LAW3007 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 2 1/2550

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2550

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 3007 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 2

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน  มี  4  ข้อ

ข้อ  1  โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทอ้างว่าจำเลยบุกรุกที่ดินพิพาท  หากนำออกให้เช่าจะได้ค่าเช่าประมาณเดือนละ  3,000 บาท  จำเลยให้การต่อสู้ว่าไม่ได้บุกรุกที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย  จำเลยซื้อจากโจทก์ชำระราคาด้วยวัสดุก่อสร้างและเงินสดบางส่วนขอให้ศาลยกฟ้อง  พร้อมกันนั้นจำเลยได้แย้งให้โจทก์ไปโอนโฉนดที่พิพาทให้จำเลย  ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ให้โจทก์ไปโอนโฉนดที่ดินพิพาทให้จำเลยตามฟ้องแย้ง  ดังนี้  โจทก์จะอุทธรณ์ข้อเท็จจริงในคดีฟ้องขับไล่  และคดีฟ้องแย้งได้หรือไม่  เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

มาตรา  224  วรรคแรกและวรรคสอง  ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา  ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง  เว้นแต่ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนั้นในศาลชั้นต้นได้ทำความเห็นแย้งไว้หรือได้รับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ได้  หรือถ้าไม่มีความเห็นแย้งหรือคำรับรองเช่นว่านี้ต้องได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคผู้มีอำนาจแล้วแต่กรณี

บทบัญญัติในวรรคหนึ่งมิได้ให้บังคับในคดีเกี่ยวด้วยสิทธิแห่งสภาพบุคคลหรือสิทธิในครอบครัวและคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้   เว้นแต่ในคดีฟ้องขับไล่บุคคลใดๆออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาทหรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

วินิจฉัย

โดยหลักแล้ว  ในคดีที่มีการฟ้องแย้งด้วยนั้น  การจะพิจารณาว่าคดีต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น  ต้องพิจารณาฟ้องเดิมและฟ้องแย้งออกจากกันเสมือนคนละคดี  (ฎ. 7858/2542  ฎ. 6937/2539)

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยประการแรกมีว่า  โจทก์จะอุทธรณ์ข้อเท็จจริงในคดีฟ้องขับไล่ได้หรือไม่  เห็นว่า  คดีนี้ในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้อง  ที่ดินพิพาทหากนำออกให้เช่าจะได้ค่าเช่าประมาณเดือนละ  3,000  บาทอันถือว่ามีค่าเช่าในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละ  4,000  บาท  จึงต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา  224  วรรคสอง  ทั้งกรณีไม่เข้าข้อยกเว้น  ตามมาตรา  224  วรรคแรก  คือ  ไม่มีความเห็นแย้งหรือได้รับรองให้อุทธรณ์ข้อเท็จจริงจากผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น  หรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคเป็นหนังสืออุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้  ดังนั้น  คดีฟ้องขับไล่จึงต้องห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริงตามบทกฎหมายดังกล่าว

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยประการต่อมามีว่า  โจทก์จะอุทธรณ์ข้อเท็จจริงในคดีฟ้องแย้งได้หรือไม่  เห็นว่า  การที่จำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย  โดยจำเลยซื้อมาจากโจทก์ชำระราคาด้วยวัสดุก่อสร้างและเงินสดบางส่วนขอให้ศาลยกฟ้อง  พร้อมกันนั้น  จำเลยได้ฟ้องแย้งให้โจทก์ไปโอนโฉนดที่ดินพิพาทให้จำเลย  ซึ่งเมื่อพิจารณาจากฟ้องแย้งของจำเลยแล้วได้ความว่า  ฟ้องแย้งของจำเลยถือเป็นคดีเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้  (คดีไม่มีทุนทรัพย์)  จึงไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง   ดังนั้น  ในกรณีเช่นนี้โจทก์ชอบจะอุทธรณ์ข้อเท็จจริงในส่วนฟ้องแย้งได้

สรุป  คดีฟ้องขับไล่โจทก์อุทธรณ์ข้อเท็จจริงไม่ได้  ส่วนคดีฟ้องแย้งโจทก์อุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้