LAW3010 กฎหมายล้มละลาย 2/2554

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2554

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3010 กฎหมายล้มละลาย

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน จํานวน 3 ข้อ

ข้อ 1 ในคดีล้มละลายเรื่องหนึ่ง ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ลูกหนี้ได้ทําคําขอประนอมหนี้ร้อยละ 50 ที่ประชุมเจ้านี้ยอมรับโดยมติพิเศษ และมติพิเศษนั้นได้ส่งมายังศาลเพื่อพิจารณาอีกชั้นหนึ่ง ศาลสั่งไต่สวนโดยเปิดเผย โดยถามเจ้าหนี้ว่าพอใจในการประนอมหนี้ของลูกหนี้เท่านี้จริงหรือ ลูกหนี้มีทรัพย์สินเท่านี้หรือ มีเจ้าหนี้ท่านใดจะเพิ่มเติมหรือไม่ เจ้าหนี้คนหนึ่งยกมือขออนุญาต ต่อศาลว่า ข้าพเจ้าไม่ยอมรับมติพิเศษที่ลูกหนี้ขอประนอมหนี้ร้อยละ 50 แล้ว ที่ข้าพเจ้ายอมรับ ครั้งแรกที่ประชุมเจ้าหนี้ เพราะว่าข้าพเจ้าไม่ทราบจริง ๆ ว่า ลูกหนี้ยังมีทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ซ่อนไว้อีก

Advertisement

ดังนี้ ให้ท่านวินิจฉัยว่า ในเมื่อเจ้าหนี้เสียงข้างมากยอมรับในมติพิเศษแล้ว จะมาคัดค้านว่าลูกหนี้ขอประนอมหนี้น้อยไปได้หรือไม่

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483

มาตรา 42 วรรคแรก “เมื่อได้มีการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกเสร็จแล้ว ให้ศาลไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยเป็นการด่วน เพื่อทราบกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ เหตุผลที่ทําให้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ตลอดจน ความประพฤติของลูกหนี้ว่าได้กระทําหรือละเว้นกระทําการใดซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น เกี่ยวกับการล้มละลาย หรือเป็นข้อบกพร่องอันจะเป็นเหตุให้ศาลไม่ยอมปลดจากล้มละลายโดยไม่มีเงื่อนไข”

มาตรา 45 “การยอมรับคําขอประนอมหนี้โดยมติพิเศษของที่ประชุมเจ้าหนี้ ยังไม่ผูกพัน เจ้าหนี้ทั้งหลาย จนกว่าศาลจะได้มีคําสั่งเห็นชอบแล้ว”

มาตรา 50 “ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นรายงานเกี่ยวกับการประนอมหนี้ กิจการ ทรัพย์สิน และความประพฤติของลูกหนี้ต่อศาลไม่น้อยกว่าสามวันก่อนวันที่ศาลนั่งพิจารณา”

มาตรา 52 “ในการที่ศาลจะมีคําสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้หรือไม่นั้น ให้ศาลพิจารณา รายงานของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และข้อคัดค้านของเจ้าหนี้ถ้ามี

เจ้าหนี้ที่ได้ยื่นคําขอรับชําระหนี้แล้วมีอํานาจคัดค้านต่อศาลได้ ถึงแม้จะได้เคยออกเสียงลงมติ ยอมรับไว้ในที่ประชุมเจ้าหนี้ก็ตาม”

วินิจฉัย

จากบทบัญญัติมาตรา 46 จะเห็นได้ว่า ในการ ประนอมหนี้นั้น จะต้องมีการพิจารณา 2 ชั้น ได้แก่

1) การพิจารณาในชั้นประชุมเจ้าหนี้ และ

2) การพิจารณาในชั้นศาล

กล่าวคือ ในการประนอมหนี้นั้นในชั้นแรก จะต้องได้รับการยอมรับจากที่ประชุมเจ้าหนี้โดยมติพิเศษ และเมื่อผ่านชั้นประชุมเจ้าหนี้โดยมติพิเศษแล้ว ต้องส่งมติพิเศษนั้น ไปให้ศาลพิจารณาอีกชั้นหนึ่ง ดังนั้น

การประนอมหนี้ที่ที่ประชุมเจ้าหนี้ยอมรับโดยมติพิเศษจึงยังไม่ผูกมัดเจ้าหนี้ทั้งหลายแต่อย่างใด

และเมื่อศาลได้รับมติพิเศษแล้ว ศาลจะต้องสั่งไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยตามมาตรา 42 ซึ่งจะต้องมีในทุกคดีล้มละลาย เพื่อให้ทราบถึงกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ และเพื่อให้ทราบว่าลูกหนี้มี ความประพฤติเป็นอย่างไร ทําไมจึงมีหนี้สินล้นพ้นตัว และในขณะที่ศาลไต่สวน ถ้าได้ความจริงว่าลูกหนี้ยังมี ทรัพย์สินอื่นอีก เจ้าหนี้ก็มีสิทธิคัดค้านได้ว่าลูกหนี้ขอประนอมหนี้น้อยไป ถึงแม้ว่าจะได้เคยออกเสียงลงมติยอมรับไว้ ในที่ประชุมเจ้าหนี้ก็ตาม (มาตรา 50 ประกอบมาตรา 52)

ดังนั้นตามอุทาหรณ์ ในขณะที่ศาลไต่สวนคดีล้มละลายเรื่องดังกล่าว การที่เจ้าหนี้คนหนึ่ง ยกมือขออนุญาตต่อศาล คัดค้านไม่ยอมรับมติพิเศษที่ลูกหนี้ขอประนอมหนี้ร้อยละ 50 แล้ว ทั้งที่เจ้าหนี้คนนี้ เคยออกเสียงลงมติยอมรับในที่ประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก และเจ้าหนี้เสียงข้างมากก็ยอมรับในมติพิเศษแล้ว ดังนี้ เจ้าหนี้ คนดังกล่าวก็มีสิทธิคัดค้านได้ว่าลูกหนี้ขอประนอมหนี้น้อยไปเพราะในขณะที่ตนยอมรับตามคําขอประนอมหนี้นั้น ตนไม่ทราบว่าลูกหนี้ยังมีทรัพย์สินอื่นซ่อนอยู่อีก

สรุป เจ้าหนี้คนดังกล่าวมีสิทธิคัดค้านว่าลูกหนี้ขอประนอมหนี้น้อยไปได้

 

Advertisement