LAW3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน S/2560

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2560

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน บริษัทฯ

คําแนะนํา

ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

Advertisement

ข้อ 1. เมื่อต้นปี พ.ศ. 2561 กิจการค้าขายเครื่องมือขุดเจาะน้ำมันโดยนายโตเป็นผู้ประกอบการ กิจการฯก่อหนี้ค่าโฆษณาค้างชําระนายฟาดีจํานวน 100 ล้านบาท ต่อมากิจการฯ ได้ว่าจ้างนางใจงาม เป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดมีลูกน้องใต้บังคับบัญชา 100 คน นางใจงามใช้ความรู้ความสามารถ ของตนเพิ่มยอดสั่งซื้อสินค้าให้แก่กิจการฯ ปีละมากกว่า 1,000 ล้านบาท นายโตจึงทําข้อตกลง “แบ่งกําไร” ให้แก่นางใจงาม 40 เปอร์เซ็นต์ของกําไรของกิจการฯ ทุก ๆ ปี เพื่อตอบแทนความเพียร ของนางใจงาม ต่อมากลางปี พ.ศ. 2561 กิจการฯ ก่อหนี้ค่าขนส่งค้างชําระนายโทนี่อีกจํานวน 200 ล้านบาท และต่อมาปลายปี พ.ศ. 2561 นางใจงามได้ตกลงกันร่วมลงทุนกับนายโปโปเพื่อดําเนินกิจการ ค้าขายเครื่องมือขุดเจาะน้ำมันเป็นกิจการฯ ใหม่แข่งขันกับกิจการฯ เดิม เพื่อหากําไรแบ่งปันกัน ระหว่างนางใจงามกับนายโปโป เมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2561 กิจการฯ ใหม่ มีกําไร 1,000 ล้านบาท และ กิจการใหม่ก่อหนี้ค่าเช่าสถานที่ค้างชําระนายฟาดีจํานวน 300 ล้านบาท ให้ท่านวินิจฉัยประเด็นปัญหาข้อกฎหมายดังต่อไปนี้ พร้อมทั้งแสดงเหตุผลและหลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ประกอบการวินิจฉัย

(ก) นายฟาดี และนายโทนี่ มีสิทธิบังคับชําระหนี้ทั้งสามรายการต่อบุคคลใด เพราะเหตุใด

(ข) นางใจงาม จะต้องรับผิดต่อกิจการฯ เพิ่ม หรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1012 “อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคน ขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทํากิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกําไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทํานั้น”

มาตรา 1025 “อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคน ต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจํากัด”

มาตรา 1038 “ห้ามมิให้ผู้เป็นหุ้นส่วนประกอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งมีสภาพดุจเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของห้างหุ้นส่วนนั้น ไม่ว่าทําเพื่อประโยชน์ตนหรือประโยชน์ผู้อื่น โดยมิได้รับความ ยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่น ๆ

ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดทําการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรานี้ไซร้ ผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่น ๆ ชอบที่จะเรียกเอาผลกําไรซึ่งผู้นั้นหาได้ทั้งหมด หรือเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อการที่ห้างหุ้นส่วนได้รับความเสียหาย เพราะเหตุนั้น แต่ท่านห้ามมิให้ฟ้องเรียกเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่วันทําการฝ่าฝืน”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

(ก) การที่นายโตเป็นผู้ประกอบการกิจการค้าขายเครื่องมือขุดเจาะน้ำมัน ได้ว่าจ้างนางใจงาม เป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดโดยมีลูกน้องใต้บังคับบัญชา 100 คนนั้น ถือเป็นเพียงสัญญาจ้างแรงงานเท่านั้น โดยนายโตอยู่ในฐานะนายจ้าง ส่วนนางใจงามอยู่ในฐานะลูกจ้าง แม้นางใจงามได้ใช้ความรู้ความสามารถของตน เพิ่มยอดสั่งซื้อสินค้าปีละมากกว่า 1,000 ล้านบาท และนายโตได้ทําข้อตกลงแบ่งกําไรให้แก่นางใจงาม 40 เปอร์เซ็นต์ ของกําไรของกิจการฯ ทุก ๆ ปีก็ตาม ก็ไม่ทําให้นายโตกับนางใจงามเป็นหุ้นส่วนกันตามนัยของมาตรา 1012 เหตุผลเพราะแม้ว่านางใจงามจะได้รับส่วนแบ่งกําไรจากกิจการฯ แต่นางใจงามก็ไม่มีสิทธิไม่มีส่วนร่วมในการจัด กิจการงานนั้นแต่อย่างใด

เมื่อนางใจงามมิใช่หุ้นส่วนกับนายโต ดังนั้นการที่กิจการฯ ของนายโตเป็นหนี้ค้างชําระ นายฟาดีจํานวน 100 ล้านบาท และเป็นหนี้ค้างชําระนายโทนี่อีกจํานวน 200 ล้านบาท นายฟาดีและนายโทนี่ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ จึงต้องฟ้องบังคับชําระหนี้เอาจากนายโตเท่านั้น จะฟ้องบังคับชําระหนี้เอาจากนางใจงามไม่ได้

ส่วนการที่นางใจงามได้ตกลงกันร่วมลงทุนกับนายโปโปโดยดําเนินกิจการค้าขาย เครื่องมือขุดเจาะน้ำมันเป็นกิจการใหม่ เพื่อหากําไรแบ่งปันกันระหว่างนางใจงามกับนายโปโปนั้น ถือว่าข้อตกลง ระหว่างนางใจงามกับนายโปโปเป็นสัญญาเข้าหุ้นส่วนกันแล้วตามนัยของมาตรา 1012 ดังนั้นเมื่อกิจการ ดังกล่าวเป็นหนี้ค้างชําระนายฟาดีจํานวน 300 ล้านบาท หนี้รายนี้นายฟาดีจึงสามารถฟ้องบังคับชําระหนี้เอาจาก นางใจงามและนายโปโปได้ตามมาตรา 1912 ประกอบมาตรา 1025 ที่ว่า ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจะต้องรับผิดร่วมกัน เพื่อหนี้ทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จํากัดจํานวน

(ข) การที่นางใจงามได้ตกลงเข้าไปเป็นหุ้นส่วนกับนายโปโปดําเนินกิจการค้าขายเครื่องมือ ขุดเจาะน้ำมันเป็นกิจการใหม่นั้น แม้เป็นกิจการที่มีสภาพเป็นอย่างเดียวกันกับกิจการของนายโตก็ตาม เมื่อข้อเท็จจริง ปรากฏว่านางใจงามมิได้เป็นหุ้นส่วนกับนายโต การกระทําดังกล่าวของนางใจงามจึงมิใช่เป็นการกระทําที่ฝ่าฝืน ต่อบทบัญญัติมาตรา 1038 แต่อย่างใด ดังนั้นนางใจงามจึงไม่ต้องรับผิดต่อกิจการฯ เดิม

สรุป

(ก) นายฟาดีมีอํานาจฟ้องบังคับชําระหนี้จํานวน 100 ล้านบาท จากนายโตได้ส่วนหนี้รายหลังจํานวน 300 ล้านบาท นายฟาดีมีอํานาจฟ้องบังคับชําระหนี้ เอาจากนางใจงามและนายโปโปได้ นายโทนี่มีอํานาจฟ้องบังคับชําระหนี้จํานวน 200 ล้านบาท จากนายโตได้แต่จะฟ้องบังคับเอาจากนางใจงามไม่ได้

(ข) นางใจงามไม่ต้องรับผิดต่อกิจการฯ เดิม

Advertisement