LAW 3005 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 1 การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2555

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2555

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3005 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 1

คำแนะนำ    ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายเอกครอบครองทำประโยชน์ (น.ส.3) ในที่ดินพิพาทซึ่งมีเนื้อที่ 450 ไร่ เป็นเวลาประมาณ 21 ปีแล้ว ต่อมาทางราชการได้ออกหลักฐานหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยกำหนดให้ผู้ครอบครองที่ดินขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ไม่เกินคนละ 50 ไร่ นายเอกขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในชื่อนายเอก ภริยาของนายเอก และบุตรของนายเอกที่บรรลุนิติภาวะอีก 6 คน คงเหลือที่ดินอีก 50 ไร่ นายเอกจึงให้นายโทจะโอนคืนที่ดินพิพาททั้งสองแปลงแก่นายเอกในภายหลัง ต่อมานายโทโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่นายตรี นายเอกจึงเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายโทและนายตรีเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้น ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของนายเอกและเพิกถอนนิติกรรมหากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน

Advertisement

ให้วินิจฉัยว่า นายเอกมีอำนาจฟ้องนายโทและนายตรีหรือไม่

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

                   มาตรา 55 “เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของ บุคคลใดตามกฎหมายแพ่ง หรือบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาล บุคคลนั้นชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจได้ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายแพ่งและประมวลกฎหมายนี้

                   และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 5 “ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต

วินิจฉัย      

                   ในการนำคดีเสนอต่อศาลนั้นมิใช่บุคคลใด ๆ จะทำได้เสมอไป ผู้ที่จะนำคดีเสนอต่อศาลได้ จะต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น ซึ่งเมื่อพิจารณาตามบทบัญญัติมาตรา 55 แล้วได้กำหนดให้บุคคลมีสิทธิเสนอคดีต่อศาลได้ 2 กรณี กล่าวคือ

                   1.กรณีที่มีการโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่งก็ให้เสนอเป็นคดีมีข้อพิพาทโดยทำเป็นคำฟ้องยื่นต่อศาลตามมาตรา 55 และมาตรา 172

                   2.กรณีที่ต้องใช้สิทธิทางศาล ในกรณีเป็นเรื่องที่ต้องใช้สิทธิทางศาลเพราะเหตุว่ามีความจำเป็นเกิดขึ้นจากกฎหมายบัญญัติไว้ตามกฎสารบัญญัติให้เสนอเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทโดยทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลตามมาตรา 55 และมาตรา 188(1)

                   กรณีตามอุทาหรณ์ นายเอกมีอำนาจฟ้องนายโท และนายตรีหรือไม่ เห็นว่าเมื่อกฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขว่าทางราชการจะออกหนังสือรับรอบการทำประโยชน์ที่ดินในบริเวณดังกล่าวให้แก่บุคคลถือครองได้ไม่เกินคนละ 50ไร่ ที่ดินที่พิพาทจึงเป็นที่ดินส่วนที่นายเอกไม่อาจขอให้ทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ใส่ชื่อนายเอกได้ตามกฎหมาย การที่นายเอกสมคบกับนายโทขอให้ทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์แก่นายโทแทนนายเอก จึงเป็นการหลีกเลี่ยงเงื่อนไขของกฎหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารสิทธิในที่ดินพิพาทอันเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ดังนั้นนายเอกจึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของนายเอกและเพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินดังกล่าวระหว่างนายโทกับนายตรี และขอให้นายโทโอนที่ดินพิพาทแก่นายเอกได้ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 5 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 5 (เทียบแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 6428/2456)

สรุป นายเอกไม่มีอำนาจฟ้องนายโทและนายตรี

Advertisement