LAW3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน 2/2560

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2560

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน บริษัทฯ

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. เอกและโทออกเงินคนละหนึ่งล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินที่เจ้าของที่ดินประกาศขายในราคาสองล้านบาทพร้อมค่าโอนและค่าธรรมเนียมเจ้าของที่ดินเป็นผู้ออก โดยเอกกับโทตั้งใจว่าจะซื้อเก็บไว้ขาย เมื่อราคาที่ดินสูงขึ้นในอนาคต และเมื่อขายได้แล้วจะแบ่งเงินกันคนละครึ่ง โดยมิได้คิดจะทําอะไร บนที่ดินที่ซื้อนี้ ในวันทําสัญญาซื้อขายที่ดิน เอกได้ไปคนเดียวโดยนําเงินสดของโทหนึ่งล้านบาท มอบให้แก่เจ้าของที่ดิน พร้อมเช็คลงลายมือชื่อเอกสั่งจ่ายเงินจํานวนหนึ่งล้านบาทให้เจ้าของที่ดิน เมื่อมีการทําหนังสือและจดทะเบียนการโอนต่อเจ้าพนักงานที่ดินเรียบร้อยแล้ว ผู้ขายที่ดินจึงนําเช็ค ไปที่ธนาคารเพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน เนื่องจากในบัญชีของเอกมีเงิน ไม่พอจ่าย ผู้ขายที่ดินจึงทวงถามให้เอกชําระค่าที่ดินอีกหนึ่งล้านบาท แต่เอกไม่มีเงินจ่าย เจ้าของที่ดินจึงมาปรึกษากับนักศึกษาว่า ในกรณีดังกล่าวข้างต้นเจ้าของที่ดินจะฟ้องโทให้รับผิดในเงิน ค่าที่ดินที่ค้างชําระได้หรือไม่ โดยอ้างว่าทั้งสองเข้าหุ้นส่วนกันเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ดังนี้ ให้นักศึกษาวินิจฉัยว่า กรณีดังกล่าวโทจะต้องรับผิดกับเอกหรือไม่ เพราะเหตุใด

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1012 “อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคน ขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทํากิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกําไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทํานั้น”

มาตรา 1025 “อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคน ต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจํากัด”

วินิจฉัย

กรณีที่จะถือว่าเป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนตามมาตรา 1012 นั้น จะต้องประกอบด้วย หลักเกณฑ์ที่สําคัญ ดังนี้คือ

1 จะต้องมีบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป

2 จะต้องมีการตกลงเข้าทุนกัน

3 จะต้องมีการกระทํากิจการร่วมกัน

4 จะต้องมีความประสงค์ที่จะแบ่งปันกําไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทํานั้น

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่เจ้าของที่ดินจะฟ้องโทให้รับผิดในเงินค่าที่ดินที่ค้างชําระโดยอ้างว่า เอกและโทได้เข้าเป็นหุ้นส่วนกันเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนนั้น เจ้าของที่ดินย่อมไม่มีสิทธิฟ้องโท เพราะการที่เอกและโทได้ออกเงินคนละหนึ่งล้านบาทเพื่อซื้อที่ดินเก็บไว้ขาย และเมื่อขายได้แล้วจะแบ่งเงินกันคนละครึ่งนั้น แม้จะเป็นกรณีที่มีบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปและได้มีการตกลงเข้าทุนกันแล้วก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ทั้งสองไม่ได้คิดที่จะทําอะไรบนที่ดินแปลงดังกล่าวเลย จึงไม่ถือว่าทั้งสองได้ลงทุนเพื่อทํากิจการร่วมกัน จึงไม่เข้า องค์ประกอบของการเป็นห้างหุ้นส่วนตามมาตรา 1012 ดังนั้น เอกและโทจึงมิได้เป็นหุ้นส่วนกัน

และเมื่อไม่เป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนตามมาตรา 1012 จึงไม่เข้าลักษณะของการเป็น ห้างหุ้นส่วนสามัญที่จะทําให้เอกและโทจะต้องร่วมกันรับผิดเพื่อหนี้ของหุ้นส่วนโดยไม่มีจํากัดตามมาตรา 1025 โทจึงไม่ต้องรับผิดในค่าที่ดินที่ยังมิได้ชําระ ดังนั้น เจ้าของที่ดินจึงฟ้องโทโดยอ้างว่าโทเป็นหุ้นส่วนกับเอกไม่ได้

สรุป กรณีดังกล่าว โทไม่ต้องร่วมรับผิดกับเอก

 

Advertisement