LAW2001 (LA201),(LW204) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์ S/2547

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน  ปีการศึกษา  2547

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW2001 (LA 201),(LW 204) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  4  ข้อ

ข้อ  1  อาทิตย์ครอบครองปรปักษ์ที่ดินมีโฉนดแปลงหนึ่งของจันทร์มาเป็นเวลากว่าสิบปี  โดยไม่ได้ไปยื่นขอเปลี่ยนแปลงชื่อในโฉนดและยังคงครอบครองต่อไปจนในปีที่  15  จันทร์เจ้าของเดิมได้ขายที่ดินแปลงนี้ให้พฤหัส  โดยพฤหัสเพิ่งชำระค่าที่ดินเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของราคาที่ตกลงกัน  และส่วนที่เหลือยังคงขอผ่อนชำระเป็นงวดๆ  แต่ได้จดทะเบียนโอนเป็นของพฤหัสแล้ว  โดยพฤหัสไม่มีเวลาไปดูที่ดินก่อนซื้อจึงไม่ทราบว่ามีอาทิตย์เป็นผู้ครอบครองปรปักษ์ 

หลังจากซื้อแล้วพฤหัสขอให้อาทิตย์ย้ายออกจากที่ดิน  แต่อาทิตย์อ้างว่าตนครอบครองจะได้กรรมสิทธิ์แล้ว  การที่จันทร์ขายให้พฤหัสย่อมเป็นโมฆะ  อาศัยหลักกฎหมายทั่วไปที่ว่า  ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน  เมื่อจันทร์ไม่มีกรรมสิทธิ์  พฤหัสก็ย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์  ดังนั้น  ให้ท่านวินิจฉัยว่าระหว่างอาทิตย์กับพฤหัส  ใครเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินแปลงนี้ดีกว่ากัน

ธงคำตอบ

มาตรา  1299  วรรคสอง  ถ้ามีผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์  หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม  สิทธิของผู้ได้มานั้น  ถ้ายังมิได้จดทะเบียนไซร้  ท่านว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนไม่ได้  และสิทธิอันยังมิได้จดทะเบียนนั้น  มิให้ยกเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว

วินิจฉัย

อาทิตย์เป็นผู้ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินมาโดยการครอบครองปรปักษ์  แต่เมื่อยังมิได้เปลี่ยนแปลงชื่อทางทะเบียน  ย่อมยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกตามมาตรา  1299  วรรคสองไม่ได้  พฤหัสเป็นบุคคลภายนอกผู้จดทะเบียนสิทธิโอนที่ดินแล้ว  แม้จะยังชำระราคาไม่ครบถ้วนก็ถือว่าเป็นผู้เสียค่าตอบแทน  การที่พฤหัสซื้อที่ดินโดยไม่ได้ไปดูจึงไม่รู้ว่าอาทิตย์ครอบครองปรปักษ์  ก็ยังถือว่าเป็นการซื้อโดยสุจริต  (ฎ. 847/2523)  ดังนั้น  พฤหัสจึงเป็นบุคคลภายนอกผู้มีสิทธิดีกว่าอาทิตย์

การที่อาทิตย์อ้างหลักผู้รับโอนย่อมไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน  ย่อมอ้างไม่ได้ (ฎ. 472/2513)

ข้อ  2  เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดที่ดินมีโฉนดแปลงหนึ่งของนายแม้ว  ซึ่งเป็นผู้ล้มละลายและได้ประกาศขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล  โดยนายป๋องเป็นผู้ให้ราคาสูงสุดและศาลมีคำสั่งขายที่ดินให้แก่นายป๋องภายหลังจากที่นายป๋องจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อในโฉนดเป็นของตนแล้ว  นายป๋องจึงรู้ว่าที่ดินนั้นนายแม้วได้จดทะเบียนจำนองไว้กับธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง  ต่อมาธนาคารแห่งนั้นได้ฟ้องบังคับจำนอง  กรณีนี้นายป๋องจะคัดค้านการบังคับจำนองได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  1330  สิทธิของบุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลหรือคำสั่งเจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ในคดีล้อละลายนั้น  ท่านว่ามิเสียไป  ถึงแม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินนั้นมิใช่ของจำเลย  หรือลูกหนี้โดยคำพิพากษา  หรือผู้ล้มละลาย

