LAW 1003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมและสัญญา การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2556

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2556

ข้อสอบกระบวบวิชา LAW 1003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมและสัญญา

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายยิ่งทำสัญญาขายที่ดินของตนให้นายยงแปลงหนึ่ง โดยทราบดีว่านายยงจะซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวไปเพื่อสร้างโรงงานถลุงเหล็ก นอกจากนี้ นายยิ่งยังทราบดีว่าที่ดินของตนอยู่ในเขตประกาศของกระทรวงมหาดไทย เรื่องห้ามก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม แต่ปกปิดข้อเท็จจริงดังกล่าว

ภายหลังจากที่นายยงซื้อที่ดินได้ไม่นาน นายยงได้ยื่นขออนุญาตจากทางราชการเพื่อทำการก่อสร้างโรงงานของตน แต่ทางราชการกลับแจ้งเป็นหนังสือให้นายยงทราบว่า นายยงไม่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างเนื่องจากที่ดินตั้งอยู่ในพื้นที่ห้ามก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม นายยงรู้สึกหนักใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากนายยงได้ทราบว่าที่ดินแปลงดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ห้ามก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม นายยงคงไม่ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวเลย

ให้วินิจฉัยว่า นายยงได้แสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์ที่ได้ซื้อมาหรือไม่ มีผลทางกฎหมายเช่นไร

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 157 “การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สินเป็นโมฆียะ

ความสำคัญผิดตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นความสำคัญผิดในคุณสมบัติซึ่งตามปกติถือว่าเป็นสาระสำคัญ ซึ่งหากมิได้มีความสำคัญผิดดังกล่าว การอันเป็นโมฆียะนี้นคงจะมิได้กระทำขึ้น ”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายยงทำสัญญาซื้อที่ดินจากนายยิ่งไปเพื่อสร้างโรงงานถลุงเหล็กโดยไม่ทราบว่าที่ดินแปลงนั้นตั้งอยู่ในเขตประกาศของกระทรวงมหาดไทยเรื่องห้ามก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม ถือว่านายยงได้แสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์ ซึ่งถือว่าเป็นสาระสำคัญ เพราะถ้านายยงมิได้สำคัญผิดคือทราบความจริงดังกล่าว นายยงก็คงจะไม่ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวเลย ดังนั้นสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างนายยงและนายยิ่งจึงตกเป็นโมฆียะตามมาตรา 157 ซึ่งนายยงสามารถบอกล้างได้ และเมื่อนายยงได้บอกล้างแล้วสัญญาซื้อขายย่อมตกเป็นโมฆะมาแต่แรก

สรุป

นายยงได้แสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์ที่ได้ซื้อมา และสัญญาซื้อขายที่ดินตกเป็นโมฆียะ ซึ่งนายยงสามารถบอกล้างได้