LAW3004 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม 2/2555

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2555

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3004 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. โจทก์ฟ้องขับไล่จําเลยออกจากที่ดินที่เช่าต่อศาลจังหวัดนครปฐมและขอให้ศาลจังหวัดนครปฐมพิพากษาบังคับให้จําเลยชําระค่าเช่าที่ดินที่ค้างชําระเป็นเงินสองแสนห้าหมื่นบาท ศาลจังหวัดนครปฐม เห็นว่าทุนทรัพย์ในคดีอยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครปฐม จึงสั่งโอนคดีไปยัง ศาลแขวงนครปฐม ซึ่งมีเขตอํานาจตลอดเขตจังหวัดนครปฐม ศาลแขวงนครปฐมสั่งไม่รับโอนคดี ที่โอนมาจากศาลจังหวัดนครปฐม โดยเห็นว่าคดีอยู่ในอํานาจของศาลจังหวัดนครปฐม

Advertisement

คําสั่งของศาลทั้งสองนี้ถูกต้องหรือไม่ ให้อธิบาย

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม

มาตรา 17 “ศาลแขวงมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดี และมีอํานาจทําการไต่สวน หรือมีคําสั่ง ใด ๆ ซึ่งผู้พิพากษาคนเดียวมีอํานาจตามที่กําหนดไว้ในมาตรา 24 และมาตรา 25 วรรคหนึ่ง”

มาตรา 25 “ในศาลชั้นต้น ผู้พิพากษาคนเดียวเป็นองค์คณะมีอํานาจเกี่ยวแก่คดีซึ่งอยู่ในอํานาจ ของศาลนั้น ดังต่อไปนี้

(4) พิจารณาพิพากษาคดีแพ่ง ซึ่งราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจํานวนเงินที่ฟ้องไม่เกิน สามแสนบาท ราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจํานวนเงินดังกล่าวอาจขยายได้โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา”

วินิจฉัย

ตามหลักของพระธรรมนูญศาลยุติธรรม คดีแพ่งที่ศาลแขวงโดยผู้พิพากษาคนเดียวมีอํานาจ พิจารณาพิพากษาคดีนั้น ต้องเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ และทุนทรัพย์ที่ฟ้องนั้นต้องมีราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือ จํานวนเงินที่ฟ้องไม่เกิน 3 แสนบาท หากเกินกว่า 3 แสนบาท ศาลแขวงจะรับคดีนั้นไว้พิจารณาไม่ได้ (มาตรา 25(4) ประกอบกับมาตรา 17)

กรณีตามอุทาหรณ์ ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยมีว่า คดีฟ้องขับไล่จําเลยออกจากที่ดินที่เช่าและ ให้จําเลยชําระค่าเช่าที่ดินที่ค้างชําระเป็นเงินสองแสนห้าหมื่นบาทนั้น เป็นคดีที่อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษา ของศาลแขวงนครปฐมหรือศาลจังหวัดนครปฐม กรณีนี้เห็นว่าจากคําฟ้องของโจทก์นั้นคดีหลักคือคดีฟ้องขับไล่ จําเลยออกจากที่ดินที่เช่าเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ แม้ว่าโจทก์จะฟ้องเรียกค่าเช่ามาด้วยก็ตามก็ไม่ทําให้คดีนี้เป็นคดี ที่มีทุนทรัพย์ ดังนั้น คดีดังกล่าวจึงไม่อยู่ในอํานาจของศาลแขวงนครปฐมตามมาตรา 25(4) ประกอบมาตรา 17 (คําพิพากษาฎีกาที่ 22/2503 (ประชุมใหญ่)

เมื่อโจทก์นําคดีไปฟ้องยังศาลจังหวัดนครปฐม และศาลจังหวัดนครปฐมมีคําสั่งให้โอนคดีไป ยังศาลแขวงนครปฐมโดยเห็นว่าคดีอยู่ในอํานาจของศาลแขวงนครปฐม คําสั่งโอนคดีของศาลจังหวัดนครปฐม จึงไม่ถูกต้อง ส่วนคําสั่งไม่รับโอนคดีของศาลแขวงนครปฐมโดยเห็นว่าคดีอยู่ในอํานาจของศาลจังหวัดนครปฐม นั้นถูกต้อง เพราะคดีดังกล่าวศาลแขวงไม่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาเพราะเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์แม้โจทก์จะ ฟ้องเรียกค่าเช่าไม่เกินสามแสนบาทซึ่งเป็นทุนทรัพย์ที่อยู่ในอํานาจศาลแขวงตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25(4) ก็ตาม

สรุป คําสั่งโอนคดีของศาลจังหวัดนครปฐมไม่ถูกต้อง ส่วนคําสั่งไม่รับโอนคดีของศาลแขวงนครปฐมถูกต้อง

Advertisement