วินิจฉัย

แม้นายป๋องเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล  และสิทธิของนายป๋องจะมิเสียไปแม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าที่ดินมีโฉนดแปลงนั้นจะมิใช่ของนายแม้วลูกนี้ผู้ล้มละลายตาม  ป.พ.พ.  มาตรา  1330  ก็ตาม  แต่มิได้หมายความว่าทรัพย์ที่ซื้อมานั้นจะปลอดจากภาระผูกพันใดๆด้วย  ดังนั้น  การที่ธนาคารรับจำนองไว้โดยชอบด้วยกฎหมาย  การจำนองย่อมตกติดไปกับที่ดินที่นายป๋องซื้อมาด้วย  ธนาคารจึงมีสิทธิบังคับจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวได้  นายป๋องไม่สามารถคัดค้านการบังคับจำนอง

ข้อ  3  นางส่งเป็นบิดาของนายสีซึ่งมีที่ดินอยู่ใกล้กับที่ดินของนายสี  นายสีได้วางสายไฟฟ้าพาดผ่านที่ดินของนายส่งเข้ามาในที่ดินของตนโดยไม่ได้บอกกล่าวกับนายส่ง  ซึ่งนายส่งเองก็รู้แต่ก็ไม่ได้ห้าม  ต่อมานายส่งได้ขายที่ดินของนายส่งแปลงนั้นให้นายสุด  นายสุดได้เรียกให้นายสีรื้อถอนสายไฟฟ้าออกไปแต่นายสีไม่ยอม  เมื่อนายสุดซื้อที่ดินแปลงนี้มาได้สามปี  นายสีก็ได้วางสายโทรศัพท์บนเสาไฟฟ้าและวางท่อประปาผ่านที่ดินของนายสุดอีก  โดยนายสุดไม่ทราบเพราะไม่เคยเข้าไปดูแลที่ดินเลย  นายสีวางสายโทรศัพท์  ท่อประปามาได้แปดปี  นายสุดจึงได้ฟ้องร้องต่อศาลให้นายสีรื้อถอนเสาไฟฟ้า  สายโทรศัพท์  ท่อประปาออกไปจากที่ดินของตน  นายสีจะต่อสู้ว่าตนได้ภารจำยอมในการวางสายไฟฟ้า  สายโทรศัพท์  ท่อประปาบาที่ดินของนายสุดแปลงนั้นแล้ว  ข้อต่อสู้ของนายสีรับฟังได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  1382  บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ  ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี  ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้  ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์

มาตรา  1401  ภาระจำยอมอาจได้มาโดยอายุความ  ท่านให้นำบทบัญญัติว่าด้วยอายุความได้สิทธิอันกล่าวไว้ในลักษณะ  3  แห่งบรรพนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

วินิจฉัย

นางส่งเป็นบิดาของนายสีซึ่งมีที่ดินอยู่ใกล้กับที่ดินของนายสี  นายสีได้วางสายไฟฟ้าพาดผ่านที่ดินของนายส่งเข้ามาในที่ดินของตน  โดยไม่ได้บอกกล่าวกับนายส่ง  ซึ่งนายส่งเองก็รู้แต่ก็ไม่ได้ห้ามเป็นการใช้ภารจำยอมโดยฉันญาติมิตรไม่ก่อให้เกิดการนับอายุความปรปักษ์  เป็นการได้ภารจำยอมโดยนิติกรรมสัญญา  แต่เมื่อนายส่งได้ขายที่ดินของนายส่งแปลงนั้นให้นายสุด  นายสุดได้เรียกให้นายสีรื้อถอนเสาไฟฟ้าออกไปแต่นายสีไม่ยอม  จึงเป็นการเริ่มนับอายุความครอบครองปรปักษ์เพื่อให้ได้ภารจำยอมแล้ว  เมื่อนายสุดซื้อที่ดินแปลงนี้มาได้สามปี  นายสีก็ได้วางสายโทรศัพท์บนเสาไฟฟ้าและวางท่อประปาผ่านที่ดินของนายสุดอีก  โดยนายสุดไม่ทราบเพราะไม่เคยเข้าไปดูแลที่ดินเลย  นายสีวางสายโทรศัพท์  ท่อประปามาได้แปดปี  นายสุดจึงได้ฟ้องร้องต่อศาลให้นายสีรื้อถอนเสาไฟฟ้า  สายโทรศัพท์  ท่อประปาออกไปจากที่ดินของตน  นายสีได้ภารจำยอมในการวางสายไฟฟ้าเท่านั้น  ส่วนสายโทรศัพท์  ท่อประปา  ยังไม่ได้ภารจำยอมเพราะยังครอบครองปรปักษ์ไม่ครบสิบปี

