ANT1013 มานุษยวิทยาเบื้องต้น การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2554

0
16

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2554

ข้อสอบกระบวนวิชา ANT 1013 มานุษยวิทยาเบื้องต้น

คำสั่ง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (ข้อสอบมีทั้งหมด 120 ข้อ)

Advertisement

1.         ลุ่มนํ้าใดเป็นแหล่งกำเนิดแห่งแรกของอารยธรรมล้านนา

(1) ลุ่มน้ำกก    

(2) ลุ่มนํ้าปิง    

(3) ลุ่มน้ำโขง   

(4) ลุ่มน้ำชี

ตอบ 1 หน้า 2 ประวัติศาสตร์ล้านนาโบราณ ในยุคเริ่มก่อตั้งชุมชนเจ้านครได้กล่าวถึงความสำคัญ ของลุ่มแม่น้ำกกว่า เป็นแหล่งกำเนิดแห่งแรกของอารยธรรมล้านนาที่ผู้คนสามารถควบคุมนํ้า เพื่อการเกษตรแบบนาดำ จนสามารถผลิตอาหารได้มากเพียงพอที่จะส่งมอบให้ชนชั้นปกครอง ในรูปของการภาษีอากรได้ ซึ่งบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรล้านนาว่า มีขึ้นตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13 มาแล้ว

2.         อาณาจักรล้านนากำเนิดขึ้นในพุทธศตวรรษที่เท่าใด

(1) 8    

(2) 13  

(3) 15  

(4) 17

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 1. ประกอบ

3.         ตำนานใดที่เขียนเป็นภาษาบาลี

(1)จามเทวีวงศ์            

(2)พื้นเมืองเชียงใหม่   

(3)เมืองเงินยางเชียงแสน        

(4)ถูกทั้งหมด

ตอบ 4 หน้า 2 ดร.อานันท์ กาญจนพันธุ์ นักมานุษยวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ศึกษา เรื่องราวเกี่ยวกับตำนานของไทยอย่างละเอียด และกล่าวว่าตำนานได้ให้ภาพความรู้ทาง ประวัติศาสตร์พื้นเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำนานพระยาเจือง (มีขีวิตอยู่ในช่วง พ.ศ. 1625 – 1705) ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ตำนานเมืองเงินยางเชียงแสน และตำนานจามเทวีวงศ์ ที่เขียนเป็นภาษาบาลี และตำนานมูลศาสนาที่เขียนเป็นภาษาไทยเหนือ (ไทยยวน)

โดยตำนานเหล่านี้จะเขียนลงบนใบลานเรียกว่า คัมภีร์ใบลาน และสมุดข่อยเรียกว่า คัมภีร์สมุดข่อย

4.         ในยุคใดที่ประเทศไทยได้นำเอาระเบียบวิธีการศึกษาเชิงมานุษยวิทยาของชาวตะวันตกมาใช้เป็นแนวทาการศึกษาเป็นครั้งแรก

(1) อู่ทอง         (2) สุโขทัย       (3) อยุธยา       (4) รัตนโกสินทร์

ตอบ 4 หน้า 3 ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ได้มีผลงานการศึกษาในเรื่ยงการดำรงชีวิตและขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรมทั้งของคนไทยและชนกลุ่มต่าง ๆ ในแถบสุวรรณภูมิเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการนำเอาระเบียบวิธีการศึกษาเชิงมานุษยวิทยาของชาวตะวันตกมาใช้เป็นแนวทาง ในการศึกษาเป็นครั้งแรกด้วย

5.         ข้อใดที่เป็นพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

(1) นิราศตะเลงพ่าย    (2) นิราศลอนดอน

(3) พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน      (4) พระราชนิพนธ์จากบ้าน

ตอบ 3 หน้า 3-4 งานเขียนเรื่องราวของชนต่างชาติที่ได้รับความสนใจแพร่หลายที่สุด คือ พระราชนิพนธ์ไกลบ้านของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)ซึ่งทรงนิพนธ์ขึ้นเมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรปในระหว่างปี พ.ศ. 2449 – 2450 โดยพระองค์ ทรงเขียนเป็นพระราชหัตถเลขาถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงนิภานภดล (สมเด็จหญิงน้อย) จำนวน 43 ฉบับ ทั้งนี้ถือว่าเป็นผลงานที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง และเป็นการเปิดโฉมหน้าของการศึกษาสาขามานุษยวิทยาของไทยโดยแท้

6.         จากการศึกษาของ ฮีโรโดตัส” กล่าวว่า ชนชาติใดที่ผู้ชายทำการทอผ้า

(1) โรมัน          (2) อียิปต์        (3)       จีน       (4) อาหรับ

ตอบ 2. หน้า 4 ในช่วงปี 484 – 426 ก่อนคริสตกาล ฮีโรโดตัส (Herodotus) นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก ได้ออกเดินทางไปยังประเทศอียิปต์ ปาเลสไตน์ บานิโลน แม็คคาโดเนีย และตราซ แล้วทำการจดบันทึกเรื่องราวของผู้คนที่ได้พบเห็น เช่น “…ในประเทศอียิปต์ ผู้หญิงจะเป็นผู้ทำการค้าขาย ในตลาด ในขณะที่ผู้ชายจะทอผ้าอยู่ที่บ้าน ผู้หญิงใช้หัวไหล่เพื่อแบกสิ่งของ ส่วนผู้ชายใช้ศีรษะ ลูกผู้ชายจะไม่ช่วยพ่อแม่ทำงานนอกจากลูกผู้หญิง…” ซึ่งจากผลงานเหล่านี้เองที่ทำให้ นักมานุษยวิทยาสังคมชาวอังกฤษได้ยกย่องเขาว่าเป็นนักมานุษยวิทยาคนแรกของโลก

7.         ใครคือผู้ที่สนใจและได้เขียนเรื่องราวของคนจีนและอารยธรรมตะวันออก

(1) มาร์โคโปโล            (2) อีโรโดตัส    (3)       ทาซิตัส            (4) เมนเดล

ตอบ 1 หน้า 5 ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 3 มาร์โคโปโล ผู้ซึ่งเคยรับราชการในสมัยกุบไลข่าน เป็นเวลานานถึง 17 ปี ได้เขียนเรื่องราวของคนจีนและอารยธรรมอันสูงส่งของชนในซีกโลก ตะวันออกเผยแพร่ในยุโรป ส่งผลให้ความเชื่อของชาวยุโรปที่ว่า ศูนย์กลางของอารยธรรม ของโลกมีอยู่เฉพาะในทวีปยุโรปนั้นค่อย ๆ ลดลง

8.         นักมานุษยวิทยาสังคมอังกฤษได้ยกย่องให้ท่านใดเป็นนักมานุษยวิทยาคนแรกของโลก

(1)มาร์โคโปโล (2)ฮีโรโดตัส     (3)ทาซิตัส        (4)เมนเดล

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 6. ประกอบ

9.         ตำนานใดที่เขียนขึ้นเป็นภาษาไทยยวน

(1) พื้นเมืองเชียงรุ้ง     (2) พื้นเมืองเชียงแสน (3)        มูลศาสนา        (4) จามเทวีวงศ์

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 3. ประกอบ

10.       ข้อใดที่เขียนขึ้นจากเค้าความจริง ไม่ใช่จากจินตนาการ

(1)นิทานท้องถิ่น          (2)พงศาวดาร  (3)สารคดี        (4)ตำนาน

ตอบ 3 หน้า 10 พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ระบุว่า

1.         ตำนาน คือ เรื่องราวที่แสดงกิจการอันมีมานานแล้วแต่ปางหลังหรือเรื่องราวนมนานที่เล่า สืบต่อกันมา

2.         สารคดี คือ เรื่องที่เขียนขึ้นจากเค้าความจริง ไม่ใช่จากจินตนาการ

3.         พงศาวดาร คือ เรื่องราวของเหตุการณ์เกี่ยวกับประเทศหรือพระมหากษัตริย์ผู้เป็นประมุข ของประเทศนั้น

4.         นิทานท้องถิ่น คือ เรื่องที่เล่าจากปากต่อปากของชาวบ้าน

11.       เสถียรโกเศศ” รู้จักในนามใด

(1) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว     

(2) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

(3) พระยาประเสริฐสุนทราศรัย           

(4) พระยาอนุมานราชธน

ตอบ 4 หน้า 261 – 262, (คำบรรยาย) พระยาอนุมานราชธน เดิมมีชื่อว่า หลีกวงหยง” ต่อมา เปลี่ยนเป็นชื่อไทยว่า ยง” และได้รับนามสกุลพระราชทานว่า เสถียรโกเศศ” เป็นผู้ที่มี คุณูปการต่อการศึกษาวิชามานุษยวิทยาของไทยเป็นอย่างมาก จึงทำให้ได้รับการยอมรับ ว่าเป็นปรมาจารย์สาขามานุษยวิทยารุ่นแรกของไทย

12.       คำว่า “Anthropos” ของกรีก หมายถึงอะไร

(1) วัฒนธรรม  

(2) สังคม         

(3) สิ่งมีชีวิต     

(4) คน

ตอบ 4 หน้า 6 มานุษยวิทยา (Anthropology) คือ วิชาที่ว่าด้วยการศึกษาเรื่องราวของมนุษย์ใน ทุกแง่ทุกมุม โดยคำว่า Anthropologyเป็นคำผสมที่มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกสองคำ คือ

1.         Anthropos แปลว่า มนุษย์หรือคน

2.         Logos แปลว่า การศึกษาหรือศาสตร์หรือความรู้ที่ได้รับการจัดให้เป็นระบบ

13.       ใครคือนักประวัติศาสตร์ชาวโรมัน

(1) ฮีโรโดตัส    

(2) ทาซิตัส       

(3) มาร์โคโปโล            

(4) คาร์ปินี

ตอบ 2 หน้า 4-5 ทาซิตัส (Tacitus) นักประวัติศาสตร์ชาวโรมัน ได้เขียนเรื่องราวของคนเถื่อน(ชนเผ่าเยอรมัน) ซึ่งอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของยุโรป โดยกล่าวถึงลักษณะโครงสร้างทางร่างกาย แบบบ้าน สภาพแวดล้อมทางสังคม และขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างละเอียด

14.       นิยายปรัมปราของชาวเขาเผ่าเย้าอ้างว่า เทวดาองค์หนึ่งเสด็จลงมาผ่าลูกฟักพร้อมกับรับสั่งว่าให้ทำอย่างไร

