LAW 3007 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 2 2/2551

Advertisement

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2551

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3007 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 2

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ

ข้อ  1  ในคดีแพ่งเรื่องหนึ่ง  จำเลยซึ่งแพ้คดีได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นโดยจำเลยชำระค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น  แต่ไม่ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาพร้อมอุทธรณ์ตามมาตรา  229  ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย  จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น  ต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า  จำเลยไม่มีเจตนาฝ่าฝืนไม่ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์  จึงให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์  ให้จำเลยชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นภายใน  5  วัน  นับแต่วันทราบคำสั่ง  แล้วให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งอุทธรณ์ของจำเลยต่อไป  จำเลยไม่เห็นชอบด้วยกับคำสั่งศาลอุทธรณ์  ดังนี้  ให้วินิจฉัยว่าจำเลยจะฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

Advertisement

ธงคำตอบ

มาตรา  236  วรรคแรก  เมื่อคู่ความยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ให้ศาลส่งคำร้องเช่นว่านั้นไปยังศาลอุทธรณ์โดยไม่ชักช้าพร้อมด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีของศาลชั้นต้นและฟ้องอุทธรณ์  ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นเป็นการจำเป็นที่จะต้องตรวจสำนวน  ให้มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์  ในกรณีเช่นนี้ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคำร้อง  แล้วมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นหรือมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์  คำสั่งนี้ให้เป็นที่สุด  แล้วส่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่าน

มาตรา   247  ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาหรือมีคำสั่งในชั้นอุทธรณ์แล้วนั้น  ให้ยื่นฎีกาได้ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งอุทธรณ์นั้นและภายใต้บังคับบทบัญญัติสี่มาตราต่อไปนี้กับกฎหมายอื่นว่าด้วยการฎีกา  ให้นำบทบัญญัติในลักษณะ  1  ว่าด้วยอุทธรณ์มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

วินิจฉัย

คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่จะถือว่าเป็นที่สุดตามมาตรา  236  วรรคแรกนั้น  ต้องได้ความว่า  ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นหรือมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยมีว่า  จำเลยจะฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ได้หรือไม่  เห็นว่า  คดีนี้ศาลอุทธรณ์มิได้มีคำสั่งยืนตามคำสั่งปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย  และคำสั่งของศาลอุทธรณ์กรณีนี้ก็ไม่ได้มีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยแต่ประการใด  ศาลอุทธรณ์เพียงแต่เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์  และให้แจ้งจำเลยชำระค่าขึ้นศาลภายในระยะเวลาที่กำหนดและให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งอุทธรณ์ต่อไปเท่านั้น  กรณีจึงไม่ต้องด้วยมาตรา  236  วรรคแรก  อันจะทำให้คดีถึงที่สุดไม่    ดังนั้น  จำเลยจึงชอบที่จะฎีกาต่อไปได้  ตามมาตรา  247 (คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่  919/2550)

สรุป  จำเลยฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ต่อไปได้

Advertisement