LAW4004 กฎหมายแรงงานและการประกันสังคม การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2551

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2551

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW4004 กฎหมายแรงงานและการประกันสังคม

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายหนึ่งเป็นลูกจ้างได้รับค่าจ้างเดือนละ 12,000 บาท และนายสองเป็นลูกจ้างได้รับค่าจ้างรายวัน วันละ 320 บาท บริษัททำงานวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 12.00 น. และ 13.00 น. ถึง 17.00 น. ในวันอังคารและวันพุธ นายจ้างให้เลิกงานเวลา 16.00 น. และต่อมาในวันพฤหัสบดี นายจ้างมีคำสั่งให้นายหนึ่งและนายสองทำงานจนเลิกงานเวลา 18.00 น. แต่งานไม่เสร็จจึงขอให้ ทำงานต่อไปจนถึงเวลา 21.00 น. เช่นนี้ นายหนึ่งและนายสองจะได้รับค่าตอบแทนอย่างไรบ้าง เพราะเหตุใด จงอธิบาย

Advertisement

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

มาตรา 23 วรรคแรกและวรรคสอง ให้นายจ้างประกาศเวลาทำงานปกติให้ลูกจ้างทราบ โดย กำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการทำงานแต่ละวันของลูกจ้างได้ไม่เกินเวลาทำงานของแต่ละประเภทงาน ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่วันหนึ่งต้องไม่เกินแปดชั่วโมง ในกรณีที่เวลาทำงานวันใดน้อยกว่าแปดชั่วโมง นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันให้นำเวลาทำงานส่วนที่เหลือนั้นไปรวมกับเวลาทำงานในวันทำงานปกติอื่นก็ได้ แต่ต้องไม่เกินวันละเก้าชั่วโมงและเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้ว สัปดาห์หนึ่งต้องไมเกินสี่สิบแปดชั่วโมง เว้นแต่งานที่ อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างตามที่กำหนดในกฎกระทรวงต้องมีเวลาทำงานปกติวันหนึ่ง ไม่เกินเจ็ดชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไมเกินสี่สิบสองชั่วโมง

ในกรณีที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันให้นำเวลาทำงานส่วนที่เหลือไปรวมกับเวลาทำงานในวันทำงาน ปกติอื่นตามวรรคหนึ่งเกินกว่าวันละแปดชั่วโมง ให้นายจ้างจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้าง ต่อชั่วโมงวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำเกินสำหรับลูกจ้างรายวันและลูกจ้างรายชั่วโมง หรือไมน้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่ง ของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้ในชั่วโมงที่ทำเกินสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตาม ผลงาน

มาตรา 61 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงานให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลา ให้แกลูกจ้างในอัตราไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือไมน้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับ ค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

มาตรา 68  เพื่อประโยชน์แก่การคำนวณค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาใน วันหยุด ในกรณีที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานหมายถึง ค่าจ้างรายเดือน หารด้วยผลคูณของสามสิบและจำนวนชั่วโมงทำงานในวันทำงานต่อวันโดยเฉลี่ย

วินิจฉัย

สำหรับลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างรายชั่วโมง ลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงาน หากวันใดต้อง ทำงานเกินวันละ 8 ชั่วโมง แม้ว่านายจ้างและลูกจ้างตกลงให้นำเวลาส่วนที่เหลือของวันทำงานปกติมารวมด้วยก็ตาม ลูกจ้างดังกล่าวก็จะได้รับค่าตอบแทนสำหรับชั่วโมงการทำงานที่ทำเกิน 8 ชั่วโมงนั้น ในอัตราไมน้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่ง ของค่าจ้างในวันทำงานปกติ แต่ไม่ใช่ค่าล่วงเวลา

กรณีตามอุทาหรณ์ นายหนึ่งและนายสองจะมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนอย่างไร เห็นว่า นายหนึ่ง เป็นลูกจ้างรายเดือนได้รับค่าจ้างเดือนละ 12,000 บาท และนายสองเป็นลูกจ้างรายวันได้รับค่าจ้างวันละ 320 บาท ทั้งสองคนทำงานวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 12.00 น. และ 13.00 น. ถึง 17.00 น. ในวันอังคาร และวันพุธนายจ้างให้นายหนึ่งและนายสองเลิกงานเวลา 16.00 น. และในวันพฤหัสบดีนายจ้างมีคำสั่งให้นายหนึ่ง และนายสองทำงานจนเลิกงานเวลา 18.00 น. กรณีเช่นนี้นายจ้างสามารถที่จะกระทำได้ ตามมาตรา 23 วรรคแรก และมาตรา 23 วรรคสองได้กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำเกินสำหรับลูกจ้างรายวัน

ดังนั้น สำหรับการทำงานในวันพฤหัสบดีตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 18.00 น. (1 ชั่วโมง) นายสอง ซึ่งเป็นลูกจ้างรายวัน จะได้รับค่าตอบแทนในอัตราไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน ตามชั่วโมงที่ทำเกิน เมื่อนายสองได้รับค่าจ้างวันละ 320 บาท อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง (320 หารด้วย 8) เท่ากับ 40 บาท คิดเป็นหนึ่งเท่าครึ่ง (40 คูณดัวย 1.5) เท่ากับ 60 บาท ส่วนนายหนึ่งในระหว่างเวลา 17.00 น. ถึง 18.00 น. ไม่มีสิทธิ ได้รับค่าตอบแทน เนื่องจากนายหนึ่งเป็นลูกจ้างรายเดือนจึงไม่ต้องด้วยมาตรา 23 วรรคสอง

สำหรับการทำงานในวันพฤหัสบดีตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 21.00 น. (3 ชั่วโมง) เป็นกรณีที่ นายจ้างให้นายหนึ่งและนายสองมาทำงานล่วงเวลาในวันทำงาน ตามมาตรา 61 โดยทั้งสองคนจะได้รับค่าล่วงเวลา ในวันทำงานในอัตราไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำ เช่นนี้

กรณีนายหนึ่ง เมื่อนายหนึ่งเป็นลูกจ้างรายเดือนโดยได้รับค่าจ้างเดือนละ 12,000 บาท อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงเท่ากับค่าจ้างรายเดือนหารด้วยผลคูณของสามสิบและจำนวนชั่วโมงในวันทำงานโดยเฉลี่ย (12,000 หารด้วย 30) เท่ากับ 400 บาท เป็นอัตราค่าจ้างรายวัน และ (400 หารด้วย 8) เท่ากับ 50 บาท เป็น อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง (มาตรา 68) คิดเป็นหนึ่งเท่าครึ่ง (50 คูณด้วย 1.5) เท่ากับ 75 บาท เป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง ในกรณีนี้ นายหนึ่งจะได้รับเป็นจำนวน (75 คูณด้วย 3) เท่ากับ 225 บาท

กรณีนายสอง ค่าจ้างในอัตราหนึ่งเท่าครึ่งของนายสอง เท่ากับ 60 บาท เมื่อทำงานล่วงเวลา เป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง ในกรณีนี้ นายสองจะได้รับค่าล่วงเวลาในวันทำงานเป็นจำนวน (60 คูณด้วย 3) เท่ากับ 180 บาท

สรุป นายหนึ่งและนายสองมีสิทธิได้รับค่าตอบแทน ดังนี้

นายหนึ่งได้รับ เท่ากับ 225 บาท

นายสองได้รับ 180 บวก 60 เท่ากับ 240 บาท

Advertisement