(1) โยนเมล็ดฟักขึ้นบนดอย     (2) โยนเมล็ดฟักลงพื้นราบ

(3) โยนเนื้อฟักลงพื้นราบ        (4) โยนฟักขึ้นบนดอย โยนนํ้าเต้าลงพื้นราบ

ตอบ 2 หน้า 1-2 นิยายปรัมปราของขาวเขาเผ่าเย้า เล่าว่า ในวันที่แปดเดือนสี่ของปีหนึ่ง ได้เกิด นํ้าท่วมโลกเจ็ดวันเจ็ดคืน ผู้คนล้มตายจนเหลือเพียงหญิงชายคู่หนึ่งซึ่งเป็นพี่น้องกัน เทวดาองค์หนึ่ง ชื่อ เปี้ยนโกฮูง” ซึ่งเป็นผู้สร้างโลกและสวรรค์ และเป็นที่เคารพนับถือของชาวเขาเผ่าเย้าได้ แปลงตนเป็นชายชราและบอกสองพี่น้องให้แต่งงานกันเพื่อสร้างมนุษย์ ต่อมาเมื่อน้องสาวคลอดลูกเป็นฟัก จึงมีเทวดาองค์หนึ่งเสด็จลงมาผ่าลูกฟักพร้อมกับรับสั่งว่า ให้โยนเมล็ดฟักลงบนพื้นราบ ส่วนเนื้อฟักให้โยนขึ้นบนดอย แต่พี่ชายเกิดจำคำสั่งไขว้เขว คือได้โยนเนื้อฟักลงบน พื้นราบ ต่อมาได้กลายเป็นผู้คนทำมาหากินในที่ราบ ส่วนเมล็ดฟักได็โยนขึ้นไปบนดอยและกลายเป็นชาวเขาเผ่าเย้าที่ทำมาหากินอยู่บนดอย

15.       ฮีโรโดตัส” เดินทางไปที่ใด

(1) อียิปต์        (2) ปาเลสไตน์ (3) บาบิโลน    (4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 6. ประกอบ

16.       ศาสตร์” หมายถึงอะไร

(1) วิธีการศึกษาที่สามารถพิสูจน์ได้    (2) วิธีการศึกษาที่เป็นระบบ

(3) วิธีการศึกษาที่เป็นเหตุเป็นผล       (4) ถูกทั้งหมด

ตอบ2  หน้า 8 ในช่วงที่อิทธิพลของศิลปวิทยาการของชาติตะวันตกได้แผ่ขยายเข้ามาในประเทศไทยคนไทยได้นำเอา ศาสตร์” หรือ วิธีการศึกษาที่เป็นระบบ” เข้ามาใช้ในการปรับปรุงระบบ การศึกษาของไทย เพื่อให้เกิดความเข้าใจในสิ่งที่ศึกษาอย่างแท้จริง

17.       เทวดาองค์ใดที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวเขาเผ่าเย้า

(1) แต้จู้กวง     (2)       เปี้ยนโกฮูง       (3)       ฮวงแต้ (4) ผิดทั้งหมด

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 14. ประกอบ

18.       ตำนานพระยาเจือง” อยู่ในช่วงปี พ.ศ. ใด

(1) พ.ศ. 1215 – 1285 (2)       พ.ศ. 1455 – 1525       (3)       พ.ศ. 1625 – 1705       (4) พ.ศ. 1745 – 1815

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 3. ประกอบ

19.       ตำนานเมืองเงินยางเชียงแสน เขียนไว้ในอะไร

(1) สมุดข่อย    (2)       คัมภีร์ใบลาน   (3)       ศิลาจารึก         (4) ผิดทั้งหมด

ตอบ 1. 2 ดูคำอธิบายข้อ 3. ประกอบ

20.       ชนเผ่าคนเถื่อน” (เยอรมัน) อาศัยอยู่ในแถบใด

(1) ตอนกลางของยุโรป           (2) ตอนเหนือของยุโรป

(3) ตอนใต้ของยุโรป    (4) ตะวันตกเฉียงเหนือของยุโรป

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 13. ประกอบ

21.       ชาวยุโรปท่านใดที่ถูกจับกุมและนำขึ้นศาลของมองโกล

(1) อีโรตัส        

(2) เมดิก          

(3) คาร์ปินี       

(4) ข้อ 1 และ 2

ตอบ 3 หน้า 5 ในคริสต์ศตวรรษที่ 3 เมื่อพวกมองโกลขยายอาณาบริเวณมาทางภาคตะวันตกของทวีปเอเชีย มีชาวยุโรปสองคนชื่อ คาร์ปินีและรูโบรค ถูกจับและถูกนำขึ้นศาลของพวกมองโกล โดยชายทั้งสองได้เขียนเล่าถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของชนเผ่านี้และนำไปเผยแพร่ในยุโรป

22.       นักมานฺษยวิทยากายภาพใช้แนวทางใดมาเป็นกรอบในการค้นคว้าเรื่องสรีรวิทยาของมนุษย์

(1)ชีววิทยา      

(2)กายภาพวิทยา        

(3)ชีววัฒนธรรม           

(4)สรีรวิทยา

ตอบ 3 หน้า 15 นักมานุษยวิทยากายภาพใช้แนวการศึกษาแบบ ชีววัฒนธรรม” (Biocultural Approach) มาเป็นกรอบในการค้นคว้าเรื่องสรีรวิทยาของมนุษย์ โดยนำเอาความรู้สาขาชีววิทยา สัตวศาสตร์ พันธุศาสตร์ สิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยา และวัฒนธรรมมาผสมผสานกันเพื่อสร้างกรอบการวิเคราะห์ใหม่

23.       นักมานุษยวิทยากายภาพสนใจเน้นศึกษาหมูสัตว์ในสายใดเป็นหลัก

(1)โฮโม            

(2)โฮโม เซเปียนส์        

(3) โฮโม เซเปียนส์ เซเปียนส์   

(4)ถูกทั้งหมด

ตอบ 1 หน้า 16 นักมานุษยวิทยากายภาพสนใจศึกษา 2 หัวข้อใหญ่ คือ

1.         การวิวัฒนาการของมนุษย์ โดยเน้นศึกษาหมู่สัตว์ในสายโฮโมเป็นหลัก เพื่อค้นหาต้นตอ และสายการวิวัฒนาการจนกลายมาเป็นมนุษย์ปัจจุบัน      2. ความแตกต่างในหมู่มนุษยชาติในยุคปัจจุบัน เช่น สีผิว ขนาดและโครงสร้างทางร่างกาย กลุ่มเลือด การปรับตัวของร่างกาย ต่อภูมิอากาศและสภาพแวดล้อม ทั้งนี้เพราะเป็นความแตกต่างที่ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด และสามารถถ่ายทอดไปยังลูกหลานโดยผ่านทางพันธุกรรมได้

24.       กลุ่มสัตว์ตระกูลไพรเมต ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในโลกราวกี่ล้านปีมาแล้ว

(1)200ล้านปี   (2)175ล้านปี   (3)115ล้านปี   (4)65ล้านปี

ดอบ 4 หน้า 16 – 176369 ไพรเมต (Primate) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชั้นสูง มีเลือดอุ่น และ มีกระดูกสันหลัง โดยไพรเมตรุ่นแรกเกิดขึ้นบนโลกในยุคซีโนโซอิกเมื่อราว 65 ล้านปีมาแล้ว หรือเรียกเป็นยุคย่อยว่า พาลิโอซีน ซึ่งเป็นยุคที่มีสภาพอากาศอบอุ่น มีป่าไม้และอาหาร อุดมสมบูรณ์ โดยถือว่าไพรเมตเป็นจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการของมนุษย์

25.       นักมานุษยวิทยากายภาพท่านใดที่ทำการศึกษาพฤติกรรมของลิงในแถบแอฟริกาตะวันออก

(1) เจน กูดเดลล์          (2) ฟิลลิส ฮอลินาว

(3) ไดแอน ฟอสซี่         (4) บิรุท กอลดิกาส-บรินดามอร์

ตอบ 1 หน้า 1872 – 73 นักมานุษยวิทยากายภาพที่ทำการศึกษาพฤติกรรมของไพรเมตที่ไม่ใช่มนุษย์ ในสภาพธรรมชาติ ได้แก่

1.         ไดแอน ฟอสซี่ ศึกษาพฤติกรรมของลิงกอริลลาในประเทศแองโกล่า

2.         เจน กูดเดลล์ ศึกษาพฤติกรรมและชีวิตความเป็นอยู่ของลิงในแถบแอฟริกาตะวันออก และชิมแปนซีในประเทศยูกานดา

3.         ฟิลลิล ฮอลินาว ศึกษาพฤติกรรมของลิงแลงเกอร์ในประเทศอินเดีย

4.         บิรุท กอลดิกาส-บรินดามอร์ ศึกษาพฤติกรรมของลิงอุรังอุตังในหมู่เกาะบอร์เนียว ลิงแบมบูน ในแอฟริกา และลิงมาคัสในตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น

26.       โอโมนิด” เป็นคำเรียกกลุ่มสัตว์ในวงศ์ใด

(1)โฮโมเซอิก   (2) โฮมินิเดีย   (3)โฮโม เซเปียนส์        (4) โฮมินอยเซอิก

ตอบ 2 หน้า 20 – 2173 – 74 โฮมินิด (Hominid) เป็นคำนามที่เรียกสิ่งมีชีวิตในวงศ์โฮมินิเดีย(Hominidae) ในความหมายว่า มนุษย์ (Man) โดยลักษณะเด่นทางชีวภาพและการดำรงชีวิตของโฮมินิด คือ ใช้ชีวิตอยู่บนพื้นดินแทนการห้อยโหนบนต้นไม้ใช้ขาทั้งสองข้างเวลาเดินและ ใช้มือหยิบสิ่งของเดินตัวตรงและตั้งฉากกับพื้นดินเมื่อพัฒนาถึงจุดสูงสุด และมีขนาดมันสมอง ใหญ่ขึ้นและสามารถสร้าง วัฒนธรรม” ได้

27.       กระดูกส่วนใดของมนุษย์ที่นักมานุษยวิทยากายภาพนิยมใช้ในการศึกษามากที่สุด

(1)กะโหลก      (2)ซี่โครง         (3)สะโพก        (4)ฟัน

ตอบ 4 หน้า 22 – 23 กระดูกที่นักมานุษยวิทยากายภาพนิยมนำมาใช้ในการศึกษามากที่สุดก็คือ ฟัน ทั้งนี้เพราะฟันเป็นกระดูกที่มีความคงทนและคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ที่สุดที่ลงเหลืออยู่ใน ซากดึกดำบรรพ์ของไพรเมต ซึ่งเสียชีวิตมาแล้วนับหมื่นนับแสบปี (กระดูกส่วนอื่นที่พบมาก รองลงมาคือ ขากรรไกร แขน ขา หัวกะโหลก ฯลฯ)

28.       การคำนวณช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่ ใช้วิธีการคำนวณด้วยวิธีใด

(1) โปแตสเซียม 12     (2) โปแตสเซียม 14     (3)คาร์บอน 12            (4) คาร์บอน 14

ตอบ 4 หน้า 24 วิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการคำนวณหาอายุ

หรือช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่ของซากดึกดำบรรพ์ คือ การคำนวณด้วยวิธีคาร์บอน-14 และ วิธีโปแตสเซียม อาร์กอน กับซากกระดูกของมนุษย์โบราณ ซึ่งทำให้คาดคะเนกาลเวลาได้ ค่อนข้างแม่นยำ

29.       โฮโม เซเปียนล์ มีขนาดมันสมองราวกี่ ลบ.ซม.