ข้อ  4  นายดำครอบครองปรปักษ์ทำเกษตรกรรมในที่ดินมีโฉนดของนายแดงมาได้สามปี  นายขาวบุตรชายของนายดำซึ่งทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ  เกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บไม่มีใครดูแล  นายดำจึงได้เข้ามากรุงเทพฯเพื่อมาดูแลบุตรชายที่บาดเจ็บอยู่หนึ่งปีโดยนายดำไม่ได้เข้าไปครอบครองประกอบการเกษตรชั่วคราวบนที่ดินแปลงนั้น  เมื่อนายขาวหายป่วย  นายดำจึงได้กลับเข้าไปเพาะปลูกครอบครองที่ดินของนายแดงต่อมาได้เจ็ดปี  นายแดงได้ขับไล่ให้นายดำออกไปจากที่ดินแลงนั้น  ให้ท่านวินิจฉัยว่านายดำได้กรรมสิทธิ์บนที่ดินแปลงนั้นแล้วหรือยัง  นายดำจะต้องออกไปจากที่ดินแปลงนั้นหรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  1377  วรรคหนึ่ง  ถ้าผู้ครอบครองสละเจตนาครอบครอง  หรือไม่ยึดถือทรัพย์สินต่อไปไซร้  การครอบครองย่อมสิ้นสุดลง

มาตรา  1384  ถ้าผู้ครอบครองขาดยึดถือทรัพย์สินโดยไม่สมัคร  และได้คืนภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่วันขาดยึดถือ  หรือได้คืนโดยฟ้องคดีภายในกำหนดนั้นไซร้  ท่านมิให้ถือว่าการครอบครองสะดุดหยุดลง

วินิจฉัย 

นายดำครอบครองปรปักษ์ทำเกษตรกรรมในที่ดินมีโฉนดของนายแดงมาได้สามปี  นายขาวบุตรชายของนายดำซึ่งทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ  เกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บไม่มีใครดูแล  นายดำจึงได้เข้ามากรุงเทพฯเพื่อมาดูแลบุตรชายที่บาดเจ็บอยู่หนึ่งปี  นายดำไม่ได้ทำการเกษตรชั่วคราวบนที่ดินแปลงนั้นเป็นการขาดการยึดถือทรัพย์สินทำให้การครอบครองของนายดำสิ้นสุดลงตามมาตรา  1377  วรรคหนึ่ง  การเข้ามากรุงเทพฯ  เพื่อมาดูแลบุตรชายที่บาดเจ็บถือเป็นนายดำขาดการยึดถือโดยสมัครใจไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา  1384  เมื่อนายขาวหายป่วยนายดำจึงได้กลับเข้ามาอยู่บนที่ดินแปลงนี้เหมือนเดิมและได้ทำการเกษตรบนที่ดินของนายแดงต่อมาได้เจ็ดปี  นายแดงได้ขับไล่ให้นายดำออกไปจากที่ดินแปลงนั้น  การครอบครองในช่วงหลังของนายแดงครอบครองปรปักษ์ได้เพียงเจ็ดปี  ยังไม่ครบสิบปีจึงยังไม่ได้กรรมสิทธิ์บนที่ดินของนายแดงโดยการครอบครองปรปักษ์  นายดำจึงต้องออกไปจากที่ดินแปลงนั้นเมื่อนายแดงขับไล่