LAW1003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมสัญญา S/2546

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2546

ข้อสอบกระบวนวิชา  LW  203  กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมและสัญญา

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  4  ข้อ

ข้อ  1  พิชิตสมรู้กับพิชัยทำสัญญากันหลอกๆ  ว่าพิชิตขายรถจักรยานยนต์คันหนึ่งของตนให้แก่พิชัยในราคา  30,000  บาท  พิชิตได้ส่งมอบรถจักรยานยนต์ให้แก่พิชัย  แต่ไม่มีการชำระราคากันจริง  

ต่อมาอีก  7  วัน  พิชัยเอารถจักรยานยนต์คันนั้นไปขายแก่ไพรัชในราคา  29,000  บาท  โดยไพรัชไม่รู้และไม่มีเหตุอันควรรู้ว่าพิชิตมิได้ขายรถจักรยานยนต์คันนั้นแก่พิชัยจริงๆ  เช่นนี้  ถ้าพิชิตเรียกร้องให้ไพรัชนำเอารถจักรยานยนต์คันนั้นมาส่งคืนให้แก่ตน  ไพรัชต้องส่งคืนรถจักรยานยนต์ให้แก่พิชิตหรือไม่  เพราะเหตุใด

Advertisement

ธงคำตอบ

มาตรา  155  วรรคหนึ่ง  การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเป็นโมฆะ  แต่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตและต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้นมิได้

วินิจฉัย

พิชิตกับพิชัยสมรู้กันแสดงเจตนาลวงว่าพิชิตขายรถจักรยานยนต์คันหนึ่งให้แก่พิชัย  สัญญาซื้อขายรถจักรยานยนต์ระหว่างพิชิตกับพิชัยจึงเป็นโมฆะ  ตามมาตรา  155  วรรคหนึ่งตอนต้น  ต่อมาอีก  7  วัน  พิชัยเอารถจักรยานยนต์คันนั้นไปขายแก่ไพรัช  

โดยไพรัชไม่รู้และไม่มีเหตุอันควรรู้ว่าพิชิตมิได้ขายรถจักรยานยนต์คันนั้นแก่พิชัยจริงๆ  กรณีเช่นนี้ถือได้ว่าไพรัชเป็นบุคคลภายนอกซึ่งกระทำการโยสุจริต  และถ้าไพรัชต้องคืนรถจักรยานยนต์ให้แก่พิชิต  ไพรัชต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงของพิชิตกับพิชัย  เพราะไพรัชได้หลงซื้อรถจักรยานยนต์คันนั้นต่อจากพิชัยไว้ในราคา  29,000  บาท  ไพรัชจึงเป็นบุคคลภายนอกซึ่งได้รับความคุ้มครองตาม  มาตรา  155  วรรคหนึ่งตอนท้าย

ดังนั้น  ถ้าพิชิตเรียกร้องให้ไพรัชนำเอารถจักรยานยนต์คันนั้นส่งคืนให้แก่ตน  ไพรัชจึงไม่ต้องส่งคืนรถจักรยานยนต์ให้แก่พิชิต

Advertisement