(1) 500            (2) 800            (3)       1,400  (4)       1,500

ตอบ 3 หน้า 23. 83 โฮมินิดจะมิขนาดของมันสมองแตกต่างกัน ดังนี้

1.         รามาพิธิคัส และออสตราโลพิธิคัส มีขนาดมันสมองราว 500 ลบ.ซม.

2.         โฮโม อีเรคตัส มีขนาดมันสมองราว 775 – 1,225 ลบ.ซม.

3.         โฮโม เซเปียนส์ มีขนาดมันสมองราว 1,400 ลบ.ซม.

30.       สัตว์ประเภทใดที่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการของมนุษย์

(1) Genus  (2) Primate        (3)       Sutures    (4)       Homo       Sapiens

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 24. ประกอบ

31.       สัตว์ประเภทใดที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชั้นสูง มีเลือดอุ่น มีกระดูกสันหลัง

(1) Genus  

(2) Primate        

(3)       Sutures    

(4)       Homo Sapiens

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 24. ประกอบ

32.       นักมานุษยวิทยากายภาพสนใจศึกษาในหัวข้อใดเป็นหลัก

(1) วิวัฒนาการของมนุษย์และลิงโบราณ        

(2) วิวัฒนาการของมนุษย์

(3) ความแตกต่างของมนุษยชาติในยุคปัจจุบัน          

(4) ข้อ 2 และ 3

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 23. ประกอบ

33.       การศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับวิวัฒนาการต้องอาศัยการวิเคราะห์ซากกระดูกและอวัยวะ ซึ่งเรียกว่าอะไร

(1) ซากดึกดำบรรพ     

(2) ซากเน่าเปื่อย         

(3)       ซากสัตว์          

(4)       ข้อ 1 และ 2

ตอบ 4 หน้า 16 วิชามานุษยวิทยากายภาพสนใจศึกษาเรื่องราวของการวิวัฒนาการ โดยอาศัยการวิเคราะห์ซากกระดูกและอวัยวะซึ่งเรียกว่า ซากดึกดำบรรพ์ ซากเน่าเปื่อย หรือฟอสซิล (Fossil) ของสิ่งมีชีวิตที่เคยมีชีวิตในอดีต แล้วนำมาเปรียบเทียบกับโครงสร้างกายวิภาคของสัตว์ และมนุษย์ในยุคปัจจุบัน

34.       สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นด้วยเซลล์เพียงหนึ่งเซลล์และต่อมาก็จะมีเซลล์มากขึ้นเป็นพืชและสัตว์นํ้า สัตว์บก และก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มสัตว์ที่เรียกว่าอะไร

(1) Genus  (2)       Primate    (3)       Sutures    (4)       Homo Sapiens

ตอบ 2 หน้า 16 สิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นครั้งแรกนั้นจะมีเพียงเซลล์เดียว ต่อมาก็จะมีเซลล์มากขึ้นจนกลายเป็น พืช สัตว์นํ้า สัตว์บก และพัฒนาก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มสัตว์ที่เรียกว่า ไพรเมต (Primate)

35.       นักมานุษยวิทยาท่านใดที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับลิงอุรังอุตังในหมู่เกาะเบอร์เนียว

(1) เจน กูดเดลล์(2) พิลลิส ฮอลินาว

(3) ไดแอน ฟอสซี่         (4) บิรุท กอลดิกาส-บรินดามอร์

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 25. ประกอบ

36.       การศึกษากลุ่มไพรเมตในสกุลโฮโมนั้น มีชื่อเรียกว่าอะไร

(1) ไพรเมตศึกษา        (2)       ไพรเมตวิทยา   (3)       มนุษย์โบราณวิทยา     (4)       มานุษยวิทยา

ตอบ 3 หน้า 19 วิชามนุษย์โบราณวิทยา (Human Paleotology) เป็นวิชาที่ทำการศึกษากลุ่มไพรเมต ในสกุลโฮโม โดยศึกษาวิเคราะห์ซากโครงกระดูกและชิ้นส่วนกระดูกที่ค้นพบ (Fossil Remains)

37.       เซลล์และโมเลกุล ได้ถูกค้นพบในศตวรรษที่เท่าใด

(1) 18  (2) 19  (3) 20  (4) 21

ตอบ 3 หน้า 2754 เซลล์และโมเลกุลได้ถูกค้นพบในศตวรรษที่ 20 เช่น การค้นพบโมเลกุลดีเอ็นเอ (DNA) ในระหว่างปี ค.ศ. 1951 – 1953 และการค้นพบโมเลกุลอาร์เอ็นเอ (RNA) ในปี ค.ศ. 1978 เป็นต้น

38.       สิ่งมีชีวิตมีจุดเริ่มต้นมาจากนํ้า” เป็นคำกล่าวของใคร

(1)ทาเลล         (2) ชาร์ลส์ ดาร์วิน        (3)เฮราคสิตัส  (4)ลูเครติอุส

ตอบ1 หน้า 27 – 28 ทาเลส (Tales) ซึ่งมีชีวิตอยู่ในระหว่างปี 640 – 546 ก่อนคริสต์ศักราช กล่าวว่า สิ่งมีชีวิตมีจุดเริ่มต้นมาจากนํ้า” ซึ่งจากทัศนะนี้เองทำให้ทาเลสเป็นคนแรกที่นำเสนอแนวคิด ตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์แทนการกล่าวตามนิยายปรัมปราดังเช่นคนร่วมสมัยอื่น ๆ ที่ชี้นำว่า สรรพสิ่งทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตในโลกล้วนได้รับการสร้างขึ้นจากอำนาจเหนือธรรมชาติแทบทั้งสิ้น

39.       ใครคือผู้ที่เขียนบทกลอน De Rerum Natura

(1)ทาเลส         (2)ชาร์ลส์ ดาร์วิน         (3)เฮราคลิตัส  (4)ลูเครติอุส

ตอบ 4 หน้า 28 ลูเครติอุส (Lucretius)ได้เขียนบทกลอนชื่อ “De Rerum Natura” โดยกล่าวว่า พืชจะเกิดก่อนสัตว์ สัตว์ที่มีอวัยวะของร่างกายที่อยู่ในชั้นสูงขึ้นจะมีการแยกกลุ่มตามเพศ ทั้งนี้เป็นผลมาจากการวิวัฒนาการจากสัตว์ชั้นต่ำกว่า และสภาวะธรรมชาติที่ผันแปรจะก่อให้เกิดสิ่งมีชีวิตชนิดแปลกใหม่ที่มีสภาพร่างกายที่เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมใหม่นั้น

40.       เมนเดล สนใจศึกษาเรื่องใด

(1) วิวัฒนาการของไพรเมต     (2) พันธุศาสตร์

(3) วิวัฒนาการของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ            (4) การขยายพันธุ์พืช

ตอบ 2 หน้า 5760 เกรเกอร์ เมนเดล (Gregor Mendel) พระชาวออสเตรีย เป็นลูกชาวนาเกิดที่หมู่บ้านซิเลเซียน ประเทศออสเตรีย เขาได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าอาวาสเมื่อมีอายุ 46 ปี ในปี ค.ศ. 1868 และเป็นผู้ค้นพบกฎทางพันธุกรรม (พันธุศาสตร์) เป็นคนแรก

41.       หนังสือใดที่มีความเกี่ยวข้องกับการจำแนกพืชและสัตว์ของลินเน่

(1) De Rerum Natura         

(2) Systema Naturae

(3) Science of Man    

(4) The Study of Man

ตอบ 2 หน้า 29 – 30 คาโรลัส ลินเน่ (Carolus Linnaeus) นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดน มีชีวิตอยู ในช่วงปี ค.ศ. 1707 – 1773 ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการจำแนกพืชและสัตว์ชื่อ “Systema Naturae” โดยได้จัดพิมพ์ขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1758 ซึ่งนับว่าเป็นผลงานที่ทำให้ลินเน่ มีชื่อเสียงอย่างมาก จนก่อให้เกิดคำกล่าวที่ว่า พระเจ้าเป็นผู้สร้างสรรพสิ่งขึ้นบนโลก ส่วนลินเน่เป็นผู้จัดจำแนกอย่างเป็นระบบ

42.       ลามาร์ค เป็นคนชาติใด

(1) อังกฤษ      

(2) ฝรั่งเศส      

(3) กรีก            

(4) เยอรมัน

ตอบ 2 หน้า 33 ลามาร์ค (Lamarch) นักปราชญ์ชาวฝรั่งเศส มีความเชื่อว่า โครงสร้างทางร่างกาย ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดที่ดำรงอยู่ในลักษณะเช่นนี้เป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เกิดการคงสภาพของโครงสร้างดังที่เป็นอยู่ หากสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป โครงสร้างทางชีวภาพ ของสิ่งมีชีวิตนั้นๆก็จะเปลี่ยนไปด้วย

43.       ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่า บิดาแห่งการศึกษาสาขาสัตววิทยา

(1) ลามาร์ค     

(2) ชาร์ลส์ ดาร์วิน        

(3) ยอร์จ คูเวียร์           

(4) ชาร์ลส์ ลีลล์

ตอบ3 หน้า 33 ยอร์จ คูเวียร์ (George Cuvier) นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ได้รับการขนานนาม ว่าเป็น บิดาแห่งการศึกษาสาขาสัตววิทยา” ที่เชี่ยวชาญในการศึกษาด้านกระดูก โดยเขาไม่เชื่อว่าสิ่งมีขีวิตพันธุ์ใหม่ที่บังเกิดขึ้นเป็นผลมาจากการวิวัฒนาการจากพันธุ์เก่า แต่เห็นว่า สิ่งที่มีชีวิตทุกกลุ่มทุกพันธุ์ได้รับการกำหนดโครงสร้างของรูปร่างให้เป็นเช่นนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ แน่นอนตายตัว แต่เมื่อโลกต้องพบกับภัยพิบัติอย่างร้ายแรง จะทำให้สิ่งมีชีวิตบางส่วน ถูกทำลายลง จากนั้นสิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่ก็จะอุบัติขึ้นและขยายพันธุ์ต่อไป

