LAW3004 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม 1/2557

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2557

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3004 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

ข้อ 1. นายพงษ์ศักดิ์ เป็นเจ้าของรถตู้บริการสายมีนบุรี-บางกะปิ โดยมีนายสมชายเป็นลูกจ้างขับรถเลขทะเบียน 1234 กท. นายสมชายได้ขับรถตู้คันดังกล่าวด้วยความเร็วสูงทําให้รถเสียหลักพลิกคว่ำ ก่อให้เกิดความบาดเจ็บแก่นายหนึ่ง นายสอง นายสาม นางสาวสี่ และนางห้า ที่ท้องที่เขตมีนบุรี อันมีศาลจังหวัดมีนบุรีเพียงศาลเดียวในเขตท้องที่ดังกล่าวไม่มีศาลแขวงผู้โดยสารทั้งห้าต้องการฟ้องคดีนี้ เพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนคนละ 100,000 บาทจากนายพงษ์ศักดิ์และนายสมชาย อยากทราบว่า

Advertisement

(ก) ผู้โดยสารทั้งห้าสามารถฟ้องคดีแพ่งคดีนี้ที่ศาลจังหวัดมีนบุรีได้หรือไม่ เพราะเหตุใด และ

(ข) หากนายอดิศรผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมีนบุรีเป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดีเพียงลําพังคนเดียวจะสามารถเป็นองค์คณะได้หรือไม่ อย่างไร

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม

มาตรา 17 “ศาลแขวงมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดี และมีอํานาจทําการไต่สวน หรือมีคําสั่งใด ๆ ซึ่งผู้พิพากษาคนเดียวมีอํานาจตามที่กําหนดไว้ในมาตรา 24 และมาตรา 25 วรรคหนึ่ง”

มาตรา 18 “ศาลจังหวัดมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งและคดีอาญาทั้งปวงที่มิได้อยู่ใน อํานาจของศาลยุติธรรมอื่น”

มาตรา 25 “ในศาลชั้นต้น ผู้พิพากษาคนเดียวเป็นองค์คณะมีอํานาจเกี่ยวแก่คดีซึ่งอยู่ใน อํานาจของศาลนั้น ดังต่อไปนี้

(4) พิจารณาพิพากษาคดีแพ่ง ซึ่งราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจํานวนเงินที่ฟ้องไม่เกิน สามแสนบาท ราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจํานวนเงินดังกล่าวอาจขยายได้โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา”

มาตรา 26 “ภายใต้บังคับมาตรา 25 ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลชั้นต้น นอกจาก ศาลแขวงและศาลยุติธรรมอื่นซึ่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลนั้นกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น ต้องมีผู้พิพากษาอย่างน้อย สองคนและต้องไม่เป็นผู้พิพากษาประจําศาลเกินหนึ่งคน จึงเป็นองค์คณะที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่ง หรือคดีอาญาทั้งปวง”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ วินิจฉัยได้ดังนี้

(ก) ผู้โดยสารทั้งห้าสามารถฟ้องคดีแพ่งคดีนี้ที่ศาลจังหวัดมีนบุรีได้หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ เป็นคดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์หรือคดีที่มีคําขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคํานวณราคาเป็นเงินได้ เมื่อโจทก์หลายคนฟ้อง จําเลยหลายคนจึงต้องพิจารณาว่าโจทก์ใช้สิทธิเฉพาะตัวหรือไม่ หากเป็นสิทธิเฉพาะตัวให้พิจารณาทุนทรัพย์แยกกัน และเมื่อปรากฏว่าจําเลยมีหลายคนก็ต้องพิจารณาว่า จําเลยเป็นหนี้ร่วมกันหรือไม่ ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้ว กรณี โจทก์ทั้งห้าได้รับบาดเจ็บถือเป็นสิทธิเฉพาะตัว จึงต้องยกทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคน และจําเลยทั้งสองเป็น ลูกจ้างกับนายจ้างจึงต้องรับผิดร่วมกัน ทําให้คดีนี้มีทุนทรัพย์ คือ ค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ทั้งหมดเรียกร้อง และ จําเลยทั้งสองต้องชําระไม่เกินคนละ 100,000 บาท ซึ่งอยู่ในอํานาจของผู้พิพากษาคนเดียวหรือศาลแขวง ตามมาตรา 17 และมาตรา 25 (4) แต่เนื่องจากเขตมีนบุรีมีเพียงศาลจังหวัดมีนบุรี จึงสามารถฟ้องคดีดังกล่าวนี้ที่ ศาลจังหวัดมีนบุรีได้เลย โดยคิดทุนทรัพย์แยกตามโจทก์แต่ละคน และความรับผิดของจําเลยร่วมดังกล่าว

(ข) หากนายอดิศรผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมีนบุรีเป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดี เพียงลําพังคนเดียวจะสามารถเป็นองค์คณะได้หรือไม่ เห็นว่าเมื่อคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท และโจทก์สามารถฟ้องคดีนี้ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งโดยหลักจะต้องมีผู้พิพากษาเป็นองค์คณะ 2 คนตามมาตรา 18 และมาตรา 26 แต่เนื่องจากมาตรา 26 อยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 25 ดังนั้น นายอดิศรจึงสามารถเป็นองค์คณะ พิจารณาพิพากษาคดีเพียงลําพังคนเดียวได้ตามมาตรา 25 (4)

สรุป

(ก) ผู้โดยสารทั้งห้าสามารถฟ้องคดีแพ่งคดีนี้ที่ศาลจังหวัดมีนบุรีได้

(ข) นายอดิศรผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมีนบุรีสามารถเป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดีเพียงลําพังคนเดียวได้

 

Advertisement