LAW4004 กฎหมายแรงงานและการประกันสังคม การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2552

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2552

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW4004 กฎหมายแรงงานและการประกันสังคม

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นางสุนิสาอายุ 24 ปี เป็นลูกจ้างพนักงานบัญชีได้รับค่าจ้างเดือนละ 12,000 บาท กำลังตั้งครรภ์ ได้หนึ่งเดือน นายกมลเป็นน้องชายอายุ 19 ปี เป็นลูกจ้างได้รับค่าจ้างเดือนละ 9,600 บาท ทั้งสองทำงานวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น. (พักเที่ยง 1 ชั่วโมง) นายจ้างให้นางสุนิสาและนายกมลทำงานวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 20.00 น. และ ในวันอาทิตย์ทำงานตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึง 12.00 น. เจช่นนี้จะทำได้หรือไม ได้รับค่าตอบแทน อย่างไร เพราะเหตุใด จงอธิบาย

Advertisement

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

มาตรา 39/1 “ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ทำงานในระหว่างเวลา 22.00 นาฬิกา ถึงเวลา 06.00 นาฬิกา ทำงานล่วงเวลา หรือทำงานในวันหยุด

ในกรณีที่ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ทำงานในตำแหน่งผู้บริหาร งานวิชาการ งานธุรการ หรือ งานเที่ยวกับการเงินหรือบัญชีนายจ้างอาจให้ลูกจ้างนั้นทำงานล่วงเวลาในวันทำงานได้เท่าที่ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ของลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราว ๆ ไป

มาตรา 44 “ห้ามมิให้นายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเป็นลูกจ้าง

มาตรา 45 “ในกรณีที่มีการจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีเป็นลูกจ้าง ให้นายจ้าง…

มาตรา 61 “ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงานให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลา ให้แกลูกจ้างในอัตราไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือ ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้าง ตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

มาตรา 62 “ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามมาตรา 28 มาตรา 29 หรือ มาตรา 30 ให้นายจ้างจ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างในอัตรา ดังต่อไปนี้

(1)       สำหรับลูกจ้างซึ่งมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด ให้จ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าจ้างอีกไม่น้อยกว่า หนึ่งเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำหรือไมน้อยกว่าหนึ่งเท่าของอัตราค่าจ้าง ต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

มาตรา 68 “เพื่อประโยชน์แก่การคำนวณค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลา ในวันหยุด ในกรณีที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานหมายถึง ค่าจ้างรายเดือน หารด้วยผลคูณของสามสิบและจำนวนชั่วโมงทำงานในวันทำงานต่อวันโดยเฉลี่ย

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ ตามมาตรา 39/1 วรรคแรก ได้บัญญัติห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็น หญิงมีครรภ์ทำงานล่วงเวลา หรือทำงานในวันหยุด แต่มีข้อยกเว้นในมาตรา 39/1 วรรคสอง กำหนดว่าสำหรับ ตำแหน่งงานบัญชี นายจ้างอาจให้ทำงานล่วงเวลาในวันทำงานได้โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน ดังนั้น นางสุนิสาจึงทำงานล่วงเวลาในวันศุกร์ได้ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 20.00 น. (2 ชั่วโมง) ซึ่งตามมาตรา 61 กำหนดให้จ่ายค่าล่วงเวลาไนวันทำงานในอัตราไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำ

เมื่อนางสุนิสาเป็นลูกจ้างรายเดือนโดยได้รับค่าจ้างเดือนละ 12,000 บาท อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง เท่ากับค่าจ้างรายเดือนหารด้วยผลคูณของสามสิบและจำนวนชั่วโมงในวันทำงานโดยเฉลี่ย (12,000 หารด้วย 30) เท่ากับ 400 บาท เป็นอัตราค่าจ้างรายวัน และ (400 หารด้วย 8) เท่ากับ 50 บาท เป็นอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง (มาตรา 68) คิดเป็นหนึ่งเท่าครึ่ง (50 คูณด้วย 1.5) เท่ากับ 75 บาท ระยะเวลาในการทำงาน 2 ชั่วโมง ในกรณีนี้ นางสุนิสาจะได้รับเป็นจำนวน (75 คูณด้วย 2) เท่ากับ 150 บาท

สำหรับการทำงานในวันอาทิตย์ระหว่างเวลา 09.00 น. ถึง 12.00 น. (เป็นเวลา 3 ชั่วโมง) นั้น นางสุนิสาไม่สามารถทำงานในวันหยุดได้ตามมาตรา 39/1 วรรคแรก ทั้งตามมาตรา 39/1 วรรคสอง อนุญาตให้ ทำงานได้สำหรับการทำงานล่วงเวลาในวันทำงานเท่านั้น

ส่วนนายกมลอายุ 19 ปี ถือว่าเป็นลูกจ้างปกติไมใช่แรงงานเด็ก (มาตรา 44 ประกอบมาตรา 45) การที่นายกมลทำงานในวันศุกร์ (2 ชั่วโมง) จะได้รับค่าล่วงเวลาในวันทำงานตามมาตรา 61 เช่นกัน ดังนั้น เมื่อ นายกมลเป็นลูกจ้างรายเดือนโดยได้รับค่าจ้างเดือนละ 9,600 บาท อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงเท่ากับค่าจ้างรายเดือน หารด้วยผลคูณของสามสิบและจำนวนชั่วโมงในวันทำงานโดยเฉลี่ย (9,600 หารด้วย 30) เท่ากับ 320 บาท เป็นอัตราค่าจ้างรายวัน และ (320 หารด้วย 8) เท่ากับ 40 บาท เป็นอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง (มาตรา 68) คิดเป็น หนึ่งเท่าครึ่ง (40 คูณด้วย 1.5) เท่ากับ 60 บาท ระยะเวลาในการทำงาน 2 ชั่วโมง ในกรณีนี้ นายกมลจะได้รับ เป็นจำนวน (60 คูณด้วย 2) เท่ากับ 120 บาท

สำหรับการทำงานในวันอาทิตย์ของนายกมลระหว่างเวลา 09.00 น. ถึง 12.00 น. (3 ชั่วโมง) นายกมลจะได้รบค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มจากค่าจ้างอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของอัตราค่าจ้างในวันทำงานตามชั่วโมง ทีทำ ในกรณีนี้นายกมลจะได้รับค่าทำงานในวันหยุดเป็นจำนวน (40 คูณด้วย 1) เท่ากับ 40 บาท เป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมง (40 คูณด้วย 3) เท่ากับ 120 บาท

สรุป นางสุนิสา ได้รับค่าทำงานล่วงเวลาในวันทำงาน 150 บาท และนางสุนิสาม่สามารถ ทำงานในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดได้

นายกมล ได้รับค่าทำงานล่วงเวลาในวันทำงาน 120 บาท และได้รับค่าทำงานในวันหยุด 120 บาท

Advertisement