LAW3012 กฎหมายปกครอง 2/2550

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2550

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3012 กฎหมายปกครอง 

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ

ข้อ  1  ตาม  พ.ร.บ.  ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535  นั้น  เมื่อปรากฏว่ามีข้าราชการพลเรือนถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง ผู้บังคับบัญชาจะดำเนินการสอบสวนด้วยตนเองได้หรือไม่  อย่างไร  และในการลงโทษข้าราชการพลเรือนที่ปรากฏว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง  ผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้พิจารณากำหนดโทษที่จะลงกับผู้ใต้บังคับบัญชาดังกล่าวด้วยตนเองได้หรือไม่อย่างไร  ขอให้อธิบายพร้อมยกหลักกฎหมายประกอบ

ธงคำตอบ

ในกรณีที่ข้าราชการพลเรือนถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง  อาทิเช่น  การปฏิบัติหรือ

ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิอบ  หรือเปิดเผยความลับของทางราชการ  ฯลฯ  ในเบื้องต้นผู้บังคับบัญชาต้องดำเนินการสืบสวนเสียก่อนตามหลักการในมาตรา  99  วรรคห้า  ที่ว่า  เมื่อมีการกล่าวหาโดยปรากฏตัวผู้กล่าวหาหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่าข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัย  โดยยังไม่มีพยานหลักฐาน  ให้ผู้บังคับบัญชารีบดำเนินการสืบสวนหรือพิจารณาในเบื้องต้นว่ากรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยหรือไม่  ถ้าเห็นว่ากรณีไม่มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยจึงจะยุติเรื่องได้  ถ้าเห็นว่ากรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยก็ให้ดำเนินการทางวินัยทันที

สำหรับการดำเนินการทางวินัยเมื่อปรากฏว่ามีข้าราชการพลเรือนถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง  ตามมาตรา  102  วรรคสอง  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2535  นั้น  กำหนดว่าผู้บังคับบัญชาจะดำเนินการสอบสวนด้วยตนเองไม่ได้  ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาต่างหาก  และในการสอบสวนนี้ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ  โดยจะระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้  เมื่อดำเนินการแล้วถ้าฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงก็ให้ดำเนินการตามมาตรา  104  กล่าวคือ  ในการลงโทษข้าราชการพลเรือนที่ปรากฏว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้พิจารณากำหนดโทษที่จะลงกับผู้กระทำผิดด้วยตนเองไม่ได้   แต่ต้องส่งสำนวนที่กรรมการสอบสวนได้สอบสวนแล้วไปยังคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน  (อกพ.)  ในระดับลดหลั่นกันออกไป  ขึ้นอยู่กับระดับตำแหน่งของข้าราชการที่กระทำผิดนั้น  และเมื่อ  อกพ.  มีมติให้ลงโทษสถานใด  (ระหว่างปลดออกกับไล่ออกแต่ห้ามลงโทษต่ำกว่าปลดออก)  ก็ให้ผู้บังคับบัญชาลงโทษตามนั้น