LAW4004 กฎหมายแรงงานและการประกันสังคม การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2552

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2552

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW4004 กฎหมายแรงงานและการประกันสังคม

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายเปียกเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลของห้างสรรพสินค้าถูกดีสวยมาก ได้ถูกนายจ้างเลิกจ้าง จึงมาขอปรึกษาท่านในฐานะพนักงานตรวจแรงงาน โดยอ้างว่า

Advertisement

(1)       ปี พ.ศ. 2551 นายเปียกเคยถูกพักงาน กรณีกระทำผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างฐานสูบบุหรี่ในห้างสรรพสินค้า นายเปียกยอมรับการกระทำผิด นายจ้างจึงสั่งพักงาน นายเปียกอ้างว่าไม่ได้รับเงินค่าจ้างระหว่างการพักงานตามกฎหมาย

(2)       ปี พ.ศ. 2552 นายเปียกได้ใช้ให้นายหนุ่มลูกน้องไปจ่ายกับข้าวให้แก่ร้านอาหารของนายเปียกเองในตอนเช้าและตอนบ่ายเป็นเวลา 10 วัน นายจ้างจึงเลิกจ้างนายเปียกและไม่จ่ายค่าชดเชยให้

ให้ท่านให้คำแนะนำนายเปียกตามกฎหมายแรงงาน

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

มาตรา 116 ในกรณีที่นายจ้างทำการสอบสวนลูกจ้างซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ห้ามมิให้นายจ้างสั่งพักงานลูกจ้างในระหว่างการสอบสวนดังกล่าว เว้นแต่จะมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือข้อตกลง เกี่ยวกับสภาพการจ้างให้อำนาจนายจ้างสั่งพักงานลูกจ้างได้ ทั้งนี้ นายจ้างจะต้องมีคำสั่งพักงานเป็นหนังสือระบุ ความผิดและกำหนดระยะเวลาการพักงานได้ไม่เกินเจ็ดวันโดยต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบก่อนการพักงาน

ในระหว่างการพักงานตามวรรคแรก ให้นายจ้างจ่ายเงินให้แกลูกจ้างตามอัตราที่กำหนดในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือตามที่นายจ้างและลูกจ้างได้ตกลงกันไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ทั้งนี้ อัตราดังกล่าต้องไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนถูกพักงาน

มาตรา 117 เมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ปรากฏว่าลูกจ้างไม่มีความผิด ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ให้แก่ลูกจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานนับแต่วันที่ลูกจ้างถูกสั่งพักงานเป็นต้นไป โดยให้คำนวณเงินที่นายจ้างจ่าย ตามมาตรา 116 เป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างตามมาตรานี้พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละลิบห้าต่อปี

มาตรา 583 ถ้าลูกจ้างจงใจขัดคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายก็ดี หรือละเลยไม่นำพา ต่อคำสั่งเช่นว่านั้นเป็นอาจิณก็ดี ละทิ้งการงานไปเสียก็ดี กระทำความผิดอย่างร้ายแรงก็ดี หรือทำประการอินอัน ไม่สมแกการปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตก็ดี ท่านว่านายจ้างจะไล่ออกโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือให้สินไหมทดแทนก็ได้

วินิจฉัย

(1) กรณีตามอุทาหรณ์ นายเปียกถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เมื่อนายเปียกยอมรับว่าตนกระทำความผิดจริง นายจ้างก็มีอำนาจลงโทษนายเปียกได้ด้วยการพักงาน ดังนั้น การพักงานตามฟ้องของนายจ้างจึงเป็นการพักงานเนื่องจากการลงโทษทางวินัยแก่นายเปียกเพราะนายเปียก กระทำความผิดตามที่แถลงรับ มิใช่กรณีที่นายจ้างสั่งพักงานระหว่างทำการสอบสวนลูกจ้างซึ่งถูกกล่าวหาว่า กระทำความผิดตามมาตรา 116 และมาตรา 117 (ฎ. 9330/2542)

 (2) กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายเปียกได้ใช้ให้นายหนุ่มลูกน้องไปจ่ายกับข้าวให้แก่ร้าน อาหารของนายเปียกเองในตอนเช้าและตอนบ่ายเป็นเวลา 10 วัน เป็นการแสวงหาประโยชน์จากหน้าที่การงาน เพื่อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่นเกินสมควรที่ผู้บังคับบัญชาจะพึงกระทำและเสียหายแก่นายจ้า ถือว่าทุจริตต่อหน้าที่ นายเปียกทุจริตต่อหน้าที่เป็นการกระทำผิดหน้าที่ของลูกจ้าง นายจ้างเลิกจ้างนายเปียกได้ไม่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ทั้งเป็นกรณีที่ลูกจ้างกระทำการไม่สมแกการปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยทุจริตตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 นายจ้างไมต้องจ่ายค่าเสียหาย ค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่นายเปียก (ฎ. 2695/2529)

สรุป ข้าพเจ้าจะให้ค่าแนะนำนกนายเปียกตามกฎหมายแรงงานว่า

(1)       การพักงานของนายจ้างชอบด้วยกฎหมาย นายเปียกไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างระหว่างพักงาน

(2)       การกระทำของนายเปียกเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย ค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่นายเปียก

Advertisement