LAW4004 กฎหมายแรงงานและการประกันสังคม การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2552

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2552

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW4004 กฎหมายแรงงานและการประกันสังคม

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายจ้างทำสัญญาจ้างนายสำเภาเป็นลูกจ้าง โดยชำระค่าจ้างให้เดือนละ 10,000 บาท ทุก ๆ วัน สิ้นเดือน โดยในสัญญามีข้อตกลงว่า ในระยะเวลา 200 วันนับจากวันเริ่มปฏิบัติงานให้ถือว่าเป็น ระยะเวลาทดลองงาน นายจ้างชอบที่จะเลิกจ้างนายสำเภาเมื่อใดก็ได้ โดยไมต้องจ่ายค่าชดเชย และไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และหลังจาก 200 วันแล้ว หากผลการปฏิบัติงานเป็นที่น่าพอใจ ก็จะบรรจุเป็นลูกจ้างประจำ” แค่เมื่อผ่านไปได้ 150 วัน นายจ้างเห็นว่า นายสำเภาทำงานไม่เป็นที่ น่าพอใจจึงบอกเลิกสัญญาจ้างทันทีในวันที่ 30 เมษายน โดยชำระค่าจ้างให้ 10,000 บาทเท่านั้น เช่นนี้นายสำเภาจะต่อสู้ได้หรือไม่ และมีสิทธิอย่างไรบ้างหรือไม เพราะเหตุใด จงอธิบาย

Advertisement

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

มาตรา 17 วรรคสอง ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างอาจ บอกเลิกสัญญาจ้างโดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้าง คราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็ได้ แต่ไม่จำต้อง บอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน

มาดรา 118 “ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แกลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างดังต่อไปนี้

(1) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไมน้อยกว่า ค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้าง ตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 150 “การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้าม ชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้น เป็นโมฆะ

วินิจฉัย

โดยหลัก ถ้าเป็นสัญญาจ้างแรงงานที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา หากนายจ้างต้องการเลิกจ้าง ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้ลูกจ้างทราบในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดการจ่ายค่าจ้างในคราวหนึ่ง คราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากัน เมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปตามมาตรา 17 วรรคสอง

กรณีตามอุทาหรณ์ สัญญาจ้างแรงงานระหว่างนายจ้างกับนายสำเภาเป็นสัญญาที่ไม่มีกำหนด ระยะเวลาการจ้างแน่นอน เพราะการจ้างงานที่ระบุระยะเวลาการจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงไว้เป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนด ระยะเวลาการจ้างแน่นอน (ฎีกาที่ 2155/2524) ดังนั้นการบอกเลิกสัญญาจ้างก็ต้องทำตามมาตรา 17 วรรคสอง กรณีที่ในสัญญามีข้อตกลงว่า นายจ้างชอบที่จะเลิกจ้างนายสำเภาเมื่อใดก็ได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบนั้น เป็นการ ตกลงที่ขัดกับมาตรา 17 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ข้อตกลงดังกล่าว จึงมีผลเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 ดังนั้น การที่นายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างทันที ในวันที่ 30 เมษายน จึงไม่ ถูกต้อง ให้ถือว่าเป็นการบอกกล่าวและมีผลเป็นการเลิกสัญญาได้ในการชำระสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้า คือวันที่ 31 พฤษภาคม (ตามมาตรา 17 วรรคสอง)

และในส่วนข้อตกลงที่ว่า นายจ้างชอบที่จะเลิกจ้างนายสำเภาได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตาม มาตรา 118 ก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน เพราะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ข้อตกลงในส่วนนี้ จึงมีผลเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 ดังนั้น เมื่อนายสำเภาทำงานมาแล้ว 150 วัน ซึ่งถือเป็นการทำงาน ติดต่อกันครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี นายจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้นายสำเภาตามมาตรา 118(1) คือ 30 วัน คิดเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท (ฎ. 5249/2545) ถึงแม้จะอยู่ในระยะเวลาทดลองงานก็ตาม เพราะการทดลองงาน ก็เป็นการทำงานให้นายจ้างด้วยเช่นกัน

สรุป นายสำเภาสามารถต่อสู้ได้ว่าการบอกเลิกสัญญาจ้างของนายจ้างดังกล่าวไม่ถูกต้อง และนายสำเภามีสิทธิได้รับค่าชดเชยเป็นเวลา 30 วัน คิดเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท

Advertisement