LAW3011 กฎหมายลักษณะพยาน S/2557

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2557

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3011 กฎหมายลักษณะพยาน

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

ข้อ 1. โจทก์ยื่นฟ้องนายเฉียงและนายกระทิงเป็นจําเลยร่วมกันโดยบรรยายฟ้องว่า “นายเฉียงเป็นลูกจ้างของนายกระทิงขับรถส่งน้ำแข็งในทางการที่จ้างของนายกระทิงโดยประมาทด้วยความเร็วสูงชนโจทก์ ขณะที่โจทก์ยืนกําลังจะข้ามถนนอยู่ได้รับความเสียหายเป็นการทําละเมิดโจทก์ ขอให้นายเฉียงและ นายกระทิงร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ 1 ล้านบาท” นายเฉียงยื่นคําให้การยอมรับตามฟ้อง แต่นายกระทิงยื่นคําให้การปฏิเสธว่า “ในวันเกิดเหตุนายเฉียง ยังไม่ได้เป็นลูกจ้างของนายกระทิง ยังอยู่ในช่วงทดลองงานอยู่ และในขณะเกิดเหตุนายเฉียงเลิกงาน แล้วแต่ได้ยืมรถของนายกระทิงไปทําธุระส่วนตัว จึงไม่ได้กระทําการไปในทางการที่จ้าง อีกทั้งการ ขับรถชนดังกล่าวมิได้เกิดจากความประมาทของนายเฉียง แต่เกิดจากเหตุสุดวิสัยเพราะมีรถมาตัดหน้า ในระยะกระชั้นชิด ขอให้ศาลยกฟ้อง” ในวันชี้สองสถาน ศาลได้ถามนายกระทิงว่าจะยืนยันคําให้การหรือไม่ นายกระทิงจึงตอบด้วยวาจาว่า “นายกระทิงยอมรับว่านายเฉียงเป็นลูกจ้างจริงไม่ได้อยู่ในช่วงทดลองงาน แต่นายเฉียงกระทําไปเพราะ เหตุส่วนตัว ไม่ได้กระทําการในทางการที่จ้าง อีกทั้งเหตุละเมิดนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 แต่โจทก์นํามาฟ้องวันที่ 20 เมษายน 2558 เกินกว่า 1 ปีแล้ว จึงขาดอายุความในคดีละเมิดแล้ว”

ให้ท่านกําหนดประเด็นข้อพิพาทและภาระการพิสูจน์ หากโจทก์และจําเลยทั้งสองไม่นําพยานหลักฐาน เข้าสืบ ฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายชนะคดี

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 1 “ในประมวลกฎหมายนี้ ถ้าข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(5) “คําคู่ความ” หมายความว่า บรรดาคําฟ้อง คําให้การ หรือคําร้องทั้งหลายที่ยื่นต่อศาล เพื่อตั้งประเด็นระหว่างคู่ความ”

มาตรา 84/1 “คู่ความฝ่ายใดกล่าวอ้างข้อเท็จจริงเพื่อสนับสนุนคําคู่ความของตนให้คู่ความ ฝ่ายนั้นมีภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้น แต่ถ้ามีข้อสันนิษฐานไว้ในกฎหมายหรือมีข้อสันนิษฐานที่ควรจะเป็นซึ่ง ปรากฏจากสภาพปกติธรรมดาของเหตุการณ์เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใด คู่ความฝ่ายนั้นต้องพิสูจน์เพียงว่าตนได้ปฏิบัติ ตามเงื่อนไขแห่งการที่ตนจะได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานนั้นครบถ้วนแล้ว”

มาตรา 177 วรรคสอง “ให้จําเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคําให้การว่า จําเลยยอมรับหรือปฏิเสธ ข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น”

มาตรา 183 “ ข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้างแต่คู่ความฝ่ายอื่นไม่รับ และเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับประเด็นข้อพิพาทตามคําคู่ความให้ศาลกําหนดไว้เป็นประเด็นข้อพิพาท และกําหนดให้ คู่ความฝ่ายใดนําพยานหลักฐานมาสืบในประเด็นข้อใดก่อนหรือหลังก็ได้”

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 วรรคแรก “บุคคลใดครอบครองหรือ ควบคุมดูแลยานพาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกําลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้นจะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ ยานพาหนะนั้นเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง”

 

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย ดังนี้คือ

1 คดีนี้มีประเด็นข้อพิพาทว่าอย่างไร

2 ภาระการพิสูจน์หรือหน้าที่นําสืบตกแก่คู่ความฝ่ายใด

3 หากโจทก์และจําเลยทั้งสองไม่นําพยานหลักฐานเข้าสืบ ฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายชนะคดี

ประเด็นที่ 1 คดีนี้มีประเด็นข้อพิพาทว่าอย่างไร

คําว่า “ประเด็นข้อพิพาท” หมายถึง ข้ออ้างข้อเถียงในปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ ฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้างในคําคู่ความ และคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไม่รับ ดังนั้นปัญหาข้อใดที่ฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้างและคู่ความ อีกฝ่ายหนึ่งรับแล้ว ย่อมไม่เกิดเป็นประเด็นข้อพิพาท

