LAW1003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมสัญญา 2/2550

Advertisement

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา 2550

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 1003  กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมและสัญญา

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  ข้อละ  25  คะแนน

ข้อ  1  (ก)  การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง  มีผลในกฎหมายประการใด  ให้อธิบายโดยสังเขป

Advertisement

(ข)  นายอาทิตย์กับนางจันทราตกลงทำสัญญากันหลอกๆว่านายอาทิตย์ขายรถยนต์คันหนึ่งของตนให้แก่นางจันทราในราคา  400,000  บาท  นายอาทิตย์ได้ส่งมอบรถยนต์ให้แก่นางจันทรา  แต่ไม่มีการชำระราคากันจริง  ต่อมาอีก  7  วัน  นางจันทราเอารถยนต์คันนั้นไปขายให้แก่นายอังคารในราคา  380,000  บาท  หลังจากนั้นอีก  1  เดือน  นายอาทิตย์ทราบเรื่องจึงบอกกล่าวเรียกร้องให้นายอังคารเอารถยนต์มาส่งคืนให้แก่ตนโดยอ้างว่ารถยนต์เป็นของตน  


ตนมิได้ขายรถยนต์คันนั้นให้แก่นางจันทราจริงๆ  นายอังคารไม่ยอมคืนรถยนต์ให้แก่นายอาทิตย์และบอกแก่นายอาทิตย์ว่า  ตนจะคืนรถยนต์ให้ต่อเมื่อได้รับเงินคืน  
380,000  บาท  ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ได้ความว่าในขณะที่นายอังคารซื้อรถยนต์จากนางจันทรานั้น  นายอังคารรู้ว่านายอาทิตย์ไม่ได้ขายรถยนต์คันนั้นให้แก่นางจันทราจริงๆ  ดังนี้  ให้ท่านวินิจฉัยว่า  นายอังคารต้องส่งคืนรถยนต์ให้แก่นายอาทิตย์หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  155  วรรคแรก  การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเป็นโมฆะ  แต่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก  ผู้กระทำการโดยสุจริตและต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้นมิได้

วินิจฉัย

(ก)  การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง  คือ  การที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายสมรู้หรือตกลงกันกระทำหรือแสดงกิริยาอาการ อย่างใดยอย่างหนึ่งออกให้ดูเหมือนเป็นการแสดงเจตนาแต่แท้จริงแล้วเป็นการลวง  เจตนาอันแท้จริงของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายที่สมรู้กันนั้นมิได้ต้องการให้เกิดผลในทางกฎหมายซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวในสิทธิแต่อย่างใด

การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง  มีผลในกฎหมายตามาตรา  155วรรคแรก  คือ  ตกเป็นโมฆะ  ไม่ก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์ระหว่างคู่กรณีแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม  ถ้ามีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย  กฎหมายคุ้มครองบุคคลภายนอกโดยบัญญัติห้ามมิให้บุคคลใดๆยกความเป็นโมฆะของการแสดงเจตนาลวงขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก  ซึ่งเป็นผู้ (1)  กระทำการโดยสุจริต  และ (2)  ต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้น

กระทำโดยสุจริต  หมายความว่า  กระทำโดยไม่รู้และไม่มีเหตุอันควรรู้ถึงการที่ไม่มีสิทธิหรือความบกพร่องแห่งสิทธิที่มีมาในอดีต (ฎ. 540/2490)

ต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้น  หมายความว่า  บุคคลภายนอกที่เข้ามาเกี่ยวข้องนั้นได้รับความเสียหาย  เนื่องจากได้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดไปเพราะหลงเชื่อการแสดงเจตนาลวงนั้น

ดังนั้นหากบุคคลภายนอกกระทำการโดยไม่สุจริตแต่เกิดความเสียหายกับตน  หรือบุคคลภายนอกกระทำการโดยสุจริต  แต่ไม่ได้รับความเสียหายแล้ว  กฎหมายก็จะไม่คุ้มครองบุคคลภายนอกบุคคลใดๆสามารถยกเอาความเป็นโมฆะดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกได้

(ข)  กรณีตามอุทาหรณ์  นายอาทิตย์กับนางสาวจันทราสมรู้กันแสดงเจตนาลวงว่านายอาทิตย์ขายรถยนต์ให้แก่นางจันทรา  สัญญาซื้อขายรถยนต์ระหว่างนายอาทิตย์กับนางจันทราจึงตกเป็นโมฆะ  ตามาตรา  155  วรรคแรกตอนต้น  ต่อมานางจันทราขายรถยนต์คันนั้นให้แก่นายอังคาร  โดยในขณะที่นายอังคารซื้อรถยนต์จากนางจันทรานั้น   นายอังคารก็รู้ว่านายอาทิตย์ไม่ได้ขายรถยนต์คันนั้นให้แก่นางจันทราจริงๆ  กรณีจึงถือได้ว่า  นายอังคารซึ่งเป็นบุคคลภายนอกกระทำโดยไม่สุจริต  (ฎ  . 1020/2504)  นายอังคารจึงไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมาย  ตามาตรา  155  วรรคแรก ตอนท้าย  ดังนั้น  เมื่อนายอาทิตย์เรียกร้องให้นายอังคารส่งรถยนต์แก่ตนนายอังคารจึงต้องส่งคืนรถยนต์ให้นายอาทิตย์

สรุป  นายอังคารต้องส่งคืนรถยนต์ให้แก่นายอาทิตย์

Advertisement