44.       ใครคือผู้ที่เสนอหลัก ยูนิฟอร์ม

(1) ลามาร์ค     (2) ชาร์ลส์ ดาร์วิน        (3) ยอร์จ คูเวียร์           (4) ชาร์ลส์ ลีลล์

ตอบ 4 หน้า 33 ชาร์ลส์ ลีลล์ (Charles Lyll) เป็นปักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ผู้ซึ่งเสนอหลักยูนิฟอร์ม (Uniformitarionism) ได้คัดค้านทฤษฎีภัยพิบัติของคูเวียร์ โดยกล่าวแย้งว่าชั้นหินของโลกที่ ก่อรูปมาเป็นดังเช่นทุกวันนี้ได้ผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ เรื่อยมา

45.       ชาร์ลส์ ดาร์วิน ได้เขียนสรุปข้อคิดเห็นในเรื่องการเลือกสรรตามธรรมชาติเบื้องต้นในปี ค.ศ. ใด

(1)1811          (2) 1832         (3) 1844         (4)1859

ตอบ 3 หน้า 34 – 35 ชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) นักวิทยาศาสตร์ธรรมชาติชาวอังกฤษ ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1809 – 1882 ได้เขียนสรุปข้อคิดเห็นในเรื่องการเลือกสรร ตามธรรมชาติเบื้องต้นในปี ค.ศ. 1844 และในปี ค.ศ. 1859 เขาจึงได้พิมพ์เป็นหนังสือชื่อ On Origin of Species ซึ่งเป็นหนังสือเล่มที่นำชื่อเสียงก้องโลกให้แก่เขา ต่อมาในปี ค.ศ. 1871 หนังสือชื่อ The Descent of Man ก็ได้รับการตีพิมพ์ตามมา

46.       ชาร์ลส์ ดาร์วิน ได้เลือกศึกษาเปรียบเทียบสัตว์ชนิดใดที่เกาะกาลาปาโกส

(1)สัตว์ครึ่งบกครึ่งนํ้า  (2)สัตว์เลื้อยคลาน      (3)ลิง   (4)นก

ตอบ 4 หน้า 35 ชาร์ลล์ ดาร์วิน ได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบนกกระจาบ 13 ชนิด ที่อาศัยอยู่บน หมู่เกาะกาลาปาโกส ในมหาสมุทรแปซิพิก ใกล้กับประเทศโคลัมเบีย โดยพบว่า นกดังกล่าว มีความแตกต่างกันทั้ง ๆ ที่สภาพแวดล้อมของแต่ละเกาะไม่ได้แตกต่างกันทั้งทางด้านภูมิศาสตร์ และภูมิอากาศ

47.       มิวเทชั่น” หมายถึงอะไร

(1) การขยายตัวของเซลล์       (2) การถ่ายทอดทางพันธุกรรม

(3) การผสมข้ามสายพันธุ์       (4) การผ่าเหล่า

ตอบ 4 หน้า 39 – 40 การผ่าเหล่า หรือมิวเทชั่น (Mutation) หมายถึง การริ่มต้นของความแตกต่าง ทางพันธุกรรมโดยที่ยีนและ/หรือโครโมโซมที่เกิดการผ่าเหล่าจะมีลักษณะแตกต่างออกไปจากยีน และ/หรือโครโมโซมตัวอื่น ๆ ซึ่งการผ่าเหล่าจะเป็นพลังที่ทำให้เกิดเป็นพันธุ์ใหม่ (New Species) ขึ้น

48.       ทาเลส มีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. ใด

(1) 640 – 546 ก่อนคริสต์ศักราช         (2) 542 – 438 ก่อนคริสต์ศักราช

(3) 483 – 412 ก่อนคริสต์ศักราช         (4) 421 – 354 ก่อนคริสต์ศักราช

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 38. ประกอบ

49.       เฮราคลิตัส มีความคิดเห็นอย่างไร

(1) สิ่งมีชีวิตในโลกเกิดมาจากนํ้า        (2) พระเจ้าเป็นผู้สร้างสิ่งมีชีวิตในโลก

(3) ทุกสิ่งบนโลกสามารถเคลื่อนไหวได้           (4) ผิดทั้งหมด

ตอบ 3 หน้า 28 เฮราคลิตัล (Heraclitus) กลาวว่า ทุกสิ่งบนโลกนี้สามารถเคลื่อนไหวได้ซึ่งนับว่าเป็นแนวคิดใหม่ที่ตรงข้ามกับแนวคิดที่เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะมีสภาพคงที่ หยุดนิ่ง ไม่มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง

50.       อาดัมและอีวาเป็นมนุษย์คู่แรกที่พระเจ้าสร้างขึ้นเมื่อราวกี่ปีมาแล้ว

(1)6,000ปี     (2) 25,000ปี   (3)80,000ปี    (4) 120,000ปี

ตอบ 1 หน้า 28 เซนต์ ออกัสติน อธิบายว่า มนุษย์ทุกชีวิตในโลกสืบสายตระกูลมาจากอาดัมและอีวา ซึ่งเป็นบรรพบุรุษคู่แรกที่พระเจ้าสร้างขึ้นเมื่อราว 6,000 ปีมาแล้ว

51.       คาโรลัส ลินเน่ มีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. ใด

(1) 902 – 958  

(2) 1020 – 1085         

(3) 1547 – 1621         

(4) 1707 – 1773

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 41. ประกอบ

52.       อีรามัส ดาร์วิน มีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. ใด

(1)911 – 989   

(2)1112 – 1185          

(3)       1523   – 1584 

(4)1731 – 1802

ตอบ 4 หน้า 32 – 33 อีรามัส ดาร์วิน (Eramus Darwin) ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1731 – 1802 เป็นปู่ของชาร์ลส์ ดารวิน ได้เสนอหลักการสำคัญหลายข้อ ได้แก่

1.         หลักวิวัฒนาการว่าเป็นผลมาจากการเลือกสรรตามธรรมชาติและการเลือกสรรทางเพศ

2.         หลักการปรับตัวเพื่อให้มีชีวิตรอด       3. หลักการถ่ายทอดทางพันธุกรรม

4.         หลักการวิวัฒนาการซองมนุษยชาติ

53.       ใครคือผู้ที่คัดค้านทฤษฎีภัยพิบัติของคูเวียร์

(1) ลามาร์ค     

(2) ชาร์ลส์ ดาร์วิน        

(3)       ยอร์จ   คูเวียร์  

(4) ชาร์ลส์ ลีลส์

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 44. ประกอบ

54.       ชาร์ลส์ ดาร์วิน มีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. ใด

(1) 1256 – 1331         (2) 1542 – 1620         (3)       1809   – 1882 (4) 1914 – 1984

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 45. ประกอบ

55.       ชาร์ลส์ ดาร์วิน กลับจากการเดินทางรอบโลกมายังประเทศอังกฤษเมื่อใด

(1) 8 ตุลาคม ค.ศ. 1310         (2) 6 ตุลาคม ค.ศ. 1618

(3) 2 ตุลาคม ค.ศ. 1836         (4) 5 ตุลาคม ค.ศ. 1952

ตอบ 3 หน้า 35 ชาร์ลส์ ดาร์วิน ได้รับเชิญให้เดินทางรอบโลกไปกับเรือชื่อ H.M.S. Beagle โดยเริ่มออกเดินทางจากเมืองท่าของประเทศอังกฤษในวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 1831 และกลับถึงประเทศอังกฤษในวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1836 รวมเวลาเดินทางรอบโลกราว 5 ปี

56.       หน้าที่หลักของเซลล์สืบพันธุ์คือการนำรหัสใดจากพ่อ-แม่ถ่ายทอดไปยังลูกหลาน

(1) รหัสเพศ     (2) รหัสสมอง

(3) รหัสของคุณลักษณะ         (4) รหัสของโซมาติกเซลล์

ตอบ 3 หน้า 47 เซลล์ในร่างกายของมนุษย์ จำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ

1.         โซมาติกเซลล์ (Somatic Cells) โดยในร่างกายของคนเรานั้นจะประกอบด้วยเนื้อเยื่อ (Tissues) หลายประเภทที่ประกอบกันขึ้นเป็นร่างกาย เช่น ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และตับ เป็นต้น ซึ่งเนื้อเยื่อเหล่านี้เป็นที่รวมของโซมาติกเซลล์นับเป็นจำนวนหลายพันล้านเซลล์ โดยจะมีการสร้างเซลล์ใหมขึ้นมาทดแทนเซลล์เก่าที่ตายไปในทุก ๆ 7 ปี

2.         เซลล์สืบพันธุ์ (Sex Cells) จะทำหน้าที่นำรหัสที่เป็นคุณลักษณะของพ่อแม่ถ่ายทอดไปยัง ลูกหลานทางพันธุกรรม

57.       นิวเคลียสแยกออกจากไซโตพลาสฃึมอย่างไร

(1)ผนังเซลล์    (2)เยื่อบางๆนั้น           (3)วุ้นห่อหุ้ม     (4)ไขมันกั้น

ตอบ 2 หน้า 49 โครงสร้างของเซลล์ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

1.         นิวเคลียส จะทำหน้าที่หลักในการถ่ายทอดคุณลักษณะทางชีวภาพของพ่อแม่ไปสู่ลูกหลาน (ในกรณีของเซลล์สืบพันธุ์) โดยนิวเคลียสจะแยกออกจากไซโตพลาสซึมด้วยเยื่อ (Membrane) บาง ๆ นั้น

2.         ไซโตพลาสซึม จะประกอบด้วยสารหลายชนิดที่มีรูปร่างโครงสร้างเฉพาะแตกต่างกัน แต่จะ มีสารบางตัว เช่น Ribbosomes, RND, Animo Acids ที่มีความสำคัญในการทำหน้าที่ช่วยการถ่ายทอดทางพันธุกรรม

