าสินค้าให้แก่นายหนู จึงต้องโอนโดยการสลักหลัง และส่งมอบเท่านั้น (ตามมาตรา 917 วรรคแรก ประกอบมาตรา 989 วรรคแรก) เพียงแต่ในการสลักหลังนั้นนายนก อาจจะเลือกสลักหลังโดยวิธีใดวิธีหนึ่งก็ได้ กล่าวคือ นายนกอาจจะสลักหลังเฉพาะ (ระบุชื่อนายหนู) หรืออาจจะสลักหลังลอยคือลงแต่ลายมือชื่อของนายนกไว้ที่ด้านหลังเช็คโดยไม่ระบุชื่อนายหนูไว้ก็ได้ (มาตรา 919 ประกอบ มาตรา 989 วรรคแรก)

ดังนั้น การที่นายปลาได้แนะนําแก่นายนกว่านายนกจะต้องทําการโอนเช็คโดยการลงลายมือชื่อ สลักหลัง พร้อมระบุชื่อนายหนูลงในเช็ค ซึ่งเป็นการสลักหลังเฉพาะและส่งมอบเช็คนั้นให้แก่นายหนูเพียงวิธีเดียว เท่านั้น จึงเป็นคําแนะนําที่ไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมายดังกล่าวข้างต้น

สรุป

คําแนะนําเกี่ยวกับวิธีการโอนเช็คที่นายปลาให้แก่นายนกดังกล่าวไม่ถูกต้องตามหลัก กฎหมาย

 

Advertisement