LAW3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก S/2558

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2558

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3009 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1. นายหนึ่งอยู่กินกับนางสองโดยมิได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรด้วยกันคือ นายสาม ซึ่งนายหนึ่งได้แจ้งเกิดในสูติบัตรว่าเป็นบิดา นอกจากนี้นายสุพจน์ได้จดทะเบียนรับนายสามไปเป็นบุตรบุญธรรม ต่อมา นายสามได้ทําสัญญาเช่าอาคารจากนายดินโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยตกลงว่ามีค่าเช่า 10,000 บาท และระบุว่าบรรดาสิ่งที่ผู้เช่าได้นํามาตกแต่งในสถานที่เช่า ถ้ามีลักษณะติดตรึงตรากับอาคารแล้ว ผู้เช่าจะรื้อถอนไปมิได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่า การปลูกสร้างหรือ ดัดแปลงต่อเติมที่ผู้เช่ากระทําขึ้นนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ผู้ให้เช่าทั้งสิ้น โดยมีระยะเวลาการเช่า 20 ปี นอกจากนี้นายสามได้ทําสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากนายเขียว กําหนดชําระค่างวด งวดละ 10,000 บาท จํานวน 20 งวด ปรากฏว่าหลังจากนายสามทําสัญญาเช่าอาคารมาได้ 5 ปี และชําระค่างวดมาได้ 10 งวด นายสามป่วยและถึงแก่ความตายเช่นนี้ จงพิจารณาการตกทอดของมรดกของนายสาม

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1546 “เด็กเกิดจากหญิงที่มิได้มีการสมรสกับชาย ให้ถือว่าเป็นบุตรฃอบด้วยกฎหมาย ของหญิงนั้น เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น”

มาตรา 1598/27 “การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมาย แต่ ถ้าผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมนั้นเป็นผู้เยาว์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก่อน”

มาตรา 1598/29 “การรับบุตรบุญธรรมไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับมรดกของบุตรบุญธรรมในฐานะ ทายาทโดยธรรมเพราะเหตุการรับบุตรบุญธรรมนั้น”

มาตรา 1600 “ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ กองมรดกของผู้ตายได้แก่ ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ เว้นแต่ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้ว เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้”

มาตรา 1627 “บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรมนั้น ให้ถือว่าเป็น ผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้”

มาตรา 1629 “ทายาทโดยธรรมมีหกลําดับเท่านั้น และภายใต้บังคับแห่งมาตรา 1630 วรรคสอง แต่ละลําดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้ คือ

(1) ผู้สืบสันดาน

(2) บิดามารดา”

มาตรา 1630 “ตราบใดที่ทายาทซึ่งยังมีชีวิตอยู่ หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ยังไม่ขาดสายแล้วแต่ กรณีในลําดับหนึ่ง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา 1629 ทายาทผู้ที่อยู่ในลําดับถัดลงไปไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายเลย

แต่ความในวรรคก่อนนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีเฉพาะที่มีผู้สืบสันดานคนใดยังมีชีวิตอยู่หรือมี ผู้รับมรดกแทนที่กันแล้วแต่กรณี และมีบิดามารดายังมีชีวิตอยู่ ในกรณีเช่นนั้นให้บิดามารดาได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่า เป็นทายาทชั้นบุตร”

มาตรา 1633 “ทายาทโดยธรรมในลําดับเดียวกันในลําดับหนึ่ง ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา 1629 นั้น ชอบที่จะได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน ถ้าในลําดับหนึ่งมีทายาทโดยธรรมคนเดียว ทายาทโดยธรรมคนนั้นมีสิทธิได้รับ ส่วนแบ่งทั้งหมด”

วินิจฉัย

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1600 ได้บัญญัติไว้ว่า มรดกซึ่งจะตกทอดแก่ผู้เป็นทายาทเมื่อเจ้ามรดกตาย นั้น ได้แก่ ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดทั้งสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดต่าง ๆ ของผู้ตาย เว้นแต่สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดซึ่งตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้วเป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้ จะไม่ตกทอดไปยังทายาท

กรณีตามอุทาหรณ์ จะเห็นได้ว่ามรดกของนายสามซึ่งจะตกทอดแก่ผู้เป็นทายาทนั้น ได้แก่

1 สิทธิตามสัญญาเช่าอาคารจากนายดิน เพราะเมื่อในสัญญาเช่ามีข้อตกลงกันว่า การ ปลูกสร้างหรือดัดแปลงต่อเติมที่ผู้เช่ากระทําขึ้นนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ผู้ให้เช่าทั้งสิ้น โดยมีระยะเวลาการเช่า 20 ปีนั้น สัญญาเช่าดังกล่าวจึงเป็นสัญญาเช่าที่มีข้อตกลงต่างตอบแทนกันเป็นพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา ดังนั้น สิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าดังกล่าวจึงไม่ถือว่าเป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้ เมื่อนายสามผู้เช่าถึงแก่ ความตาย สิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าจึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาท

2 สิทธิการเป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์จากนายเขียว เพราะตามกฎหมายในเรื่องสัญญาเช่าซื้อนั้น เมื่อผู้เช่าซื้อถึงแก่ความตาย สัญญาเช่าซื้อย่อมไม่ระงับสิ้นไป เนื่องจากสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อตาม กฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้วไม่เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้ ดังนั้น เมื่อนายสามผู้เช่าซื้อถึงแก่ความตาย สิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อจึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาท

ส่วนบุคคลใดบ้างที่มีสิทธิและไม่มีสิทธิในการรับมรดกดังกล่าวของนายสามนั้น แยกพิจารณา ได้ดังนี้

1 นายหนึ่ง ซึ่งเป็นบิดาของนายสามนั้น เมื่อนายหนึ่งมิได้จดทะเบียนสมรสกับนางสอง นายหนึ่งจึงเป็นบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของนายสาม และแม้ว่านายหนึ่งจะได้รับรองว่านายสามเป็นบุตรโดย ได้แจ้งเกิดในสูติบัตรว่าเป็นบิดาตามมาตรา 1627 ก็ตาม นายหนึ่งก็มิใช่ทายาทโดยธรรมตามนัยของมาตรา 1629 (2) ดังนั้น นายหนึ่งจึงไม่มีสิทธิรับมรดกของนายสาม

2 นางสอง ซึ่งเป็นมารดาของนายสามนั้น ถือเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา 1629 (2) จึงมีสิทธิรับมรดกของนายสาม ทั้งนี้เพราะนางสองแม้จะมิได้จดทะเบียนสมรสกับนายหนึ่ง แต่ก็ถือว่าเป็นมารดา ที่ชอบด้วยกฎหมายของนายสามตามมาตรา 1546

3 นายสุพจน์ ซึ่งเป็นบิดาบุญธรรมของนายสามนั้น ไม่มีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาท โดยธรรมของนายสาม เพราะต้องห้ามตามมาตรา 1598/29 ที่กําหนดว่า การรับบุตรบุญธรรมไม่ก่อให้เกิดสิทธิ รับมรดกของบุตรบุญธรรมในฐานะทายาทโดยธรรม

ดังนั้น มรดกของนายสามดังกล่าวข้างต้นทั้งหมด จึงตกได้แก่นางสองแต่เพียงผู้เดียวตามมาตรา 1630 วรรคสอง และมาตรา 1633

สรุป

มรดกของนายสามคือ สิทธิตามสัญญาเช่าอาคารจากนายดิน และสิทธิการเป็นผู้เช่า ซื้อรถยนต์จากนายเขียวตกได้แก่นางสองแต่เพียงผู้เดียว

 

Advertisement