LAW 1003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมและสัญญา การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2559

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2559

ข้อสอบกระบวบวิชา LAW 1003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมและสัญญา

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นางชมพูนางแบบชื่อดังได้รับคำเชิญให้ไปแสดงตัวในเทศกาลหนังเมืองคานส์ประเทศฝรั่งเศส นางชมพูจึงตัดสินใจไปยืมเพชรจากนางใหม่ แต่นางชมพูกลัวนางใหม่จะไม่ยอมให้ยืมและดูถูกตนจึงแสร้งบอกกับนางใหม่ว่าขอซื้อเพชรดังกล่าวจากนางใหม่แทน ทั้งนี้นางใหม่ทราบอยู่ก่อนหน้าแล้วว่านางชมพูกำลังมีปัญหาทางการเงิน และตั้งใจเพียงจะยืมเพชรของตน หลังจากที่นางชมพูกลับมาจากต่างประเทศ นางชมพูเห็นโอกาสทำธุรกิจด้านครีมบำรุงผิว จึงตัดสินใจขอซื้อธุรกิจครีมบำรุงผิวของนางเหลืองโดยมีข้อตกลงว่าหลังจากขายธุรกิจแล้วห้ามนางเหลืองประกอบธุรกิจครีมบำรุงผิวภายในระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่นางเหลืองขายธุรกิจ ถัดมาอีก 3 วัน นางชมพูนำเพชรไปคืนนางใหม่นางใหม่ไม่ยอมรับคืน อ้างว่านางชมพูได้ซื้อไปแล้ว

Advertisement

ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่า

(ก) นางชมพูสามารถนำเพชรไปคืนนางใหม่ได้หรือไม่ อย่างไร จงอธิบายพร้อมยกหลักกฎหมายประกอบ

(ข) ข้อตกลงระหว่างนางชมพูกับนางเหลืองมีผลใช้บังคับได้หรือไม่ อย่างไร จงอธิบาย

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 150 “การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ”

มาตรา 154 “การแสดงเจตนาใดแม้ในใจจริงผู้แสดงจะมิได้เจตนาให้ตนต้องผูกพันตามที่ได้แสดงออกมาก็ตาม หาเป็นมูลเหตุให้การแสดงเจตนานั้นเป็นโมฆะไม่ เว้นแต่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งจะได้รู้ถึงเจตนาอันซ่อนอยู่ในใจของผู้แสดงนั้น”

วินิจฉัย

(ก) จากบทบัญญัติมาตรา 154 เป็นเรื่องการแสดงเจตนาซ่อนเร้น ซึ่งมีหลักคือ การแสดงเจตนาไม่เป็นโมฆะ แม้ในใจจริงของผู้แสดงเจตนาจะมิได้เจตนาให้ตนต้องผูกพันตามที่ได้แสดงออกมาก็ตาม

แต่มีข้อยกเว้นคือ การแสดงเจตนานั้นจะตกเป็นโมฆะ ถ้าเมื่อคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง (ฝ่ายผู้รับการแสดงเจตนา) ได้รู้ถึงเจตนาอันซ่อนอยู่ในใจของผู้แสดงเจตนา ในขณะที่แสดงเจตนานั้น

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นางชมพูได้แสดงเจตนาออกมาว่าขอซื้อเพชรดังกล่าวจากนางใหม่ แต่ในใจจริงของนางชมพูไม่ต้องการให้ตนต้องผูกพันกับเจตนาตามที่ได้แสดงออกมาเนื่องจากตนต้องการยืมเพชรจากนางใหม่โดยไม่มีเจตนาต้องการซื้อเพชรดังกล่าวแต่อย่างใดนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่านางใหม่ได้รู้ถึงเจตนาอันแท้จริงอันซ่อนอยู่ในใจของนางชมพู กล่าวคือ นางใหม่ทราบอยู่ก่อนหน้าแล้วว่านางชมพูกำลังมีปัญหาทางการเงินและตั้งใจจะยืมเพชรของตนเท่านั้น ตามกฎหมายให้ถือว่าการแสดงเจตนาขอซื้อเพชรดังกล่าวของนางชมพูย่อมตกเป็นโมฆะ และไม่ก่อให้เกิดสัญญาซื้อขายขึ้นแต่อย่างใด ดังนั้น นางชมพูจึงสามารถนำเพชรไปคืนให้นางใหม่ได้ นางใหม่จะไม่ยอมรับคืนโดยอ้างว่านางชมพูได้ซื้อไปแล้วไม่ได้

(ข) การที่นางชมพูได้ทำนิติกรรมโดยการซื้อธุรกิจครีมบำรุงผิวของนางเหลือง โดยมีข้อตกลงว่าหลังการขายธุรกิจแล้วห้ามนางเหลืองประกอบธุรกิจครีมบำรุงผิวภายในระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่นางเหลืองขายธุรกิจนั้นข้อตกลงดังกล่าวเป็นเพียงข้อจำกัดห้ามการประกอบอาชีพอันเป็นการแข่งขันกับนางชมพูและระบุจำกัดประเภทของธุรกิจไว้อย่างชัดเจน มิได้เป็นการห้ามนางเหลืองประกอบอาชีพอันเป็นการปิดทางทำมาหาได้อย่างเด็ดขาด อีกทั้งเป็นการห้ามนางเหลืองมิให้ประกอบอาชีพบางอย่างที่เป็นการแข่งขันกับนางชมพูในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น มิใช่เป็นการห้ามนางเหลืองประกอบธุรกิจครีมบำรุงผิวตลอดไปแต่อย่างใด ข้อตกลงดังกล่าวจึงไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามมาตรา 150 เพราะเป็นข้อตกลงที่คู่กรณีสามารถตกลงกันได้โดยชอบในเชิงของการประกอบธุรกิจ ดังนั้น ข้อตกลงดังกล่าวระหว่างนางชมพูกับนางเหลืองจึงมีผลสมบูรณ์ใช้บังคับได้ไม่ตกเป็นโมฆะ (เพียบคำพิพากษาฎีกาที่ 1275/2543)

สรุป

(ก) นางชมพูสามารถนำเพชรไปคืนให้แก่นางใหม่ได้

(ข) ข้อตกลงระหว่างนางชมพูกับนางเหลืองมีผลสมบูรณ์ใช้บังคับกันได้

 

Advertisement