LAW 1003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมและสัญญา การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2559

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2559

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 1003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมและสัญญา

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นางชมพู่ทำสัญญากู้ยืมเงินนางทุเรียนไปจำนวน 350,000 บาท โดยนางทุเรียนคิดดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือน หลังจากนั้นต่อมานางชมพู่มีการค้างชำระดอกเบี้ย นางทุเรียนจึงนำดอกเบี้ยมาคิดรวมกับต้นเงินกู้เป็นเงินจำนวน 590,000 บาท ที่นางชมพู่เป็นหนี้อยู่ ต่อมาสามีของนางชมพู่ได้ทำสัญญาขายบ้านให้นางทุเรียนในราคา 590,000 บาท โดยมีการโอนหนี้เงินกู้และดอกเบี้ยที่นางชมพู่ค้างชำระนางทุเรียนทั้งหมดจำนวน 590,000 บาท นั้นแทนการชำระราคาบ้าน ดังนี้จงวินิจฉัยว่า

Advertisement

(1)  การคิดดอกเบี้ยดังกล่าวนั้นมีผลเป็นอย่างไร

(2)  สัญญาซื้อขายบ้านระหว่างสามีของนางชมพู่กับนางทุเรียนมีผลเป็นอย่างไร

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 150 “การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรีอศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ”

มาตรา 173 “ถ้าส่วนหนึ่งส่วนใดของนิติกรรมเป็นโมฆะ นิติกรรมนั้นย่อมตกเป็นโมฆะทั้งสิ้น เว้นแต่จะพึงสันนิษฐานได้โดยพฤติการณ์แห่งกรณีว่า คู่กรณีเจตนาจะให้ส่วนที่ไม่เป็นโมฆะนั้นแยกออกจากส่วนที่เป็นโมฆะได้”

มาตรา 654 “ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

(1)  การที่นางชมพู่ทำสัญญากู้ยืมเงินนางทุเรียนไปจำนวน 350,000 บาท โดยนางทุเรียนคิดดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือน และหลังจากนั้นเมื่อนางชมพู่มีการค้างชำระดอกเบี้ย นางทุเรียนจึงนำดอกเบี้ยมาคิดรวมกับต้นเงินกู้เป็นเงินจำนวน 590,000 บาทนั้น ถือว่าการคิดดอกเบี้ยในกรณีดังกล่าวเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายตามมาตรา 150 และเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายที่ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี (ตามมาตรา 654 และ พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา) ดังนั้น การคิดดอกเบี้ยดังกล่าวจึงมีผลเป็นโมฆะ

(2)  การที่สามีของนางชมพู่ได้ทำสัญญาขายบ้านให้นางทุเรียนในราคา 590,000 บาท โดยมีการโอนหนี้เงินกู้และดอกเบี้ยที่นางชมพู่ค้างชำระนางทุเรียนทั้งหมดจำนวน 590,000 บาทนั้น แทนการชำระราคาบ้าน เมื่อสัญญาซื้อขายบ้านดังกล่าวเกิดจากหนี้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้ราคาบ้านที่กำหนดไว้ในสัญญาจะรวมเอาต้นเงินกู้ที่นางทุเรียนมีสิทธิได้รับไว้ด้วยก็ตาม แต่นางทุเรียนและสามีของนางชมพู่ก็มิได้มีเจตนาจะแบ่งแยกซื้อขายบ้านบางส่วนในราคาต้นเงิน 350,000 บาท ที่นางชมพู่ค้างชำระอยู่ ดังนั้น สัญญาซื้อขายบ้านระหว่างสามีของนางชมพู่และนางทุเรียนย่อมตกเป็นโมฆะทั้งฉบับตามมาตรา 173 (เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 10852/2551)

สรุป

(1) การคิดดอกเบี้ยดังกล่าวมีผลเป็นโมฆะ

(2) สัญญาซื้อขายบ้านระหว่างสามีของนางชมพู่กับนางทุเรียนมีผลเป็นโมฆะทั้งฉบับ

 

Advertisement