58.       กรดนิวคลีอิกภายในนิวเคลียสทำหน้าที่อะไร

(1) ทำลายแบคทีเรีย   (2) ทำลายสิ่งแปลกปลอม

(3) ถ่ายทอดรหัสทางพันธุกรรม           (4) ถ่ายทอดลักษณะเด่นของยีน

ตอบ 3 หน้า 49 กรดนิวคลีอิกภายในนิวเคลียส จะทำหน้าที่ในการถ่ายทอดรหัสทางพันธุกรรม ซึ่งมี 2 ชนิด คือ 1. Deoxyribonucleic Acid (DNA) 2. Ribonucleic Acid (RNA)

59.       โซมาติกเซลล์ มีชื่อเรียกว่าอะไร

(1)โครโมโซม   (2) โปรโตโซม  (3) ออโตโซม    (4) โมโนโซม

ตอบ 3 หน้า 49 โครโมโซมของมนุษย์มีจำนวนทั้งสิ้น 46 ตัว หรือ 23 คู่ โดยในโซมาติกเซลล์จะมีโครโมโซม 2 ประเภท คือ โครโมโซมจำนวน 22 คู่ เรียกว่า ออโตโซม (Autosomes)ส่วนโครโมโซมคู่ที่ 23 เรียกว่า โครโมโซมทางเพศ (Sex Chromosomes) เป็นโครโมโซมที่ แตกต่างจากโครโมโซมตัวอื่น ๆ ทั้งหมด ซึ่งในเพศหญิงจะใช้อักษรแทนว่า XX ส่วนในเพศขาย จะใช้อักษรแทนว่า XY

60.       ขั้นตอนใดที่ไม่จัดอยู่ในขั้นตอนการแบ่งเซลล์ โซมาติก’’

(1) Metaphase  (2) Meiosis         (3) Prophase     (4) Interphase

ตอบ 2 หน้า 49 – 50 การแบ่งแยกเซลล์ (Cell Division) จำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. กระบวบการแบ่งเซลล์โซมาติก เรียกว่า ไมโตซิส (Mitosis) เป็นกระบวบการแบ่งเซลล์ที่ ไม่สลับซับซ้อน โดยจะก่อให้เกิดความเจริญเติบโตของร่างกายและทำให้ร่างกายสามารถ ธำรงอยู่ได้ต่อไป ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ Interphase, Prophase, Metaphase, Anaphase และ Telophase

2.         กระบวนการแบ่งเซลล์ทางเพศ เรียกว่า ไมโอซิส (Meiosis) เป็นกระบวนการแบ่งเซลล์ที่ก่อให้เกิดการสร้างลูกหลาน หรือที่เรียกว่าการสืบพันธุ์ (Reproduction) โดยผ่านกระบวนการ พิเศษที่มีลักษณะฉพาะ

61.       เซลล์ใหม่ที่เกิดจากการปฏิสนธิเราเรียกว่าอะไร

(1)โครโมโซม   

(2)ไซโตโซม     

(3)ไซโกท         

(4)ผิดทั้งหมด

ตอบ 3 หน้า 53 ไซโกท (Zygote) คือ เซลล์ใหม่ที่เกิดจากการปฎิสนธิขึ้นภายในสภาวะปกติโดยโครโมโซมของฝ่ายพ่อจะผสมกับของฝ่ายแม่แล้วเกิดเป็นเซลล์ใหม่ขึ้นมา เซลล์ใหม่นี้จึงเป็น ที่รวมคุณลักษณะทางพันธุกรรมจากฝ่ายพ่อครึ่งหนึ่งบวกกับฝ่ายแม่ครึ่งหนึ่ง จากนั้นเซลล์ไซโกท ก็จะแบ่งตัวแบบไมโตซิสเพื่อทวีจำนวนเซลล์ให้เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นทารกต่อไป

62.       ตัวนำคุณลักษณะหรือรหัสถ่ายทอดทางชิวภาพของพ่อ-แม่ไปยังลูกหลาน เรียกว่าอะไร

(1)โครโมโซม   

(2)โมเลกุล       

(3)ยีน  

(4) ไซโกท

ตอบ 3 หน้า 53 นักวิทยาศาสตร์เรียกตัวนำคุณลักษณะหรือรหัสถ่ายทอดทางชีวภาพของพ่อและแม่ ไปยังลูกหลานว่า ยีน” หรือ ส่วนหนึ่งของโมเลกุลดีเอ็นเอ” ที่ประกอบกันขึ้นเป็นโครโมโซม

63.       ข้อใดคือส่วนประกอบของโมเลกุลดีเอ็นเอ

(1)นํ้าตาล        

(2)ฟอสเฟต     

(3)แคลเซียม    

(4)ข้อ 1 และ2

ตอบ 4 หน้า 54 โมเลกุลดีเอ็นเอ (DNA) ประกอบด้วย สารทางเคมี 4 ตัว ได้แก่ Adenine, Guanine, Cytosine และ Thymine นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของนํ้าตาลและฟอสเฟตอันเป็นตัวนำ คุณลักษณะทางพันธุกรรมด้วย

64.       เซลล์ในร่างกายของมนุษย์จำแนกออกเป็นกี่ประเภท

(1)2               (2)3     (3)4     (4)5

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 56. ประกอบ

65.       โครโมโซมของมนุษย์ มีทั้งหมดกี่คู่

(1) 22  (2) 23  (3)44   (4) 46

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 59. ประกอบ

66.       โครโมโซมของมนุษย์คู่ใดที่แตกต่างจากโครโมโซมตัวอื่น ๆ ทั้งหมด

(1)ออโตโซม     (2)ไซโตโซม     (3) โครโมโซมทางเพศ (4)ถูกทั้งหมด

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 59. ประกอบ

67.       กระบวนการแบ่งตัวของโซมาติกเซลล์เรียกว่าอะไร

(1) ไซโตพลาส (2) โซมาติก     (3) ออโตโซม    (4)ไมโตซิส

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 60. ประกอบ

68.       กระบวนการแบ่งตัวของเซลล์ (Mitosis) ที่ไม่สลับซับซ้อนมีกี่ขั้นตอน

(1) 3    (2) 5    (3) 10  (4) 15

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 60. ประกอบ

69.       โมเลกุลดีเอ็นเอได้มีการค้นพบในระหว่างปี ค.ศ. ใด

(1) 1898 –       1900   (2) 1901         – 1903 (3) 1945         –           1947   (4) 1951         – 1953

ตอบ 4 หน้า 54 การค้นพบโมเลกุลดีเอ็นเอ (DNA) ในระหว่างปี ค.ศ. 1951 – 1953 นั้น เป็นผลมาจาก การวิจัยของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษซึ่งผู้ที่ค้นพบโมเลกุลดีเอ็นเอ คือ เจมส์ ดี.วัทสัน (James D. Watson), ฟรานซิส คริค (Francis Crick) และมอริช วิลกินส์ (Maurice Wilkins) โดยผลงานดังกล่าวทำให้นักวิทยาศาลตร์ทั้งสามได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์และกายวิภาคศาสตร์ในปี ค.ศ. 1962

70.       ใครคือผู้ที่ค้นพบโมเลกุล DNA

(1) เจมส์ วัทสัน           (2)       มอริช วิลกินล์  (3)       ชาร์ลส์ ลุก       (4)       ข้อ 1 และ        2

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 69. ประกอบ

71.       ผู้ค้นพบโมเลกุล DNA ได้รับรางวัลโนเบลในปี ค.ศ. ใด

(1) 1911         

(2)       1923   

(3)       1951   

(4)       1962

ตอบ 4 ดูคำอธิบายข้อ 69. ประกอบ

72.       ใครคือผู้ที่ค้นพบโมเลกุล RNA

(1) ซิดนีย์ อัลทแมน     

(2)       โธมัส เค็ค        

(3)       จอน เดวินส์     

(4)       ข้อ 1 และ        2

ตอบ 4 หน้า 54 โมเลกุลอาร์เอ็นเอ (RNA) ทำหน้าที่เป็นตัวนำคุณลักษณะทางพันธุ์กรรมไปสู่ลูกหลาน โดยจะพบในนิวเคลียสและไซโตพลาลซึม ซึ่งผู้ที่ค้นพบโมเลกุลอาร์เอ็นเอ คือ ซิดนีย์ อัลทแมน (Sidney Altman) และโธมส เค็ค (Thomas Ceck) โดยผลงานดังกล่าวทำให้นักวิทยาศาลตร์ ทั้งสองได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี ค.ศ. 1989

73.       ไพรเมตมีลักษณะอย่างไร

(1) มีนิ้วมือข้างละ 4 นิ้ว           

(2)       มีนิ้วเท้าข้างละ 4 นิ้ว 

(3)          มีกระดูกไหปลาร้า 

(4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 3 หน้า 68 แบบแผนหลักทางด้านสรีรวิทยาและพฤติกรรมของไพรเมต มีดังนี้

1.         มีนิ้วมือและนิ้วเท้าอยู่ข้างละ 5 นิ้ว 2. มีเล็บมือเล็บเท้าแทนการมีกรงเล็บแบบสัตว์

3.         มือและเท้าสามารถยืดและหดเข้าออกได้ง่าย 4. มีกระดูกไหปลาร้า ซึ่งจะไม่พบในสัตว์สี่เท้าชนิดอื่น 5. สามารถกินอาหารได้ทุกประเภทโดยไม่เลือก 6. จำเป็นต้องพึ่งพาพ่อแม่ เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมต่าง ๆ 7. ตัวผู้ (เพศชาย) จะอาศัยอยู่ร่วมกับครอบครัวอย่างถาวร ฯลฯ

74.       ไพรเมตเกิดขึ้นในยุคใด

(1)โพลาโอชิน  (2)ซีโอโซอิก     (3)ซีโนโซอิก     (4)พาลาธิโอซิน

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 24. ประกอบ

75.       สัตว์ที่มีวิวัฒนาการเป็นไพรเมตลำดับย่อยพรอสิมีพวกแรกคืออะไร

(1) ลิงลม         (2)       ลิงบาบูน          (3)       ลิงอุรังอุตัง       (4) ชิมแปนซี

ตอบ 1 หน้า 71 สัตว์ที่มีวิวัฒนาการเป็นไพรเมตในลำดับย่อยพรอสิมีพวกแรก ได้แก่ ลิงลมหรือลิงเลมูร์ เป็นไพรเมตที่มีจมูกยาว มีลักษณะคล้ายสุนัขจิ้งจอก โดยมีขนาดตั้งแต่เท่าหนูไปจนถึง เท่าสุนัข มีหางใช้ในการทรงตัว แต่ไม่อาจใข้เกาะเกี่ยวกิ่งไม้ได้ ส่วนพรอสิมีลำดับย่อยที่สูงขึ้น ได้แก่ ลิงทาร์เซีย เป็นไพรเมตที่มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 8 นิ้ว มีขนปุกปุย ใบหน้าแบนและ มีนัยน์ตาโตตั้งอยู่ตรงด้านหน้า สามารถหันศีรษะได้รอบ 180 องศา ซึ่งปัจจุบันสามารถพบได้ ตามหมู่เกาะมลายูและฟิลิปปินส์

