LAW 1003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมและสัญญา การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2559

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2559

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 1003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมและสัญญา

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายสมชายเป็นหนี้นางคำผกา 100,000 บาท เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้นายสมชายไม่มีความสามารถที่จะชำระหนี้ต่อนางคำผกาได้ ดังนั้นด้วยความกลัวว่านางคำผกาจะฟ้องคดีเพื่อยึดรถยนต์คันเดียวที่ตนเหลืออยู่ นายสมชายจึงสมคบกับนายสมศักดิ์ทำการโอนรถคันดังกล่าวให้กับนายสมศักดิ์โดยเสน่หา เพื่อซ่อนเร้นการยึดรถยนต์ของนางคำผกา ต่อมานายสมศักดิ์ติดหนี้การพนันและต้องการใช้เงินจึงขายรถคันดังกล่าวต่อไปให้กับนายสมเดช โดยที่นายสมเดชไม่ทราบถึงการสมคบคิดกันระหว่างนายสมชายกับนายสมศักดิ์ และจ่ายเงินค่ารถคันดังกล่าวให้กับนายสมศักดิ์ไปเป็นจำนวน 500,000 บาท ถัดมาอีก 3 เดือน นายสมเดชได้ขายรถคันดังกล่าวต่อไปให้กับนางสมหญิงโดยที่นางสมหญิงเป็นญาติกับนายสมชายและทราบเรื่องราวเกี่ยวกับการสมคบคิดกันระหว่างนายสมชายและนายสมศักดิ์ในการโอนรถคันดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงการยึดรถยนต์ของนางคำผกามาโดยตลอด และจ่ายค่ารถคันดังกล่าวให้กับนายสมเดชไปเป็นจำนวน 250,000 บาท

Advertisement

จากข้อเท็จจริงข้างต้น นางคำผกาได้มาขอคำปรึกษาจากท่านว่านางคำผกาจะสามารถฟ้องคดีเพื่อยึดรถยนต์คันดังกล่าวเพื่อนำมาชำระหนี้ให้แก่ตนได้หรือไม่ เพราะเหตุใด จงอธิบายพร้อมยกหลักกฎหมายประกอบ

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 155 วรรคหนึ่ง “การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเป็นโมฆะ แต่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต และต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้นมิได้”

วินิจฉัย

ตามกฎหมาย การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับดูกรณีอีกฝ่ายหนึ่งนั้น จะมีผลตามมาตรา 155 วรรคหนึ่ง คือ ตกเป็นโมฆะ ไม่ก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์ระหว่างคู่กรณีแต่อย่างใด

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้ามีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย กฎหมายมาตรา 155 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติคุ้มครองบุคคลภายนอก โดยห้ามมิให้บุคคลใด ๆ ยกความเป็นโมฆะของการแสดงเจตนาลวงนั้นขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอก ซึ่งเป็นผู้ (1) กระทำการโดยสุจริต และ (2) ต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้น

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายสมชายได้สมคบกับนายสมศักดิ์ทำการโอนรถของตนให้กับนายสมศักดิ์โดยเสน่หาด้วยความกลัวว่านางคำผกาเจ้าหนี้ของตนจะฟ้องคดีเพื่อยึดรถยนต์คันดังกล่าวของตนซึ่งเหลืออยู่เพียงคันเดียวเพื่อนำไปชำระหนี้ที่ตนเป็นหนี้นางคำผกานั้น นิติกรรมการโอนรถยนต์คันดังกล่าวระหว่างนายสมชายกับนายสมศักดิ์ถือเป็นนิติกรรมที่เกิดจากการแสดงเจตนาลวง ดังนั้น นิติกรรมการโอนรถยนต์ดังกล่าวจึงเป็นโมฆะตามมาตรา 155 วรรคหนึ่ง ไม่ก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์ระหว่างนายสมชายกับนายสมศักดิ์แต่อย่างใด

การที่นายสมศักดิ์ได้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปโอนขายให้แก่นายสฺมเดชโดยนายสมเดชซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ทราบถึงการสมคบคิดกันระหว่างนายสมชายกับนายสมศักดิ์ และได้จ่ายเงินค่ารถคันดังกล่าวให้กับนายสมศักดิ์ไปแล้ว ย่อมถือว่านายสมเดขได้กระทำการโดยสุจริตและต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้น

ดังนั้น นายสมเดชจึงได้รับการคุ้มครองตามมาตรา 155 วรรคหนึ่ง กล่าวคือ นางคำผกาจะยกเรื่องการแสดงเจตนาลวงขึ้นต่อสู้นายสมเดชเพื่อยึดรถยนต์คันดังกล่าวมาชำระหนี้ให้แก่ตนไม่ได้

และเมื่อนายสมเดชได้รับการคุ้มครองแล้ว แม้ต่อมานายสมเดชจะได้ทำการขายรถยนต์คันดังกล่าวต่อให้กับนางสมหญิง แม้นางสมหญิงจะกระทำการโดยไม่สุจริตเพราะทราบเรื่องราวเกี่ยวกับการสมคบคิดกันระหว่างนายสมชายและนายสมศักดิ์ในการโอนรถคันดังกล่าวมาโดยตลอดก็ตาม ก็จะไม่นำบทบัญญัติมาตรา 155 วรรคหนึ่ง เกี่ยวกับหลักบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริตและต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้นมาบังคับใช้อีก ดังนั้น นางคำผกาจึงไม่อาจฟ้องคดีเพื่อยึดรถยนต์คันดังกล่าวจากนางสมหญิงได้อีกเช่นกัน

สรุป

นางคำผกาไม่สามารถฟ้องคดีเพื่อยึดรถยนต์คันดังกล่าวเพื่อนำมาชำระหนี้ให้แก่ตนได้

 

Advertisement