ดังนั้น จากคําฟ้องของโจทก์และคําให้การของจําเลยทั้งสองตามอุทาหรณ์ คดีจึงมีประเด็น ข้อพิพาท ดังนี้

1 นายเฉียงเป็นลูกจ้างของนายกระทิงหรือไม่

2 นายเฉียงกระทําไปในทางการที่จ้างของนายกระทิงหรือไม่

3 การกระทําละเมิดของนายเฉียงเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือไม่

แต่อย่างไรก็ตาม ในวันชี้สองสถาน เมื่อนายกระทิงรับแล้วว่านายเฉียงเป็นลูกจ้างของตนจริง จึงถือเป็นข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกันแล้ว แม้นายกระทิงจะแถลงด้วยวาจาย่อมเป็นอันยุติ ดังนั้น ประเด็นที่ว่า นายเฉียงเป็นลูกจ้างของนายกระทิงหรือไม่ จึงไม่เป็นประเด็นที่โต้เถียงกันต่อไป ไม่ต้องกําหนดเป็นประเด็น ข้อพิพาท และแม้นายกระทิงจะแถลงเพิ่มประเด็นเรื่องอายุความเข้ามา แต่ศาลก็ไม่อาจทิ้งเรื่องอายุความเป็น ประเด็นข้อพิพาทได้ เพราะไม่ได้อยู่ในคําคู่ความจึงมีเหลือเพียงสองประเด็นคือ นายเฉียงกระทําไปในทางการที่ จ้างของนายกระทิงหรือไม่ และการทําละเมิดของนายเฉียงเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือไม่

ประเด็นที่ 2 ภาระการพิสูจน์หรือหน้าที่นําสืบตกแก่คู่ความฝ่ายใด

สําหรับภาระการพิสูจน์หรือหน้าที่นําสืบนั้นตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 84/1 ได้กําหนดหลักเกณฑ์ ไว้ว่า ผู้ใดกล่าวอ้างข้อเท็จจริงใด ผู้นั้นมีหน้าที่นําสืบ ซึ่งแยกพิจารณาตามประเด็นข้อพิพาทได้ดังนี้

ประเด็นแรกที่ว่า นายเฉียงกระทําไปในทางการที่จ้างของนายกระทิงหรือไม่ เมื่อโจทก์ กล่าวอ้างว่านายเฉียงจําเลยกระทําในทางการที่จ้าง และนายกระทิงจําเลยปฏิเสธ โจทก์ซึ่งเป็นผู้กล่าวอ้างย่อมมี ภาระการพิสูจน์ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 84/1 เมื่อโจทก์ไม่ได้นําพยานหลักฐานเข้าพิสูจน์ในประเด็นนี้ ศาลต้องฟัง ตามคําให้การของนายกระทิงคือ นายเฉียงไม่ได้ทําการในทางการที่จ้าง

ประเด็นที่สองที่ว่า การทําละเมิดของนายเฉียงเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือไม่ เมื่อโจทก์กล่าว อ้างว่าจําเลยครอบครองหรือควบคุมดูแลรถส่งน้ําแข็งซึ่งเป็นยานพาหนะอันเดินด้วยกําลังเครื่องจักรและจําเลย ไม่ได้ให้การปฏิเสธ โจทก์จึงได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 437 วรรคแรก ที่ว่า “บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกําลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้นจะต้อง รับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง”

ดังนั้น เมื่อจําเลยให้การกล่าวอ้างว่าความเสียหายเกิดขึ้น เพราะเหตุสุดวิสัย ภาระการพิสูจน์จึงตกแก่จําเลย เมื่อจําเลยไม่ได้นําพยานหลักฐานเข้าพิสูจน์ ในประเด็นนี้ ศาลจึงต้องฟังข้อเท็จจริงว่าไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย

 

ประเด็นที่ 3 หากโจทก์และจําเลยทั้งสองไม่นําพยานหลักฐานเข้าสืบ ฝ่ายใดจะชนะคดี

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการกระทําของนายเฉียงไม่ได้กระทําการในทางการที่จ้างของนายกระทิง นายกระทิงจึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับนายเฉียงด้วย ศาลต้องพิพากษายกฟ้องในส่วนของนายกระทิง ให้นายกระทิงชนะคดี ส่วนกรณีของนายเฉียง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการที่นายเฉียงขับรถชนโจทก์นั้นไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย อีกทั้ง นายเฉียงก็ให้การยอมรับตามฟ้อง ศาลจึงต้องพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี

สรุป

คดีนี้มีประเด็นข้อพิพาทและภาระการพิสูจน์ ดังนี้

1 นายเฉียงกระทําไปในทางการที่นายจ้างหรือไม่ ภาระการพิสูจน์ตกแก่โจทก์

2 การทําละเมิดของนายเฉียงจําเลยเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือไม่ ภาระการพิสูจน์ตกแก่

จําเลย (นายกระทิง)

และหากโจทก์และจําเลยทั้งสองไม่นําพยานหลักฐานเข้าสืบ ศาลต้องพิพากษายกฟ้องในส่วน ของนายกระทิงให้นายกระทิงชนะคดี แต่ในส่วนของนายเฉียง ศาลต้องพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี