LAW3007 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 2 1/2560

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2560

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3007 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 2

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่าจําเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแทนนายเส็งบิดาโจทก์ทั้งสี่ บัดนี้นายเส็งบิดาโจทก์ทั้งสี่ถึงแก่กรรมแล้ว จําเลยไม่ยอมคืนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาทของนายเส็ง ผู้ตาย ขอให้จําเลยจดทะเบียนที่ดินพิพาทคืนให้แก่โจทก์ทั้งสี่ จําเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจําเลย มิใช่ของนายเส็งบิดาโจทก์ทั้งสี่ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสี่ และจําเลยแถลงรับกันต่อศาลชั้นต้นว่า ที่ดินพิพาทตามฟ้องมีราคา 200,000 บาท ศาลชั้นต้น พิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจําเลย มิใช่เป็นของนายเส็งบิดาโจทก์ทั้งสี่ พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสี่

Advertisement

โจทก์อุทธรณ์ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของนายเส็งบิดาโจทก์ทั้งสี่ ไม่ใช่ของจําเลย ให้วินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสี่มีสิทธิอุทธรณ์ได้หรือไม่

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจํานวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ ไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือไม่เกินจํานวนที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เว้นแต่ ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนั้นในศาลชั้นต้นได้ทําความเห็นแย้งไว้หรือได้รับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ได้ หรือ ถ้าไม่มีความเห็นแย้งหรือคํารับรองเช่นว่านี้ต้องได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น หรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคผู้มีอํานาจ แล้วแต่กรณี

วินิจฉัย

ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง กําหนดไว้ว่า ในคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจํานวนทุนทรัพย์ ที่พิพาทกันไม่เกิน 50,000 บาท ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจํานวน ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันนี้ให้ถือเอาทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์เป็นหลักในการพิจารณา

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่าจําเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแทนนายเส็ง บิดาของโจทก์ทั้งสี่ บัดนี้นายเส็งบิดาโจทก์ทั้งสี่ถึงแก่กรรมแล้ว จําเลยไม่ยอมคืนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสี่ ซึ่งเป็นทายาทของนายเส็งผู้ตาย ขอให้จําเลยจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทคืนให้แก่โจทก์ทั้งสี่ ซึ่งจําเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจําเลย มิใช่เป็นของนายเส็งบิดาโจทก์ทั้งสี่นั้น คําฟ้องของโจทก์ทั้งสี่เป็นคําฟ้องเรียกให้จําเลย ส่งคืนทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ทั้งสี่ในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของนายเส็ง ซึ่งถือเป็นคดีที่มีคําขอ ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคํานวณเป็นราคาเงินได้หรือคดีมีทุนทรัพย์ ดังนั้น การอุทธรณ์ย่อมอยู่ในบังคับแห่ง ป.วิ.แพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง

การที่ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจําเลยมิใช่เป็นของนายเส็ง บิดาโจทก์ทั้งสี่จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสี่ และโจทก์อุทธรณ์ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของนายเส็งบิดาโจทก์ทั้งสี่ ไม่ใช่ของจําเลยนั้น ถือเป็นการอุทธรณ์คัดค้านดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น อันเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง

และเมื่อที่ดินพิพาทมีราคา 200,000 บาท แม้โจทก์ทั้งสี่จะอุทธรณ์รวมกันมาในอุทธรณ์ ฉบับเดียวกัน แต่การพิจารณาสิทธิในการอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่จะต้องแยกออกจากกันตามราคาทรัพย์สินหรือจํานวนทุนทรัพย์ที่พิพาทที่โจทก์แต่ละคนมีสิทธิเรียกร้องเอาแก่จําเลยเพราะเป็นเรื่องที่โจทก์แต่ละคนต่างใช้สิทธิ ของตนโดยเฉพาะในฐานะที่เป็นทายาทของนายเส็งผู้ตาย ดังนั้น ราคาทรัพย์สินหรือจํานวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกัน ในชั้นอุทธรณ์ของโจทก์แต่ละคนจึงมีเพียงคนละ 50,000 บาท ซึ่งไม่เกิน 50,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความ อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง โจทก์ทั้งสี่จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงดังกล่าว

สรุป โจทก์ทั้งสี่ไม่มีสิทธิอุทธรณ์

Advertisement