LAW4001 กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร 1/2551

Advertisement

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2551

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW4001 กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร 

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  (คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน)

ข้อ  1  นายวินัยมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษี  2551  ดังนี้

Advertisement

1       รายได้จากการให้คำปรึกษาในประเทศไทยหนึ่งล้านบาท  แต่ได้รับเงินได้ดังกล่าวในต่างประเทศและ

2       เงินปันผลจำนวนเจ็ดแสนบาทโดยบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายในประเทศไทย  หากในปีภาษี  2551  นายวินัยอยู่ในประเทศไทยไม่ถึง  180  วัน  จงวินิจฉัยพร้อมยกมาตราประกอบคำอธิบายของท่านว่า

(ก)  นายวินัยมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้พึงประเมินทั้งสองรายการในประเทศไทยหรือไม่

(ข)  หากนายวินัยต้องเสียภาษีจากกรณีเงินปันผล  นายวินัยมีสิทธิได้รับเครดิตตามประมวลรัษฎากรหรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  41  วรรคแรก  และวรรคสาม  ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา  40  ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว  เนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในประเทศไทย  หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย  หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทยต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้  ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ

ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะ  รวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษีใด  ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย

มาตรา  47  ทวิ  ให้ผู้มีเงินได้ตามมาตรา  40(4)(ข)  ซึ่งได้รับจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย  ได้รับเครดิตในการคำนวณภาษี  โดยให้นำอัตราภาษีเงินได้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสียหารด้วยผลต่างของหนึ่งร้อยลบด้วยอัตราภาษีเงินได้ดังกล่าวนั้นได้ผลลัพธ์เท่าใดให้คูณด้วยจำนวนเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่ได้รับ  ผลลัพธ์ที่ได้เป็นเครดิตในการคำนวณภาษี  ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้จ่ายเงินได้ประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีเงินได้หลายอัตรา  ผู้จ่ายเงินได้ต้องระบุในหนังสือรับรองการหักภาษี  ณ  ที่จ่ายให้ชัดเจนว่าเงินได้ที่จ่ายนั้นจำนวนใดได้มาจากกิจการที่ต้องเสียภาษีเงินได้ในอัตราใด

เครดิตภาษีที่คำนวณได้ตามความในวรรคหนึ่งให้นำมารวมคำนวณเป็นเงินได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามเกณฑ์ในมาตรา  48  เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใด  ให้นำเครดิตภาษีที่คำนวณได้ดังกล่าวหักออกจากภาษีที่ต้องเสีย  ถ้ายังขาดหรือเหลือเท่าใด  ให้ผู้มีเงินได้เสียภาษีสำหรับจำนวนที่ขาด  หรือมีสิทธิได้รับเงินจำนวนที่เหลือนั้นคืน

ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมิให้ใช้บังคับแก่ผู้มีเงินได้ซึ่งมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยและมิได้เป็นผู้อยุ่ในประเทศไทย

 มาตรา  50  ให้บุคคล  ห้างหุ้นส่วน  บริษัท  สมาคม  หรือคณะบุคคลผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา  40  หักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามวิธีดังต่อไปนี้

(2) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา  40(3)  และ  (4)  ให้คำนวณหักตามอัตราภาษีเงินได้  เว้นแต่

(จ)   ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา  40(4)(ข)  ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ  10.0  ของเงินได้

วินิจฉัย

(ก)  นายวินัยมีหน้าที่ต้องนำเงินได้จากการให้คำปรึกษาในประเทศไทยจำนวน  1  ล้านบาทมาเสียภาษีในประเทศไทย  เพราะเงินได้ดังกล่าวเกิดจากแหล่งเงินได้ในประเทศไทย  เนื่องจากหน้าที่งานที่เกิดในประเทศไทย  แม้เงินได้นั้นจะได้รับในต่างประเทศก็ต้องเสียภาษีให้ประเทศไทย  ตามประมวลรัษฎากร  มาตรา  41  วรรคแรก

ส่วนเงินปันผลจำนวน  7  แสนบาท  ที่จ่ายโดยบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย  นายวินัยต้องนำเงินได้ดังกล่าวมาเสียภาษีในประเทศไทยโดยบริษัทผู้จ่ายเป็นผู้มีหน้าที่หักภาษี  ณ  ที่จ่ายโดยให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ  10  ของเงินได้ตามประมวลรัษฎากร  มาตรา  50(2)(จ)

(ข)  นายวินัยต้องเสียภาษีจากเงินปันผลโดยบริษัทผู้จ่ายมีหน้าที่ต้องหักภาษี  ณ  ที่จ่ายในอัตราร้อยละ  10  ของเงินได้  แต่นายวินัยไม่มีสิทธิได้รับเครดิตภาษีเงินปันผลตามประมวลรัษฎากร  เพราะผู้ที่มีสิทธิได้รับเครดิตเงินปันผลจะต้องเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาในประเทศไทยและเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย  ตามมาตรา  47  ทวิวรรคสามประกอบมาตรา  41  วรรคสามแห่งประมวลรัษฎากร  แต่กรณีตามอุทาหรณ์  นายวินัยอยู่ในประเทศไทยไม่ถึง  180  วัน  ถือว่านายวินัยไม่ได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย  จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับเครดิตภาษีตามประมวลรัษฎากร  มาตรา  47  ทวิ  วรรคสาม

สรุป 

(ก)  นายวินัยมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้พึงประเมินทั้ง  2  รายการในประเทศไทย

(ข)  นายวินัยไม่มีสิทธิได้รับเครดิตภาษีตามประมวลรัษฎากร

Advertisement