Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2556

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3008 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ

ข้อ 1. นางสาวมดแดงผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2555 เวลากลางวัน นายมดง่ามจําเลยข่มขืนกระทําชําเราผู้เสียหายจนสําเร็จความใคร่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในวันไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์มาศาล ส่วนจําเลยไม่มา แต่แต่งทนายเข้ามาซักค้านแทน ศาลไต่สวนตัวโจทก์คือนางสาวมดแดงจบคําเบิกความแล้ว ใกล้หมดเวลาราชการ จึงให้เลื่อนคดีไปไต่สวนมูลฟ้องต่อในนัดหน้า ครั้นถึงวันนัดคราวต่อมา ทนายโจทก์ ยื่นคําร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องอ้างว่า คดีนี้เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2555 แต่พนักงานพิมพ์ ของโจทก์พิมพ์ผิดพลาดเป็นวันที่ 10 ธันวาคม 2555 จึงขอแก้ไขคําฟ้องเป็นว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2555 ทนายจําเลยรับสําเนาคําร้องขอแก้ฟ้องแล้ว แถลงคัดค้านว่า นายมดง่ามจําเลย เดินทางไปประเทศสิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2555 และเดินทางกลับประเทศไทยวันที่ 20 เดือนเดียวกัน จําเลยมีฐานที่อยู่แน่นอนว่าวันเกิดเหตุตามฟ้องคือวันที่ 10 ธันวาคม 2555 จําเลย มิได้อยู่ในประเทศไทย หากศาลอนุญาต ให้โจทก์แก้ไขคําฟ้องจะทําให้จําเลยเสียเปรียบในการ ต่อสู้คดี ขอให้ยกคําร้องแก้ฟ้องของโจทก์

ให้วินิจฉัยว่า ศาลจะอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคําฟ้องได้หรือไม่

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 163 วรรคแรก “เมื่อมีเหตุอันควร โจทก์มีอํานาจยื่นคําร้องต่อศาลขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้อง ก่อนมีคําพิพากษาศาลชั้นต้น ถ้าศาลเห็นสมควรจะอนุญาตหรือจะสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้องเสียก่อนก็ได้ เมื่ออนุญาตแล้ว ให้ส่งสําเนาแก้ฟ้องหรือฟ้องเพิ่มเติมแก่จําเลยเพื่อแก้ และศาลจะสั่งแยกสํานวนพิจารณาฟ้องเพิ่มเติมนั้นก็ได้”

มาตรา 164 “คําร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องนั้น ถ้าจะทําให้จําเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ห้ามมิให้ศาลอนุญาต แต่การแก้ฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งต้องแถลงในฟ้องก็ดี การเพิ่มเติมฐานความผิด หรือรายละเอียดซึ่งมิได้กล่าวไว้ก็ดีไม่ว่าจะทําเช่นนี้ในระยะใดระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้น มิให้ถือว่าทําให้จําเลย เสียเปรียบ เว้นแต่จําเลยได้หลงต่อสู้ในข้อที่ผิดหรือที่มิได้กล่าวไว้นั้น”

มาตรา 165 วรรคสาม “ในคดีราษฎรเป็นโจทก์ ศาลมีอํานาจไต่สวนมูลฟ้องลับหลังจําเลย ให้ศาลส่งสําเนาฟ้องแก่จําเลยรายตัวไป กับแจ้งวันนัดไต่สวนให้จําเลยทราบ จําเลยจะมาฟังการไต่สวนมูลฟ้อง โดยตั้งทนายให้ซักค้านพยานโจทก์ด้วยหรือไม่ก็ได้ หรือจําเลยจะไม่มา แต่ตั้งทนายมาซักค้านพยานโจทก์ก็ได้ ห้ามมิให้ศาลถามคําให้การจําเลย และก่อนที่ศาลประทับฟ้องมิให้ถือว่าจําเลยอยู่ในฐานะเช่นนั้น”

วินิจฉัย

ตามอุทาหรณ์ การที่นางสาวมดแดงผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2555 เวลากลางวัน นายมดง่ามจําเลยข่มขืนกระทําชําเราโจทกําจนสําเร็จความใคร่ขอให้ลงโทษตาม ป.อาญา มาตรา 276 ขณะที่คดีอยู่ในระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง ทนายโจทก์ยื่นคําร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องว่า เหตุคดีนี้เกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2555 แต่พนักงานพิมพ์ของโจทก์พิมพ์ผิดพลาดเป็นวันที่ 10 ธันวาคม 2555 จึงขอแก้ไขเป็นว่า เหตุเกิด วันที่ 10 ตุลาคม 2555 นั้น เห็นว่า โจทก์ยื่นคําร้องขอแก้ฟ้องก่อนศาลชั้นต้นมีคําพิพากษา และการที่โจทก์อ้างว่า พนักงานพิมพ์ของโจทก์พิมพ์วันเวลาเกิดเหตุผิดถือว่ามีเหตุอันควร (ฎีกาที่ 252/2483) แม้นายมดง่ามจําเลยซึ่งได้รับสําเนาคําร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์แล้วจะแถลงคัดค้านว่าจําเลยเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2555 และเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 เดือนเดียวกัน จําเลยมีฐานที่อยู่แน่นอนว่าวันเกิดเหตุตามฟ้อง คือ วันที่ 10 ธันวาคม 2555 จําเลยมิได้อยู่ในประเทศไทยก็ตาม แต่การที่โจทก์ยื่นคําร้องขอแก้ฟ้องในระหว่างไต่สวน มูลพื่อง ซึ่งจําเลยยังไม่อยู่ในฐานะเป็นจําเลยตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 165 วรรคสาม ย่อมไม่ทําให้จําเลยเสียเปรียบ เพราะศาลชั้นต้นยังมิได้ประทับฟ้องไว้พิจารณาและจําเลยยังมิได้ต่อสู้คดีหรือนําพยานเข้าสืบตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 164 (ฎีกาที่ 29022547) ดังนั้น กรณีจึงต้องด้วยหลักเกณฑ์ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 163 และมาตรา 164 ที่ศาลจะพิจารณาอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคําฟ้องได้

สรุป

ศาลจะอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคําฟ้องได้

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?