76.       พรอสิมีลำดับย่อยที่สูงขึ้น เช่น ลิงทาร์เซีย ในปัจจุบันสามารถพบได้ที่ไหน

(1) แอฟริกา     (2) เกาะมาดากัสกา    (3) เกาะมลายู (4) เกาะกาลาปาโกส

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 75. ประกอบ

77.       ลิงโลกเก่าที่อยู่ในลำดับย่อยแอนโทรปอยดี คือลิงอะไร

(1)ลิงลม          (2)ลิงบาบูน     (3)สิงอุรังอุตัง  (4)ชิมแปนซี

ตอบ 2 หน้า 71-72 ไพรเมตในลำดับย่อยแอนโทรปอยดี จำแนกออกเป็น 3 วงศ์ใหญ่ คือ

1. ลิงโลกเก่า ซึ่งมีลักษณะหางสั้น มีฟันกรามเล็ก ๆ สองซี่อยู่ข้างขากรรไกรแต่ละข้าง และมี ขนาดใหญ่เท่ากับสุนัข ได้แก่ ลิงบาบูน            2. ลิงโลกใหม่ ซึ่งมีลักษณะขนปุกปุย มีขนาดเล็กจนเกือบถึง 3ฟุต หากินในเวลากลางคืนและอยู่รวมกันเป็นครอบครัวกลุ่มเล็ก ๆ ได้แก่ ลิงแมงมุม ลิงดูกูลิส           3. โฮมินอยดี ซึ่งเป็นวงศ์ใหญ่ที่จะวิวัฒนาการต่อไปเป็นสายพันธุ์ของมนุษย์

78.       ไพรเมตแอนโทรปอยดีวงศ์ใดที่หากินในเวลากลางคืน

(1)พรอสิมี        (2)ลิงโลกเก่า   (3)ลิงโลกใหม่  (4)โฮมินอยดี

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 77. ประกอบ

79.       วงศ์ใหญ่โฮมินอยดีวงศ์ดที่จัดเป็นลิงชั้นสูงสุด (เอป)

(1) Hylobatidae          (2) Pongidae     (3) Hominidae  (4) Ceboidae

ตอบ 2 หน้า 72 – 73 วงศ์ใหญ่โฮมินอยดี จำแนกออกเป็น 3 วงศ์ คือ  1. Hylobatidae เป็นสัตว์จำพวกชะนีที่ว่องไวผาดโผน สามารถปีนป่ายห้อยโหนบนต้นไม้ได้อย่างคล่องแคล่ว และมีความสูงไม่เกิน 3 ฟุต   2. Pongidae ซึ่งอาจเรียกว่า เอปหรือวานร เป็นลิงชั้นสูงสุดได้แก่ ชิมแปนซี กอริลลา และอุรังอุตัง 3. Hominidae ถือเป็นวงศ์ที่วิวัฒนาการเป็น บรรพบุรุษของมนุษย์โบราณและจะกลายมาเป็นมนุษย์ปัจจบัน

80.       ลิงอุรังอุตังมีลักษณะนิสัยอย่างไร

(1) ดุร้าย          (2) ร่าเริง          (3) เป็นลิงที่ตัวโตที่สุด (4) ผิดทั้งหมด

ตอบ 2 หน้า 73 อุรังอุตัง เป็นวานรที่มีความร่าเริง ชอบอาศัยอยู่บนต้นไม้ มีขนหยาบ เส้นผมเป็น สีนํ้าตาลแดง มีขนาดมันสมองราว 400 ลบ.ซม. ตัวผู้จะมีน้ำหนักราว 165 ปอนด์ ส่วนตัวเมีย มีนํ้าหนักราว 80 ปอนด์ โดยอุรังอุตังจะมีอยู่เฉพาะแถบเกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตราเท่านั้น

81.       วงศ์ใหญ่โฮมินอยดีวงศ์ใดที่ถือได้ว่าเป็นวงศ์ที่มีวิวัฒนาการเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์โบราณและจะกลาย มาเป็นมนุษย์ปัจจุบัน

(1) Hylobatidae          

(2) Pongidae     

(3) Hominidae  

(4) Ceboidae

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 79. ประกอบ

82.       ซากโฮมินิดยุคแรกที่ค้นพบ (Ramapithecus) คือกระดูกส่วนใด

(1)กะโหลก      

(2)สะโพก        

(3)ฟัน  

(4)ขากรรไกร

ตอบ 4 หน้า 74 เมื่อปี ค.ศ. 1932 ได้มีการค้นพบซากโฮมินิดยุคแรกบนเชิงเขาสีวาลิกในประเทคอินเดีย นั่นคือ กระดูกขากรรไกรส่วนบน โดยตั้งชื่อซากที่พบนี้ว่า “รามาพิธิคัส” (Ramapithecus) ซึ่งจากการวิเคราะห์แล้วพบว่า รามาพิธิคัสมีรูปลักษณ์แตกต่างจากซากของวานรทั่วไป ดังนั้นจึงลงความเห็นกันว่าโฮมินิดได้พัฒนาเป็นสายพันธุ์ที่แยกออกจากวงศ์ของวานรเมื่อราว 10-15 ล้านปีมาแล้วนั่นเอง

83.       เรมอนด์ ดาร์ท (Raymond Dart) เกิดที่ประเทศใด

(1) อังกฤษ      

(2) ฝรั่งเศส      

(3) เยอรมัน      

(4) ออสเตรเลีย

ตอมหน้า 77 – 78 เรมอนด์ ดาร์ท (Raymond Dart) นักกายวิภาคศาสตร์ชาวออสเตรเลียได้ค้นพบหัวกะโหลกชิ้นหนึ่งตรงบริเวณที่เรียกว่า Taung ในทวีปแอฟริกาเมื่อปี ค.ศ. 1924 ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับหัวกะโหลกของมนุษย์มาก ทำให้เขาเชื่อว่าได้พบซากโฮมินิดรุ่นแรก เป็นคนแรกของโลก และยังเป็นคนแรกที่เรียกโฮมินิดชนิดนี้วา ออสตราโลพิธิคัส แอฟริกานัส (Australopithecus Africanus)

84.       โฮมินิดสกุลออสตราโลพิธิคัสได้สูญพันธุ์ไปจากโลกราวกี่ปีมาแล้ว

(1) 50,000 ปี  (2)       100,000 ปี      (3) 500,000    ปี         (4) 1 ล้านปี

ตอบ 3 หน้า 80 โฮมินิดสกุลออสตราโลพิธิคัส (Australopithecus) ได้สูญพันธุ์จากโลกไปกว่า 500,000 ปีมาแล้ว

85.       ในยุคที่มีการเกิดของไพรเมตรุ่นแรกมีสภาพอากาศเป็นอย่างไร

(1) ร้อนชื้น       (2)       อบอุ่น  (3) หนาวจัด     (4) ฝนตกชุก

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 24. ประกอบ

86.       นักมานุษยวิทยากายภาพที่ออกไปศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของลิงชิมแปนซีคือใคร

(1)เจน กูดเดลส์           (2)ชาร์ลส์ ดาร์วิน         (3)ยอร์จ ชาล์เลอร์       (4) ไดแอน ฟอสซี่

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 25. ประกอบ

87.       กอริลลา มีน้ำหนักเฉลี่ยราวกี่ปอนด์

(1) 230            (2)       420     (3) 670            (4) 840

ตอบ 2 หน้า 72 – 73 กอริลลา มีถิ่นที่อยู่ทางแถบชายฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกาบริเวณที่ราบลุ่ม ของแม่น้ำคองโก เป็นวานรที่มีปริมาตรสมองมากที่สุด คือ 460 – 550 ลบ.ซม. มีนํ้าหนักราว 670 ปอนด์ มีความสูงเพียง 5 ฟุตครึ่ง และชอบอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงตั้งแต่ 3-10 ครอบครัว

88.       นักมานุษยวิทยาคนแรกที่ทำการศึกษาชีวิตของกอริลลาคือใคร

(1) เจน กูดเดลล์          (2)ชาร์ลส์        ดาร์วิน (3) ยอร์จ ชาล์เลอร์      (4)ไดแอน ฟอสซี่

ตอบ 3 หน้า 73 ยอร์จ ชาส์เลอร์ (George B. Schaller) เป็นนักมาบุษยวิทยาคนแรกที่ทำการศึกษาชีวิตของกอริลลาในระหว่างปี ค.ศ. 1959 – 1960

89.       อุรังอุตัง มีขนาดมันสมองราวกี่ ลบ.ซม.

