LAW3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว 2/2556

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2556

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. นายมานพทราบว่านางสมัยทะเลาะกับนายอํานวย (สามี) และได้ทําหนังสือหย่ากันเป็นที่เรียบร้อยนายมานพซึ่งหลงรักนางสมัยได้ทําสัญญาหมั้นนางสมัยโดยส่งมอบเงินให้ 200,000 บาท และจะให้อีก 200,000 บาท ในวันสมรส แต่ต่อมานายมานพได้รู้จักกับ น.ส.อรสา และเห็นว่าเหมาะสมกว่าจึงทําสัญญาหมั้น น.ส.อรสาด้วยการส่งมอบเงินให้ 200,000 บาท และจะให้อีก 200,000 บาท ในวันที่ ทําการสมรส นายมานพได้อ้างว่านางสมัยยังอยู่กินกับนายอํานวย จึงไม่ต้องการสมรสด้วย และขอเงิน 200,000 บาทคืน เพื่อนําไปมอบให้แก่ น.ส.อรสา แต่นางสมัยไม่คืนให้ นายมานพต้องการสมรสกับ น.ส.อรสา แต่นายมานพอ้างว่าไม่มีเงินให้ตามที่สัญญาไว้เนื่องจากนางสมัยไม่ยอมคืนให้ น.ส.อรสา จึงขอเลิกสัญญาโดยไม่คืนเงินให้ เช่นนี้ ทั้งสองกรณีท่านเห็นว่าอย่างไร เพราะเหตุใด จงอธิบาย

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1437 วรรคแรกและวรรคสอง “การหมั้นจะสมบูรณ์เมื่อฝ่ายชายได้ส่งมอบหรือโอน ทรัพย์สินอันเป็นของหมั้นให้แก่หญิงเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้น

เมื่อหมั้นแล้วให้ของหมั้นตกเป็นสิทธิแก่หญิง”

มาตรา 1442 “ในกรณีมีเหตุสําคัญอันเกิดแก่หญิงคู่หมั้น ทําให้ชายไม่สมควรสมรสกับหญิงนั้น ชายมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นได้และให้หญิงคืนของหมั้นแก่ชาย”

มาตรา 1443 “ในกรณีมีเหตุสําคัญอันเกิดแก่ชายคู่หมั้น ทําให้หญิงไม่สมควรสมรสกับชายนั้น หญิงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นได้โดยมิต้องคืนของหมั้นแก่ชาย”

มาตรา 1514 “การหย่านั้นจะทําได้แต่โดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายหรือโดยคําพิพากษาของศาล

การหย่าโดยความยินยอมต้องทําเป็นหนังสือและมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคน”

มาตรา 1515 “เมื่อได้จดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายนี้ การหย่าโดยความยินยอม จะสมบูรณ์ต่อเมื่อสามีและภริยาได้จดทะเบียนการหย่านั้นแล้ว”

วินิจฉัย

ตามอุทาหรณ์ การที่นางสมัยได้ทําหนังสือหย่ากับนายอํานวย แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนการหย่า ถือว่าการหย่ายังไม่สมบูรณ์ (มาตรา 1514 วรรคสอง ประกอบมาตรา 1515) การที่นายมานพได้ทําสัญญาหมั้น กับนางสมัยในขณะที่หญิงยังมีคู่สมรส การสมรสจึงตกเป็นโมฆะ ชายจะเรียกทรัพย์สินคืนไม่ได้ (คําพิพากษาฎีกา ที่ 1913/2505)

ดังนั้น นายมานพจะอ้างมาตรา 1442 ว่ามีเหตุสําคัญเกิดแก่หญิงคู่หมั้นเพื่อเรียกของหมั้นคืนไม่ได้

การที่นายมานพทําสัญญาหมั้นนางสาวอรสาด้วยเงิน 200,000 บาทนั้น ถือเป็นการหมั้นที่สมบูรณ์แล้วตามมาตรา 1437 วรรคแรก ส่วนเงินที่ยังไม่ได้ส่งมอบอีก 200,000 บาท ไม่ใช่ของหมั้น (คําพิพากษา ฎีกาที่ 1087/2492) และการที่นายมานพไม่ให้ของหมั้นอีกส่วนหนึ่งตามที่ได้ตกลงทําสัญญากันไว้นั้น นางสาวอรสาถือว่ามีเหตุสําคัญอันเกิดแก่ชายคู่หมั้น ทําให้หญิงไม่สมควรสมรสกับชายนั้นได้ตามมาตรา 1443 ดังนั้นนางสาวอรสา มีสิทธิบอกเลิกสัญญาหมั้นได้โดยไม่ต้องคืนของหมั้นตามมาตรา 1437 วรรคสอง ประกอบมาตรา 1443

สรุป

นายมานพจะอ้างมาตรา 1442 เพื่อเรียกของหมั้นคืนไม่ได้ ส่วนนางสาวอรสามีสิทธิอ้าง มาตรา 1443 เพื่อบอกเลิกสัญญาหมั้นได้โดยไม่ต้องคืนของหมั้น

Advertisement