การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2558

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3011 กฎหมายลักษณะพยาน

Advertisement

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

ข้อ 1. โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทซึ่งมีโฉนดที่ดิน ก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ยื่นคําขอรังวัดแนวเขตที่ดินพิพาท จําเลยคัดค้านแนวเขตที่ดินด้านทิศใต้ว่าโจทก์นํารังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่ดินที่จําเลยครอบครองอยู่ เจ้าพนักงานที่ดินเปรียบเทียบแล้วแต่ตกลงกันไม่ได้ ขอให้จําเลยถอนคําคัดค้าน แนวเขตที่ดินพิพาท จําเลยให้การว่า ที่ดินส่วนที่จําเลยคัดค้านเป็นที่ดินของจําเลย หากแท้จริงไม่ใช่ที่ดินของจําเลย จําเลยก็ครอบครองโดยสงบ โดยเปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นระยะเวลาติดต่อกันเกินกว่า สิบปีจนได้กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองแล้ว อนึ่ง ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยาย โดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา ขอให้ยกฟ้อง ในวันชี้สองสถาน ทนายจําเลยแถลงตอบการสอบถามของศาลว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม เพราะมิได้ระบุตําแหน่งและจํานวนเนื้อที่ของที่ดินพิพาท

Advertisement

ให้วินิจฉัยว่า คดีมีประเด็นข้อพิพาทประการใด และคู่ความฝ่ายใดมีภาระการพิสูจน์บ้าง

ธงคําตอบ

Advertisement

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 84/1 “คู่ความฝ่ายใดกล่าวอ้างข้อเท็จจริงเพื่อสนับสนุนคําคู่ความของตนให้คู่ความ ฝ่ายนั้นมีภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้น แต่ถ้ามีข้อสันนิษฐานไว้ในกฎหมายหรือมีข้อสันนิษฐานที่ควรจะเป็นซึ่งปรากฏจากสภาพปกติธรรมดาของเหตุการณ์เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใด คู่ความฝ่ายนั้นต้องพิสูจน์เพียงว่าตนได้ปฏิบัติ ตามเงื่อนไขแห่งการที่ตนจะได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานนั้นครบถ้วนแล้ว”

Advertisement

มาตรา 177 วรรคสอง “ให้จําเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคําให้การว่า จําเลยยอมรับหรือปฏิเสธ ข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น”

มาตรา 183 “ข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้างแต่คู่ความฝ่ายอื่นไม่รับ และเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับประเด็นข้อพิพาทตามคําคู่ความ ให้ศาลกําหนดไว้เป็นประเด็นข้อพิพาท และกําหนดให้ คู่ความฝ่ายใดนําพยานหลักฐานมาสืบในประเด็นข้อใดก่อนหรือหลังก็ได้”

Advertisement

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย ดังนี้คือ

1 คดีนี้มีประเด็นข้อพิพาทว่าอย่างไร

2 ภาระการพิสูจน์หรือหน้าที่นําสืบตกแก่คู่ความฝ่ายใด

ประเด็นที่ 1 คดีนี้มีประเด็นข้อพิพาทว่าอย่างไร

คําว่า “ประเด็นข้อพิพาท” หมายถึง ข้ออ้างข้อเถียงในปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ ฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้างในคําคู่ความ และคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไม่รับ ดังนั้นปัญหาข้อใดที่ฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้างและคู่ความ อีกฝ่ายหนึ่งรับแล้ว ย่อมไม่เกิดเป็นประเด็นข้อพิพาท

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทซึ่งมีโฉนดที่ดิน และจําเลย ให้การในตอนแรกว่า ที่ดินส่วนที่จําเลยคัดค้านเป็นที่ดินของจําเลยเองนั้น จากคําฟ้องและคําให้การดังกล่าว คดีจึงมีประเด็นพิพาทว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่

การที่จําเลยให้การตอนหลังว่า หากแท้จริงไม่ใช่ที่ดินของจําเลย จําเลยก็ได้ครอบครองจนได้ กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองแล้วนั้น เป็นคําให้การที่ขัดแย้งกับคําให้การของจําเลยในตอนแรก คําให้การ ในตอนหลังนี้เท่ากับจําเลยได้ให้การว่าที่ดินพิพาทไม่ได้เป็นของจําเลย แต่จําเลยครอบครองติดต่อกันโดยสงบ โดยเปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นระยะเวลาติดต่อกันเกินกว่า 10 ปี ถือว่าเป็นคําให้การที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.แพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง ดังนั้น จึงเป็นคําให้การที่ไม่มีประเด็นเรื่องจําเลยได้กรรมสิทธิ์ โดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ เพราะการครอบครองปรปักษ์มีได้แต่เฉพาะที่ดินของผู้อื่นเท่านั้น (คําพิพากษา ฎีกาที่ 1069/2554)

ส่วนข้อที่จําเลยให้การว่า คําฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมนั้น จําเลยให้การเพียงการยกถ้อยคํา ในกฎหมายมาอ้าง โดยมิได้บรรยายว่าสภาพแห่งข้อหาในคําฟ้องของโจทก์ข้อใดที่ไม่ชัดแจ้ง และไม่ชัดแจ้ง อย่างไร ถือเป็นคําให้การที่ไม่แสดงเหตุแห่งการปฏิเสธอย่างชัดแจ้ง จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.แพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง เช่นกัน ทําให้ไม่มีประเด็นว่าคําฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่ (คําพิพากษาฎีกาที่ 6382/2550) และเมื่อ ตามคําคู่ความคดีไม่มีประเด็นข้อพิพาทแล้ว แม้ศาลมีอํานาจสอบถามคู่ความเพื่อให้ได้ความชัดเจนในประเด็น ข้อพิพาท แต่การสอบถามนั้นก็จําต้องตรวจจากคําคู่ความที่ชอบ หากไม่เป็นคําคู่ความที่ชอบเสียแล้ว แม้คู่ความ จะแถลงเป็นประการใดก็หาทําให้คําคู่ความนั้นกลับเป็นคําคู่ความที่ชอบและมีประเด็นขึ้นตามที่ศาลสอบถาม และที่คู่ความแถลงไม่ (คําพิพากษาฎีกาที่ 122-130/2520)

ประเด็นที่ 2 ภาระการพิสูจน์หรือหน้าที่นําสืบตกแก่คู่ความฝ่ายใด

สําหรับภาระการพิสูจน์หรือหน้าที่นําสืบนั้นตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 84/1 ได้กําหนดหลักเกณฑ์ ไว้ว่า ผู้ใดกล่าวอ้างข้อเท็จจริงใด ผู้นั้นมีหน้าที่นําสืบ

ตามอุทาหรณ์ เมื่อโจทก์กล่าวอ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท และจําเลยให้การปฏิเสธ ดังนั้น โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามที่กล่าวอ้าง

สรุป

คดีมีประเด็นข้อพิพาทว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ และโจทก์มีภาระการพิสูจน์ ตามที่กล่าวอ้าง

 

Advertisement