(1) 300            (2) 400            (3) 500            (4)       600

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 80. ประกอบ

90.       โฮมินิดได้พัฒนาเป็นสายพันธุ์ที่แยกออกจากวงศ์วานรเมื่อราวกี่ล้านปีมาแล้ว

(1) 5-10 ล้านปี            (2) 10 – 15 ล้านปี       (3) 15 – 20 ล้านปี       (4)       20 – 25            ล้านปี

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 82. ประกอบ

91.       ซากโฮมินิดยุคแรกซึ่งพบบนเชิงเขาสีวาลิก อยู่ในประเทศใด

(1) จีน  

(2) อินเดีย       

(3) อินโดนีเซีย 

(4)       ฝรั่งเศส

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 82. ประกอบ

92.       มนุษย์สไตน์เฮม ค้นพบครั้งแรกในประเทศใด

(1) อังกฤษ      

(2) ฝรั่งเศส      

(3) เยอรมัน      

(4) จีน

ตอบ 3 หน้า 87 โฮโม เซเปียนส์ มีวัฒนธรรมแบบ มุสเตอเรียน” (Mousterian)โดยโฮโม เซเปียนส์ ในยุคแรก ได้แก่

1.         มนุษย์สไตน์เฮม (Steinheim) พบในบระเทศเยอรมัน มีอายุราว 300,000 – 200,000 ปีมาแล้ว

2.         มนุษย์สวอนสโคมบ์ (Swanscombe) พบในประเทศอังกฤษ ใกล้กรุงลอนดอนโดยมีชีวิตอยู่ในช่วงเดียวกับมนุษย์สไตน์เฮม

3.         มนุษย์นีแอนเดอร์ธอลส์ (Neanderthals) พบในประเทศอิรัก โซเวียต และจีน มีอายุราว 125,000 – 40,000 ปีมาแล้ว ซึ่งมนุษย์นีแอนเดอร์ธอลส์นี้ถือว่าเป็นมนุษย์ชั้นสุดท้ายที่จะวิวัฒนาการกลายเป็นโฮโม เซเปียนส์ เซเปียนส์

93.       มนุษย์สวอนสโคมบ์ มีชีวิตอยู่ในช่วงเดียวกับมนุษย์ในข้อใด

(1)นีแอนเตอร์ธอลส์     

(2) สไตน์เฮม   

(3)ไฮเตลเบอร์ก          

(4) โครมันยอง

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 92. ประกอบ

94.       มนุษย์ใดที่เป็นชั้นสุดทายที่จะวิวัฒนาการกลายเป็นโฮโม เซเปียนส์ เซเปียนส์

(1) นีแอนเดอร์ธอลส์    (2) สไตน์เฮม   (3) ไฮเดลเบอร์ก          (4) โครมันยอง

ตอบ 1 ดูคำอธิบายข้อ 92. ประกอบ

95.       มนุษย์นีแอนเดอร์ธอลส์ มีชีวิตอยู่ในสภาพอากาศอย่างไร

(1) ร้อนชื้น       (2) อบอุ่น         (3) หนาวจัด     (4) ฝนตกชุก

ตอบ 3 หน้า 87 มนุษย์นีแอนเดอร์ธอลส์ มีชีวิตอยู่ในสภาพอากาศหนาวเย็นของยุคนํ้าแฃ็ง โดยมีรูปร่างทางร่างกายเกือบเท่ามนุษย์สมัยใหม่ มีขนาดมันสมองใหญ่ราว 1,200 – 1,800 ลบ.ซม. เดินตัวตั้งตรง มีความสูงเฉลี่ย 5 ฟุต แต่หนักและหนา หน้าอกกว้างและกลม มีกล้ามเนื้อ เป็นมัด ๆ กระดูกขาใหญ่และโค้ง นิ้วมือใหญ่และสั้น เท้าอูม กะโหลกศีรษะลาดต่ำและแบน กะโหลกท้ายทอยและด้านข้างโป่ง กระดูกคิ้วโปนหนเหนือขอบตาและโค้งลงมาเชื่อมกับสันจมูก

96.       มีความเชื่อกันว่า ช่องแคบใดที่เคยเป็นแผ่นดินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและอเมริกา

(1)ปานามา      (2)เบริง            (3)มะละกา     (4)สุเอซ

ตอบ 2 หน้า 90 มีความเชื่อกันว่า ช่องแคบที่เคยเป็นแผนดินเชื่อมต่อระหว่างทวีปเอเชียและทวีปอเมริกา คือ ช่องแคบเบริง

97.       มนุษย์กลุ่มใดที่ได้เริ่มมีพิธิการฝังศพ

(1)นีแอนเดอร์ธอลส์     (2)สไตน์เฮม    (3)ไฮเดลเบอร์ก           (4)โครมันยอง

ตอบ 4 หน้า 90 มนุษย์โครมันยอง (Cro-magnon) เป็นโฮโม เซเปียนส์ เซเปียนส์ในยุคต้นโดยมีชีวิตอยู่ในระหว่างครึ่งหลังของยุคน้ำแข็งรุ่นสุดท้ายที่มีอากาศอบอุ่นและหนาวลลับกันไป โดยมนุษย์โครมันยองจะมีความสามารถในการทำเครื่องมือเครื่องใช้ด้วยไม้ กระดูกและเขาสัตว์ ปั้นรูป ทำเครื่องปั้นดินเผา และสามารถเรียนรู้-วัฒนธรรมอื่น ๆ ได้ เช่น วิธีการล่าสัตว์ ศิลปะ และพิธีกรรม นอกจากนี้ยังริเริ่มพิธีการฝังศพด้วย

98.       การศึกษาการวิวัฒนาการของยุคก่อนประวัติศาสตร์มีชื่อเรียกเฉพาะว่าอะไร

(1) มานุษยวิทยาวัฒนธรรม     (2) มานุษยวิทยากายภาพ

(3) มานุษยวิทยาโบราณศึกษา            (4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 3 หน้า 91 การศึกษาการวิวัฒนาการของยุคก่อนประวัติศาสตร์มีชื่อเรียกเฉพาะว่า วิชามานุษยวิทยาสาขาโบราณศึกษา (Paleoanthropology)

99.       มนุษย์เริ่มทำการเพาะปลูกมาแล้วราวกี่ปี

(1) 1,000 ปี     (2) 10,000      ปี         (3) 50,000 ปี  (4)       100,000 ปี

ตอบ 2 หน้า 91 มนุษย์เริ่มทำการเพาะปลูกเมื่อ 10,000 ปีมาแล้ว โดยบริเวณแหล่งเพาะปลูก โบราณที่สำคัญในยุคต้น ได้แก่ ตอนเหนือของจีน เม็กซิโก และเปรู โดยมีผู้ค้นพบหลักฐาน ว่าดิบแดนแถบสุวรรณภูมิของเรานี้เริ่มเพาะปลูกเมื่อ 9,000 ปีมาแล้ว

100.    เมืองเก่าแก่ที่สุดในโลกคือเมืองอะไร

(1)โรม  (2) เจอริโช       (3)อาซีเลียน    (4)โจวโขว่เตี้ยน

ตอบ 2 หน้า 91 เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลก คือ เมืองเจอริโช อยู่ในประเทศจอร์แดน ปัจจุบันอยู่ในเขตยึดครองของอิสราเอล ซึ่งเมืองนี้สร้างขึ้นเมื่อ 10,500 ปีมาแล้ว

101.    โฮโม เซเปียนส์ มีวัฒนธรรมแบบใด

(1) โอดูแวน     

(2) อาชูเลี่ยน   

(3)มุสเตอเรียน            

(4)       แม็กเดลิเนียน

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 92. ประกอบ

102.    แหล่งเพาะปลูกโบราณที่สำคัญในยุคต้น คือแถบใด

(1) จอร์แดน     

(2) เม็กซิโก      

(3) ออสเตรเลีย            

(4)       อิตาลี

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 99. ประกอบ

103.    วัฒนธรรมของโฮมินิดยุคโฮโม อีเรคตัส เรียกว่าอะไร

(1)คาริแคน      

(2)โอดูแวน      

(3)อาชูเลี่ยน    

(4)มุสเตอเรียน

ตอบ 3 หน้า 838695 วัฒนธรรมของโฮมินิดยุคโฮโม อีเรคตัส เรียกว่า วัฒนธรรมอาชูเลี่ยน (Acheulian) ซึ่งมีลักษณะสำคัญดังนี้

1. มีการใช้เครื่องมือเครื่องใช้ที่สำคัญ คือ เครื่องมือหินสำหรับสับหรือตัด ซึ่งแหล่งทำหิน ที่สำคัญ ก็คือ อาซูเลี่ยน    2. สามารถสร้างเครื่องมือเพื่อใช้ล่าสัตว์ขนาดใหญ่ได้

3.         อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม         4. ริเริ่มใช้ ไฟ” เป็นครั้งแรก

5. เป็นกลุ่มแรกที่ริเริ่มการใช้ภาษาในการสื่อสาร โดยใช้ระบบสัญลักษณ์ด้านภาษาพูด เพื่อบ่งบอกถึงความต้องการและความรู้สึกของตน ฯล

104.    โฮโม อีเรคตัส ไม่มีการค้นพบในทวีปใด

(1) เอเชีย         (2) อเมริกา      (3) ออสเตรเลีย            (4) ข้อ 2 และ 3

ตอบ 4 หน้า 84 – 85 มีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของโฮโม อีเรคตัส ในทวีปเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา แต่ไม่พบใบทวีปอเมริกาและออสเตรเลีย ซึ่งซากดึกดำบรรพ์ที่ค้นพบนั้น ได้แก่ ซากกระดูกของมนุษย์ชวา มนุษย์ปักกิ่ง และมนุษย์ไฮเดลเบอร์ก

105.    กันนาร์ แอนเดอร์สัน ได้ค้นพบซากกระดูกที่ใด

(1) โรม (2) เจอริโช       (3) อาซีเลียน   (4) โจวโข่วเตี้ยน

ตอบ 4 หน้า 85 ในปี ค.ศ. 1921 กันนาร์ แอนเดอร์สัน (J. Gunnar Anderson) นักธรณีวิทยาชาวสวีเดน ได้ค้นพบซากกระดูกและฟันกรามของมนุษย์ที่หมู่บ้านโจวโข่วเตี้ยน ประเทศจีน การค้นพบ ดังกล่าวก่อให้เกิดความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วไป โดยเฉพาะนายแพทย์เดวิดสัน แบล็ค (Davidson Black) แห่งมหาวิทยาลัยการแพทย์ กรุงปักกิ่ง ที่ได้รวบรวมนักวิชาการมาทำการ ค้นหาและวิเคราะห์ซากกระดูกนี้อย่างจริงจัง โดยได้ตั้งชื่อซากโฮมินิดนี้ว่า ซิแนนโธรปัส” (Sinanthropus) หรือเรียกง่าย ๆ ว่า มนุษย์ปักกิ่ง

106.    เดวิดสัน แบล็ค ได้ตั้งชื่อซากโฮมินิดที่ค้นพบว่าอะไร

(1) พิธิแคนโธรปัส       (2) นีแอนเตอร์ธอลส์    (3) ซิแนนโธรปัส          (4) ไฮเดลเบอร์ก

ตอบ 3 ดูคำอธิบายข้อ 105. ประกอบ

107.    กลุ่มโฮโมกลุ่มใดที่เป็นกลุ่มแรกที่เริ่มใช้ภาษาในการสื่อสาร

(1) โฮโม เซเปียนส์       (2)โฮโม อีเรคตัส          (3)โฮโม บาซิลลัส        (4)โฮโม ฮาบิลิส

ตอบ 2 ดูคำอธิบายข้อ 103. ประกอบ

108.    ผู้ใดคือผู้ที่ค้นพบซากกระดูกในชวา

(1) เดวิดสัน แบล็ค      (2) ฟรานซ์ ไวเดนริช    (3) ออตโต้ ชูเทนแซค   (4) ยูยีน ดูบัว

