LAW3005 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 1 ภาค 2 ปีการศึกษา 2551

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2551

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW3005 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 1

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (ข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. แก้วเป็นโจทก์ฟ้องบริษัทพัฒนาไทย จำกัด และดำ เป็นจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้รับผิดตามสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันตามลำดับ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้ว่า หนี้ตามสัญญากู้ระงับแล้ว จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน ขอให้ยกฟ้องระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น

Advertisement

ก.      นายดำ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การไม่เข้ามาต่อสู้คดีทั้งที่หนี้ระงับแล้ว ทำให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหายในทรัพย์สินแลหนี้สินของจำเลยที่ 1 ขอสอดเข้ามาต่อสู้คดีแทนจำเลยที่ 1

ข.      นายแดงกับนายเหลืองยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีเนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 มีความจำเป็นเพื่อให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิผู้ร้องมีอยู่ในบริษัทจำเลยที่ 1 จึงร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีด้วย

ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งตามคำร้องของนายดำ และนายแดงกับนายเหลืองอย่างไร

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 57 บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความอาจเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอด

(1)   ด้วยความสมัครใจเองเพราะเห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณา หรือเมื่อตนมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีนั้น

วินิจฉัย

ก.      ตามมาตรา 57 วรรคแรก บัญญัติว่า “บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความ” อาจเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอดตามบทบัญญัติดังกล่าวเป็นที่ชัดเจนว่า การร้องสอดเข้ามาในคดีนั้นไม่ว่าจะด้วยความสมัครใจ หรือด้วยถูกหมายเรียกเข้ามาในคดี ผู้ร้องสอดจะต้องเป็นบุคคลภายนอกคดีเท่านั้น

กรณีตามอุทาหรณ์ ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งตามคำร้องของนายดำอย่างไร เห็นว่า คดีนี้แก้วเป็นโจทก์ฟ้องบริษัทพัฒนาไทยจำกัด และนายดำเป็นจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้รับผิดตามสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันตามลำดับ นายดำจึงอยู่ในฐานะเป็นคู่ความในคดีอยู่แล้ว โดยถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 2 ดังนั้นนายดำจึงไม่ใช่บุคคลภายนอกคดี ไม่อาจร้องสอดเข้ามาในคดีแทนจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 57 ได้ (ฎ. 7709/2544)

ข.      กรณีตามอุทาหรณ์ ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งตามคำร้องของนายแดงและนายเหลืองอย่างไร เห็นว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้ เพียงแต่ขอให้บริษัทพัฒนาไทย จำกัด จำเลยที่ 1 รับผิดตามสัญญากู้อันเป็นการฟ้องบังคับเอาแก่นิติบุคคล ต่างหากจากนายแดงและนายเหลือง ผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้ถือหุ้น สิทธิของผู้ร้องทั้งสองมีต่อจำเลยที่ 1 อยู่อย่างไร ก็คงมีอยู่อย่างนั้น ไม่มีเหตุจำเป็นเพื่อให้ได้รับความคุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ ดังนั้นผู้ร้องทั้งสองจึงไม่อาจขอเข้ามาเป็นคู่ความด้วยการร้องสอด ตามมาตรา 57(1) (ฎ. 631/2545)

สรุป ศาลชั้นต้นต้องมีคำสั่งยกคำร้องของนายดำจำเลยที่ 2 และของนายแดงกับนายเหลือง

Advertisement