LAW3008 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2 1/2549

Advertisement

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2549

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW3008 (LA 308),(LW 309) กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ  คะแนนเต็มข้อละ  25  คะแนน

ข้อ  1  เมื่อวันที่  14  กันยายน  2549  พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดในคดีอาญา  2  สำนวนต่อศาลจังหวัดระยองดังนี้

Advertisement

(ก)  คดีแรก  โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักรถจักรยานยนต์ของนายเก่งไปโดยสุจริต  แต่บรรยายฟ้องระบุว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่  10  ตุลาคม  2549  สำนวนหนึ่ง

(ข)  คดีหลัง  โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักรถจักรยานยนต์ของนายกาจไปโดยทุจริต  แต่มิได้บรรยายฟ้องระบุวันเวลาเกิดเหตุ  อีกสำนวนหนึ่ง

หากปรากฏว่า  รายการตามฟ้องอื่นในคดีทั้งสองสำนวนดังกล่าวนอกจากนี้โจทก์บรรยายฟ้องมาถูกต้องครบถ้วนและจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องทั้งสองสำนวน  ให้วินิจฉัยว่า  ศาลจังหวัดระยองจะพิพากษาคดีทั้งสองสำนวนอย่างไร  และเมื่อศาลจังหวัดระยองมีคำพิพากษาแล้ว  โจทก์จะนำคดีเรื่องเดียวกันกับทั้งสองสำนวนดังกล่าวมายื่นฟ้องจำเลยใหม่ได้หรือไม่

ธงคำตอบ

มาตรา  39  สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปดังต่อไปนี้

(4) เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง

มาตรา  158  ฟ้องต้องทำเป็นหนังสือ  และมี

(5) การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด  ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้นๆ  อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี

วินิจฉัย

โดยหลักแล้ว  ในกรณีที่ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะฟ้องไม่ได้บรรยายเวลาหรือสถานที่กระทำความผิดนั้น  ไม่สามารถนำมาฟ้องใหม่ได้ เพราะถือว่าศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ฟ้องแล้ว  (ฎ. 687/2502 (ประชุมใหญ่))  แต่ถ้าศาลยกฟ้องเพราะฟ้องระบุเวลากระทำความผิดในอนาคต  อันถือเป็นการยกฟ้องเพราะฟ้องเคลือบคลุม  ในกรณีนี้สามารถนำมาฟ้องใหม่ได้  เพราะถือว่าศาลยังไม่มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง  (ฎ. 1590/2524)

(ก)  คดีสำนวนแรก  โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยวันที่  14  กันยายน  2549 แต่บรรยายฟ้องระบุว่าเกิดเหตุวันที่  10  ตุลาคม  2549  จึงเป็นการฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดในอนาคต  ซึ่งเป็นไปไม่ได้  จึงเป็นคำฟ้องที่จำเลยไม่อาจเข้าใจข้อหาและต่อสู้คดีได้จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุมและเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย  แม้จำเลยให้การรับสารภาพโดยมิได้หยิบยกปัญหานี้ขึ้นให้การต่อสู้  ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้  แต่การที่ศาลพิพากษายกฟ้อง  เพราะฟ้องเคลือบคลุมนั้น  ศาลยังมิได้วินิจฉัยเนื้อหาของความผิด  จึงถือไม่ได้ว่าศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง  อันจะทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป  ตามมาตรา  39(4)  โจทก์จึงชอบที่จะนำคดีเรื่องเดียวกับคดีอาญาสำนวนแรกมายื่นฟ้องจำเลยใหม่ได้  ไม่เป็นฟ้องซ้ำ  (ฎ. 2588/2543  ฎ. 590/2524)

(ข)  คดีสำนวนหลัง  โจทก์ฟ้องจำเลยโดยมิได้ระบุวันเวลาเกิดเหตุ  จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วย  มาตรา  158(5)  ที่บัญญัติว่า  ฟ้องต้องบรรยายการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิด  ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่กระทำผิด  เมื่อคำฟ้องของโจทก์มิได้ระบุวันเวลาเกิดเหตุไว้  จึงถือได้ว่าคดีนี้ไม่มีเวลาที่จำเลยกระทำความผิด  แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็เป็นการรับสารภาพตามฟ้องซึ่งไม่เป็นความผิด  และเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เองเช่นกัน  อีกทั้งการที่ศาลยกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าไม่มีเวลาที่จำเลยกระทำความผิดเช่นนี้ถือว่าศาลได้วินิจฉัยเนื้อหาของความผิดแล้วจึงเข้าเกณฑ์เป็นกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง  เป็นเหตุให้สิทธินำคดีความมาฟ้องระงับไป  ตามมาตรา  39(4)  แล้ว  โจทก์จะนำคดีเรื่องเดียวกันกับคดีอาญาสำนวนหลังมายื่นฟ้องจำเลยใหม่ไม่ได้  เป็นฟ้องซ้ำต้องห้าม  ตามมาตรา  39(4)  ดังกล่าวข้างต้น 

สรุป

(ก)  เมื่อศาลพิพากษายกฟ้อง  โจทก์สามารถนำคดีเรื่องเดียวกันนี้  มาฟ้องจำเลยใหม่ได้

(ข)  เมื่อศาลพิพากษายกฟ้อง  โจทก์ไม่สามารถนำคดี  เรื่องเดียวกันนี้  มาฟ้องจำเลยใหม่ได้

Advertisement