LAW3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว 1/2560

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2560

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3003 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยครอบครัว

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 4 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. ในวันที่ 5 มกราคม นายเจริญทรัพย์ อายุ 25 ปี ได้ทําสัญญาหมั้น น.ส.อรุณี อายุ 16 ปี 9 เดือน โดยบิดามารดายินยอมด้วยแหวนเพชรและเงิน 200,000 บาท และตกลงจะทําการสมรสในวันที่ 5 กันยายน ต่อมาในเดือนสิงหาคม น.ส.อรุณีได้ทําสัญญารับหมั้นจากนายอุทัย อายุ 23 ปี ด้วยทอง 10 บาท โดยบิดามารดาของ น.ส.อรุณียินยอมด้วย นายเจริญทรัพย์จึงต้องการฟ้อง น.ส.อรุณีและบิดามารดา (คู่สัญญาหมั้น) ฐานผิดสัญญาหมั้นและ เรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1440 (1) ด้วย และกล่าวอ้างว่าการหมั้นของ น.ส.อรุณีกับนายอุทัย ไม่สมบูรณ์ เช่นนี้ท่านเห็นว่าอย่างไร เพราะเหตุใด จงอธิบาย

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1435 “การหมั้นจะทําได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุสิบเจ็ดปีบริบูรณ์แล้ว การหมั้นที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติวรรคหนึ่งเป็นโมฆะ”

มาตรา 1436 “ผู้เยาว์จะทําการหมั้นได้ต้องได้รับความยินยอมของบุคคลดังต่อไปนี้

(1) บิดาและมารดา ในกรณีที่มีทั้งบิดามารดา การหมั้นที่ผู้เยาว์ทําโดยปราศจากความยินยอมดังกล่าวเป็นโมฆียะ”

มาตรา 1437 วรรคหนึ่ง “การหมั้นจะสมบูรณ์เมื่อฝ่ายชายได้ส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินอันเป็น ของหมั้นให้แก่หญิงเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงนั้น”

มาตรา 1439 “เมื่อมีการหมั้นแล้ว ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญาหมั้นอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเรียกให้รับผิด ใช้ค่าทดแทน ในกรณีที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายผิดสัญญาหมั้นให้คืนของหมั้นแก่ฝ่ายชายด้วย”

มาตรา 1440 “ค่าทดแทนนั้นอาจเรียกได้ ดังต่อไปนี้

(1) ทดแทนความเสียหายต่อกายหรือชื่อเสียงแห่งชายหรือหญิงนั้น”

วินิจฉัย

ตามหลักกฎหมายในเรื่องการหมั้นนั้น ชายและหญิงจะหมั้นกันได้ทั้งสองฝ่ายจะต้องมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์แล้ว หากชายและหญิงทั้งสองฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอายุไม่ครบ 17 ปีบริบูรณ์ ย่อมมีผลทําให้ การหมั้นนั้นเป็นโมฆะ (ตามมาตรา 1435) กล่าวคือ จะมีผลเสมือนหนึ่งว่ามิได้มีการหมั้นเกิดขึ้นเลย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายเจริญทรัพย์อายุ 25 ปี ได้ทําสัญญาหมั้นกับ น.ส.อรุณี อายุ 16 ปี 9 เดือนนั้น แม้การหมั้นจะมีของหมั้นคือแหวนเพชรและเงิน 200,000 บาท และบิดามารดาของ น.ส.อรุณีจะได้ ยินยอมด้วยก็ตาม แต่เมื่อปรากฏว่า น.ส.อรุณีมีอายุยังไม่ครบ 17 ปีบริบูรณ์ การหมั้นดังกล่าวจึงเป็นการฝ่าฝืน บทบัญญัติมาตรา 1435 วรรคหนึ่ง และจะมีผลเป็นโมฆะตามมาตรา 1435 วรรคสอง จึงถือเสมือนว่ามิได้มีการหมั้น เกิดขึ้นเลย ดังนั้น การที่นายเจริญทรัพย์ต้องการฟ้อง น.ส.อรุณีและบิดามารดา (คู่สัญญาหมั้น) ฐานผิดสัญญาหมั้น

และเรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1440 (1) ด้วยนั้น จึงไม่สามารถทําได้ เพราะกรณีที่จะถือว่ามีการผิดสัญญาหมั้น ทําให้คู่หมั้นอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเรียกให้รับผิดใช้ค่าทดแทนตามมาตรา 1439 ได้นั้น จะต้องเป็นกรณีที่ได้มีการหมั้น กันแล้วเท่านั้น

และต่อมาในเดือนสิงหาคม (7 เดือนต่อมา) น.ส.อรุณีมีอายุเกิน 17 ปีแล้ว ได้ทําสัญญาหมั้น กับนายอุทัยอายุ 23 ปี ด้วยทอง 10 บาท โดยบิดามารดาของ น.ส.อรุณียินยอมด้วยนั้น ย่อมเป็นการหมั้นที่ สมบูรณ์ตามมาตรา 1435 มาตรา 1436 และมาตรา 1437 วรรคหนึ่ง ดังนั้น การที่นายเจริญทรัพย์กล่าวอ้างว่า การหมั้นของ น.ส.อรุณีกับนายอุทัยไม่สมบูรณ์นั้นจึงไม่ถูกต้อง

สรุป

นายเจริญทรัพย์จะฟ้อง น.ส.อรุณีและบิดามารดาของ น.ส.อรุณีฐานผิดสัญญาหมั้นไม่ได้ และจะกล่าวอ้างว่าการหมั้นของ น.ส.อรุณีกับนายอุทัยไม่สมบูรณ์ก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน

Advertisement