ตอบ 4 หน้า 84 ยูยีน ดูบัว (Eugene Dubois) ชาวฮอลันดา ได้ค้นพบหัวกะโหลกและกระดูกโคนขา ในชวาประเทศอินโดนีเซียเมื่อเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1891 จึงนำมาศึกษาวิเคราะห์อย่างละเอียด และเขียนเป็นบทความออกมาเผยแพร่ โดยได้ตั้งชื่อสิ่งที่ค้นพบว่า พิธิแคนโธรปัส อีเรคตัส” (Pethecanthropus Erectus) หรือเรียกง่าย ๆ ว่า มนุษย์ชวา

109.    ใครคือผู้ที่ทำการศึกษามนุษย์ฮเดลเบอร์ก

(1) เดวิดสัน แบล็ค      (2) ฟรานซ์ ไวเดนริช    (3) ออตโต้ ชูเทนแซค   (4) ยูยีน  ดูบัว

ตอบ 3 หน้า 85 – 86 ศาสตราจารย์ออตโต้ ชูเทนแซค (Otto Schoetensack) แห่งมหาวิทยาลัย ไฮเดลเบอร์ก ได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์ซากกระดูกขากรรไกรล่างของมนุษย์ที่เจ้าของบ่อทรายพบที่บ่อดูดทรายในทวีปยุโรปอย่างละเอียด และได้ตั้งชื่อว่า โฮโม ไฮเดลเบอร์เจนซิส” (Homo Heidelbergensis) หรือที่รู้จักกันในนาม มนุษย์เฮเดลเบอร์ก” ซึ่งจัดอยู่ในสปีชี่ โฮโม อิเรคตัส

110.    เคยมีการสันนิษฐานว่าโฮโม อีเรคตัส มีแหล่งกำเนิดในแถบใด

(1)ขั้วโลกเหนือ            (2)ขั้วโลกใต้    (3)ตะวันออกกลาง      (4)เส้นศูนย์สูตร

ตอบ 4 หน้า86 นักวิทยาศาสตร์เคยสันนิษฐานว่า โอโม อีเรคตัส แต่เดิมนั้นมีแหล่งกำเนิดตามเส้นศูนย์สูตร ต่อมาได้อพยพกระจัดกระจายไปทางเหนือและบางส่วนก็ข้ามไปอาศัยอยู่ในทวีปยุโรป

111.    ชาวอียิปต์โบราณก่อนคริสต์ศักราชได้แบ่งแยกคนออกเป็นกี่กลุ่ม (ตามสีผิว)

(1)2     

(2)3     

(3)4     

(4)5

ตอบ 3 หน้า 102 ตั้งแต่ปี 1350 ก่อนคริสต์ศักราช ชาวอียิปต์โบราณได้แบ่งแยกคนออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. ชาวอียิปต์ มีผิวสีแดง        2. คนทางตะวันออก มีผิวสีเหลือง

3. คบทางเหนือ มีผิวสีขาว       4. คบทางทิศใต้ มีผิวสีดำ

112.    ในปี ค.ศ. 1951 องค์การยูเนสโกได้แบ่งมนุษย์ออกเป็นกลุ่ม ๆ อย่างไร

(1) ผิวขาว ผิวดำ ผิวดำแดง     

(2) ผิวขาว ผิวเหลือง ผิวดำ

(3) ผิวดำแดง ผิวดำ ผิวเหลือง 

(4) ผิวดำ ผิวดำแดง ผิวขาว

ตอบ 2 หน้า 103 องค์การยูเนสโก ได้จัดประชุมนักมานุษยวิทยากายภาพที่กรุงปารีสในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1951 โดยได้เห็นพ้องกันว่า กลุ่มชาติพันธุ์ของมนุษย์ในโลกนี้แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ 1. พวกผิวขาว (Caucacoid)          2. พวกผิวเหลือง (Mongoloid)

3. พวกผิวดำ (Negroid)

113.    กลุ่มใดที่ไม่จัดอยู่ในกลุ่มคนผิวเหลือง

(1)มาลายัน     

(2)เอสกิโม       

(3)อินเดียนแดง           

(4)ผิดทั้งหมด

ตอบ 4 หน้า 105 มนุษย์ชาติพันธุ์ผิวเหลือง อาจแยกย่อยออกได้เป็น

1.         มองโกลอยด์ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จีน ทิเบต มองโกเลีย

2.         อินเดียนแดง อยู่แถบทวิปอเมริกาทั้งตอนเหนือและตอนใต้

3.         เอสกิโม อยู่แถบเหนือสุดของทวีบอเมริกา รัฐอลาสก้า และตอนเหนือของแคนาดา

4.         มาลายัน อยู่แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มลายู ชวา ไทย บาหลี

114.    ฟรานส์ โบแอส ได้ตั้งข้อสมมุติฐานของการมีสีผิวที่แตกต่างกันเพราะอะไร

(1) มีระดับความหนาบางต่างกัน        (2) อยู่ในสภาพภูมิศาสตร์ต่างกัน

(3) ระดับการปกป้องจากธรรมชาติต่างกัน     (4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 3 หน้า 105 – 106 ฟรานส์ โบแอส (Franz Boas) ได้ตั้งสมมุติฐานไว้ว่า การที่คนมีสีผิวต่างกัน เป็นเพราะระดับของการปกป้องจากธรรมชาติไม่เท่ากัน” ซึ่งจากทถุษฎีนี้อาจนำมาใช้ในการ อธิบายความแตกต่างทางด้านสีผิวของคนผิวดำและผิวเหลืองที่อาศัยตามบริเวณเขตเส้นศูนย์สูตร หรือคนผิวขาวที่มักอาศัยตามเขตอบอุ่นและเขตหนาวได้

115.    คนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ราบสูงเหนือระดับนํ้าทะเลมาก ๆ จะมีอวัยวะใดใหญ่กว่าคนปกติ

(1) เท้า (2) เส้นเลือด    (3) หัวใจ          (4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 3 หน้า 109 จากการศึกษาพบว่า การดำรงชีวิตของคนที่อาศัยอยูบริเวณที่ราบสูงเหนือระดับ นํ้าทะเลมาก ๆ อวัยวะทางร่างกายจะมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสภาวะที่มีปริมาณ ออกซิเจนน้อย เช่น ขนาดของปอดและหัวใจใหญ่กว่าคนปกติที่อาศัยอยูบนพื้นราบ จำนวนเม็ดโลหิตแดงมีมากขึ้น ฯลฯ

116.    นักวิทยาศาสตร์ใช้เกณฑ์อะไรในการจัดกลุ่มเลือดของมนุษย์

(1) โครงสร้างของเม็ดเลือด     (2) ระดับโปรตีนในเม็ดเลือด

(3) ความหนาแน่นของเม็ดเลือด          (4) ถูกทั้งหมด

ตอบ 1 หน้า 109 นักวิทยาศาสตร์จัดจำแนกกลุ่มเลือดของมนุษย์ออกเป็นหลายกลุ่มตามโครงสร้าง ในเม็ดเลือดและตามประเภทของสารที่เป็นองค์ประกอบในเม็ดเลือด ซึ่งการจำแนกนี้มีอยู่ หลายระบบ เช่น ABO System, p System, Lutheran System และ Kell System เป็นต้น สำหรับประเทศไทยใช้การจำแนกกลุ่มเลือดระบบ ABO System ซึ่งเป็นระบบที่ถูกค้นพบโดย คาร์ล แลนด์สไตเนอร์ (Karl Landsteiner)

117.    ชาวแอฟริกันไนโลติกที่อาศัยอยู่บริเวณเขตร้อนมีความสูงเฉลี่ยกี่เซนติเมตรขึ้นไป

(1)140 (2)160 (3) 180            (4)200

ตอบ 3 หน้า 107 ชาวแอฟริกันเผ่าไนโลติกที่อาศัยอยู่ในบริเวณเขตร้อนจะมความสูง 180 เซนติเมตรขึ้นไป ผอม เอวบาง ลำตัวและแขนขายาว ซึ่งลักษณะเช่นนี้จะมีความเหมาะสมต่อการมีชีวิตอยู่ใน เขตร้อน

118.    นักมานุษยวิทยาสังคมไม่ทำการศึกษาในเรื่องใด

(1) สังคมชนบท           (2) สังคมเมือง (3) สังคมกลุ่มย่อย      (4) สังคมในอดีต

ตอบ 4 หน้า 116, (คำบรรยาย) นักมานุษยวิทยาสังคมสนใจศึกษาสังคมปัจจุบันทั้งสังคมชนบท สังคมเมือง สังคมกลุ่มย่อยที่ตั้งอยู่ในและบอกทวีปยุโรป ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้นักมานุษยวิทยาสังคม มีความแตกต่างจากนักโบราณคดีที่ศึกษาสังคมของคนที่ดำรงชีวิตในอดีตกาล

119.    วิธีการศึกษาใดที่เป็นข้อเด่นของการทำวิจัยสังคมและวัฒนธรรม

(1) การทำแบบสอบถาม         (2) การสัมภาษณ์

(3) การสังเกตแบบมีส่วนร่วม  (4) การสังเกตการณ์แบบห่าง ๆ

ตอบ 3 หน้า 113116289 การสังเกตแบบมีส่วนร่วม (Participant Observation) เป็นข้อเด่นของ การทำวิจัยสังคมและวัฒนธรรมของวิชามานุษยวิทยา โดยนักมาบุษยวิทยาจะเข้าไปอาศัยอยู่ ร่วมกับคนในสังคมที่ต้องการศึกษาเป็นเวลานานประมาณ 1 – 2 ปี เพื่อที่จะให้เข้าใจวัฒนธรรม ของคนในสังคมนั้นอย่างแท้จริง

120.    ใครคือผู้สร้าง ทฤษฎีโครงสร้างและหน้าที่

(1) ออกัส คองท์ และเฮอร์เบอร์ท สเปนเซอร์   (2) เรดคลิฟ-บราวน์ และมาลินอฟสกี้

(3) อีมิล เดอร์ไคม์ และเรดคลิฟ แบล็ค            (4) เอ็ดเวอร์ด ไทเลอร์ และฟรานซ์ โบแอส

ตอบ 2 หน้า 258 – 259347 อัลเฟรด เรดคลีฟ-บราวน์ (Alfred Radcliffe-Brown) และโบรนิสลอว์ มาลินอฟสกี้ (Brownislaw Malinowski) เป็นผู้สร้างทฤษฎีโครงสร้างและหน้าที่ (Structural and Functional Theory) ซึ่งเป็นการรวมทฤษฎีโครงสร้างและทฤษฎีหน้าที่เข้าไว้ด้วยกัน

Advertisement