LAW3010 กฎหมายล้มละลาย 1/2561

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2561

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3010 กฎหมายล้มละลาย

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายเมฆทําสัญญากู้ยืมเงินจากนายหมอกจํานวน 2,000,000 บาท โดยนายเมฆได้นําโฉนดที่ดินของตนมาให้นายหมอกยึดถือไว้เป็นหลักประกัน ต่อมาหนี้เงินกู้ถึงกําหนดชําระ นายเมฆจึงมาขอประนอมหนี้กับนายหมอก แต่นายหมอกไม่ตกลง นายหมอกจึงยื่นฟ้องนายเมฆให้ล้มละลาย อ้างว่านายเมฆมาขอประนอมหนี้ จึงเข้าข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์นายเมฆเด็ดขาด นายเมฆยื่นคําให้การต่อสู้ว่า นายหมอกเป็น เจ้าหนี้มีประกันแต่ไม่ยอมกล่าวในฟ้องว่า จะสละหลักประกันหรือตีราคาหลักประกัน ขอให้ศาล พิพากษายกฟ้อง ดังนี้ ข้อต่อสู้ของนายเมฆและนายหมอกชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483

มาตรา 6 “ในพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

“เจ้าหนี้มีประกัน” หมายความว่า เจ้าหนี้ผู้มีสิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ในทางจํานอง จํานํา หรือสิทธิยึดหน่วง หรือเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิที่บังคับได้ทํานองเดียวกับผู้รับจํานํา”

มาตรา 8 “ถ้ามีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้เกิดขึ้น ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ลูกหนี้มีหนี้สิน ล้นพ้นตัว

(8) ถ้าลูกหนี้เสนอคําขอประนอมหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตั้งแต่สองคนขึ้นไป”

มาตรา 9 “เจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ก็ต่อเมื่อ

(1) ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว

(2) ลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคนเป็นจํานวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท และ

(3) หนี้นั้นอาจกําหนดจํานวนได้โดยแน่นอน ไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกําหนดชําระโดยพลันหรือ ในอนาคตก็ตาม”

มาตรา 10 “ภายใต้บังคับมาตรา 9 เจ้าหนี้มีประกันจะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ก็ต่อเมื่อ

(1) มิได้เป็นผู้ต้องห้ามมิให้บังคับการชําระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้เกินกว่าตัวทรัพย์ที่เป็น หลักประกัน และ

(2) กล่าวในฟ้องว่า ถ้าลูกหนี้ล้มละลายแล้ว จะยอมสละหลักประกันเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ ทั้งหลาย หรือตีราคาหลักประกันมาในฟ้องซึ่งเมื่อหักกับจํานวนหนี้ของตนแล้วเงินยังขาดอยู่ สําหรับลูกหนี้ซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาเป็นจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นจํานวนไม่น้อยกว่าสองล้านบาท”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ ข้อต่อสู้ของนายเมฆและนายหมอกชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แยกพิจารณาได้ดังนี้

กรณีของนายหมอก

การที่นายเมฆทําสัญญากู้ยืมเงินจากนายหมอก 2,000,000 บาท ต่อมา หนี้เงินกู้ถึงกําหนดชําระ นายเมฆจึงมาขอประนอมหนี้กับนายหมอกแต่นายหมอกไม่ตกลง นายหมอกจึงยื่นฟ้อง นายเมฆให้ล้มละลายตามมาตรา 9 โดยอ้างว่านายเมฆมาขอประนอมหนี้ จึงเข้าข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์นายเมฆเด็ดขาดนั้น ถือเป็นข้ออ้างหรือข้อต่อสู้ที่ไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย ทั้งนี้เพราะข้อสันนิษฐานตามมาตรา 8 (8) ที่ว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวนั้น จะต้องเป็นกรณีที่ลูกหนี้ เสนอคําขอประนอมหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตั้งเเต่ 2 คนขึ้นไป เมื่อนายเมฆได้ขอประนอมหนี้กับนายหมอกเพียงคนเดียว จึงไม่เข้าข้อสันนิษฐานตามมาตรา 8 (8) ที่นายหมอกจะอ้างได้ว่านายเมฆมีหนี้สินล้นพ้นตัว

กรณีของนายเมฆ

การที่นายเมฆทําสัญญากู้ยืมเงินนายหมอก 2,000,000 บาท โดยนายเมฆได้นํา โฉนดที่ดินของตนมาให้นายหมอกยึดถือไว้เป็นหลักประกันนั้น ไม่ถือว่านายหมอกเป็นเจ้าหนี้ผู้มีสิทธิเหนือทรัพย์สิน ของลูกหนี้ในทางจํานอง และไม่ถือว่าเป็นสิทธิยึดหน่วง ดังนั้น นายหมอกจึงมิใช่เจ้าหนี้มีประกันตามนัยของ มาตรา 6

และเมื่อนายหมอกฟ้องนายเมฆให้ล้มละลาย นายเมฆยื่นคําให้การต่อสู้ว่า นายหมอกเป็นเจ้าหนี้ มีประกันแต่ไม่ยอมกล่าวในฟ้องว่า จะสละหลักประกันหรือตีราคาหลักประกันตามมาตรา 10 นั้น ข้อต่อสู้ของ นายเมฆย่อมเป็นข้อต่อสู้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะนายหมอกมิใช่เจ้าหนี้มีประกัน นายหมอกจึงไม่ต้องกล่าว ในฟ้องว่าจะสละหลักประกันหรือตีราคาหลักประกันตามมาตรา 10 แต่อย่างใด

สรุป

ข้อต่อสู้ของนายเมฆและนายหมอกไม่ชอบด้วยกฎหมาย

Advertisement