LAW 3007 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 2 2/2550

Advertisement

การสอบไล่ภาค  2  ปีการศึกษา  2550

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3007 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 2

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ

ข้อ  1  โจทก์ฟ้องว่า  จำเลยขับรถยนต์ด้วยความประมาทเลินเล่อเฉี่ยวชนโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส  โจทก์ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลไปจำนวน  60,000  บาท  ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์  จำเลยให้การต่อสู้คดีระหว่างพิจารณา  บริษัทมิตรแท้  จำกัด ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยยื่นคำร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วม  ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต  ต่อมา  ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน  20,000  บาท  แก่โจทก์

Advertisement

โจทก์อุทธรณ์ว่า  โจทก์เสียหายตามฟ้อง  ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์เต็มตามฟ้อง  จำเลยอุทธรณ์ว่า  คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้บริษัทมิตรแท้  จำกัด  ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วม  เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ

ให้วินิจฉัยว่า  ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยหรือไม่

ธงคำตอบ

มาตรา  1  ในประมวลกฎหมายนี้  ถ้าข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(5) “คำคู่ความ  หมายความว่า  บรรดาคำฟ้อง  คำให้การหรือคำร้องทั้งหลายที่ยื่นต่อศาลเพื่อตั้งประเด็นระหว่างคู่ความ

มาตรา  57  บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความอาจเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอด

(2) ด้วยความสมัครใจเองเพราะตนมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีนั้น  โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลไม่ว่าเวลาใดๆก่อนมีคำพิพากษา  ขออนุญาตเข้าเป็นโจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วมหรือเข้าแทนที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียทีเดียวโดยได้รับความยินยอมของคู่ความฝ่ายนั้น  แต่ว่าแม้ศาลจะได้อนุญาตให้เข้าแทนที่กันได้ก็ตาม  คู่ความฝ่ายนั้นจำต้องผูกพันตนโดยคำพิพากษาของศาลทุกประการ  เสมือนหนึ่งว่ามิได้มีการเข้าแทนที่กันเลย

มาตรา  224  วรรคแรก  ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา  ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง  เว้นแต่ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนั้นในศาลชั้นต้นได้ทำความเห็นแย้งไว้หรือได้รับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ได้  หรือถ้าไม่มีความเห็นแย้งหรือคำรับรองเช่นว่านี้ต้องได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคผู้มีอำนาจแล้วแต่กรณี

วินิจฉัย

ตามมาตรา  224  วรรคแรก  ที่กำหนดว่า  ในคดีที่ราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาท  ในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน  50,000 บาท  ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น  ราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทนี้  ให้ถือเอาทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์  เป็นหลักในการพิจารณา  มิใช่ทุนทรัพย์ที่ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น  (ฎ.3367/2538)

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยประการแรกมีว่า  ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์หรือไม่  เห็นว่า  อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า  โจทก์เสียหายตามฟ้อง  ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์เต็มตามฟ้อง  ถือเป็นอุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นในปัญหาเกี่ยวกับการกำหนดค่าเสียหายอันเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้น  จึงเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง  เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ตามคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์มีจำนวนเท่ากับค่าเสียหายที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยรับผิดเพิ่มขึ้นจากคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพียง  40,000  บาท  ซึ่งถือว่าไม่เกิน  50,000  บาท  กรณีเช่นนี้  อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าวของโจทก์จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์  ตามมาตรา  224  วรรคแรก

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยประการต่อมามีว่า  ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยหรือไม่  เห็นว่า  อุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า  คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้บริษัทมิตรแท้  จำกัด  ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบนั้น  เมื่อพิจารณาแล้วได้ความว่า  คำร้องสอดของบริษัทมิตรแท้  จำกัด  ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่ขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วม  ตามมาตรา  57(2)  ถือเป็นคำคู่ความ  ตามมาตรา  1(5)  เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตตามคำร้องของบริษัทมิตรแท้  จำกัด  ผู้ร้องสอดในฐานะคู่ความผู้ถูกกระทบสิทธิโดยผลของคำสั่งนั้น  จึงชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ตามมาตรา  233  คดีนี้เมื่อปรากฏว่าบริษัทฯ  มิได้อุทธรณ์  จำเลยย่อมไม่มีสิทธิที่จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวแทนผู้ร้องแต่ประการใด  ทั้งนี้เพราะจำเลยมิใช่คู่ความในส่วนของคดีร้องสอดหรือไม่เป็นบุคคลภายนอกที่ถูกกระทบกระเทือนหรือมีส่วนได้เสียในการที่ศาลยกคำร้องดังกล่าวนั่นเอง  (ฎ. 1254/2527)

สรุป  ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยไม่ได้

Advertisement