LAW3006 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 1 1/2558

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2558

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3006 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 1

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายเทาหลอกนางสาวถั่วพูอายุ 17 ปี ซึ่งเป็นคนรักว่าจะพาไปทานข้าว แต่กลับพานางสาวถั่วพูไปข่มขืนกระทําชําเราที่โรงแรม เมื่อกลับถึงบ้าน นายมะขวิดซึ่งเป็นบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของ นางสาวถั่วพู แต่อุปการะเลี้ยงดูนางสาวถั่วพูมาโดยตลอดทราบเรื่องดังกล่าว จึงพานางสาวถั่วพู ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดําเนินคดีแก่นายเทาข้อหาพรากผู้เยาว์และข่มขืน กระทําชําเรานางสาวถั่วพู ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ทําการสอบสวน เมื่อพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเห็นว่าการสอบสวนเสร็จ จึงสรุปสํานวนพร้อมทําความเห็นควรสั่งฟ้องนายเทาในข้อหาพรากผู้เยาว์และข่มขืนกระทําชําเรา นางสาวถั่วพู และพนักงานอัยการยื่นฟ้องนายเทาต่อศาลข้อหาพรากผู้เยาว์และข่มขืนกระทําชําเรา นางสาวถั่วพู ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น นายมะขวิดยื่นคําร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับ พนักงานอัยการ

ดังนี้ นายมะขวิดมีอํานาจยื่นคําร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 2 “ในประมวลกฎหมายนี้

(4) “ผู้เสียหาย” หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทําผิดฐานใด ฐานหนึ่งรวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอํานาจจัดการแทนได้ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 4, 5 และ 6”

มาตรา 3 “บุคคลดังระบุในมาตรา 4, 5 และ 6 มีอํานาจจัดการต่อไปนี้แทนผู้เสียหายตาม เงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ

(2) เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา หรือเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ”

มาตรา 5 “บุคคลเหล่านี้จัดการแทนผู้เสียหายได้

(1) ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาล เฉพาะแต่ในความผิดซึ่งได้กระทําต่อผู้เยาว์หรือ ผู้ไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในความดูแล”

มาตรา 30 “คดีอาญาใดซึ่งพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว ผู้เสียหายจะยื่นคําร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในระยะใดระหว่างพิจารณาก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนั้นก็ได้”

วินิจฉัย

ตามกฎหมาย ผู้ที่จะขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในคดีอาญาได้นั้น จะต้องเป็น ผู้เสียหายตามความใน ป.วิ.อาญา มาตรา 2 (4) ซึ่งอาจเป็นผู้เสียหายที่แท้จริง หรืออาจเป็นผู้มีอํานาจจัดการแทน ผู้เสียหายตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 4, 5 และ 6 ก็ได้

กรณีตามอุทาหรณ์ นายมะขวิดจะมีอํานาจยื่นคําร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ หรือไม่ แยกพิจารณาได้ดังนี้

กรณีความผิดข้อหาข่มขืนกระทําชําเรา

คุณธรรมทางกฎหมายของความผิดฐานข่มขืนกระทําชําเรา มุ่งประสงค์ที่จะคุ้มครองบุคคล ซึ่งถูกกระทําชําเรา เมื่อปรากฏว่านางสาวถั่วพูถูกนายเทาหลอกไปข่มขืนกระทําชําเรา นางสาวถั่วพูจึงเป็น ผู้เสียหายในความผิดฐานนี้ ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 2 (4) ส่วนนายมะขวิดถึงแม้จะเป็นบิดาที่แท้จริงและให้การ อุปการะเลี้ยงดูนางสาวถั่วพูมาโดยตลอด แต่ก็ถือเป็นบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่เป็นผู้แทนโดยชอบธรรม ที่จะมีอํานาจจัดการแทนผู้เสียหายคือนางสาวถั่วพูในความผิดฐานนี้ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 5 (1) ดังนั้น นายมะขวิดจึงไม่มีอํานาจยื่นคําร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในข้อหาข่มขืนกระทําชําเรานางสาวถั่วพู ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 2 (4) มาตรา 3 (2) และมาตรา 30

กรณีความผิดข้อหาพรากผู้เยาว์

คุณธรรมทางกฎหมายของความผิดฐานพรากผู้เยาว์ มุ่งประสงค์ที่จะคุ้มครองอํานาจปกครอง ของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลผู้เยาว์ เมื่อปรากฏว่านายมะขวิดเป็นบิดาที่แท้จริงและให้การอุปการะเลี้ยงดู นางสาวถั่วพูผู้เสียหายมาโดยตลอด จึงถือเป็นผู้ปกครองของนางสาวถั่วพูและเป็นผู้เสียหายโดยตรงจากการ กระทําผิดดังกล่าว ดังนั้นนายมะขวิดจึงมีอํานาจยื่นคําร้องและเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในข้อหา พรากผู้เยาว์ได้ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 2 (4) และมาตรา 30

สรุป นายมะขวิดมีอํานาจยื่นคําร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในข้อหาพรากผู้เยาว์ แต่ไม่มีอํานาจยื่นคําร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในข้อหาข่มขืนกระทําชําเรา