LAW3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน S/2555

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2555

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 3002 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหุ้นส่วน บริษัทฯ

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. เอก โท และตรี ตกลงเข้าหุ้นส่วนกันโดยลงหุ้นกันคนละ 1 ล้านบาท จัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (จดทะเบียน) มีเอกเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนนี้มีวัตถุประสงค์ค้าขายวัสดุก่อสร้าง ดําเนินกิจการมาได้สองปีเศษก็ขาดเงินสดหมุนเวียน เอกจึงได้ไปกู้ยืมเงินจากธนาคารมาสองล้านบาท เพื่อนํามาเป็นทุนหมุนเวียนในห้างฯ ต่อมาตรีได้โอนหุ้นของตนทั้งหมดให้จัตวา และได้จดทะเบียน ออกจากห้างหุ้นส่วนไปโดยจดทะเบียนให้จัตวาเข้ามาเป็นหุ้นส่วนแทน ซึ่งเอกและโทก็ไม่ขัดข้อง ตรีได้ออกมาจากห้างฯ เป็นเวลาสามปีกว่าแล้ว หนี้เงินกู้ที่ธนาคารเป็นเจ้าหนี้ก็ได้ถึงกําหนดชําระ แต่ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลไม่มีเงินชําระหนี้ ดังนี้ ธนาคารจะฟ้องเอก, โท ตรี และจัตวา ให้รับผิด ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1050 “การใด ๆ อันผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งได้จัดทําไปในทางที่เป็นธรรมดา การค้าขายของห้างหุ้นส่วนนั้น ท่านว่าผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนย่อมมีความผูกพันในการนั้น ๆ ด้วย และจะต้องรับผิด ร่วมกันโดยไม่จํากัดจํานวนในการชําระหนี้ อันได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะจัดการไปเช่นนั้น”

มาตรา 1051 “ผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งออกจากหุ้นส่วนไปแล้วยังคงต้องรับผิดในหนี้ซึ่งห้างหุ้นส่วน ได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนได้ออกจากหุ้นส่วนไป”

มาตรา 1052 “บุคคลผู้เข้าเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนย่อมต้องรับผิดในหนี้ใด ๆ ซึ่งห้างหุ้นส่วน ได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนด้วย”

มาตรา 1068 “ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน อันเกี่ยวแก่หนี้ซึ่ง ห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนออกจากหุ้นส่วนนั้น ย่อมมีจํากัดเพียงสองปีนับแต่เมื่อออกจากหุ้นส่วน”

วินิจฉัย

ตามบทบัญญัติมาตรา 1050 ได้บัญญัติไว้ว่า ในกรณีของห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น ผู้เป็นหุ้นส่วน ทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดในบรรดาหนี้สินที่ผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งได้ก่อให้เกิดขึ้นเนื่องจากการที่ได้จัดทําไป ในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จํากัดจํานวน และนอกจากนั้นผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งได้ออกจาก หุ้นส่วนไปแล้ว ก็ยังคงต้องรับผิดในหนี้ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้นก่อนที่ตนได้ออกจากหุ้นส่วนไปด้วยตาม มาตรา 1051 และบุคคลผู้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนใหม่ในห้างหุ้นส่วนย่อมต้องรับผิดในหนี้ ซึ่งห้างหุ้นส่วนได้ก่อให้เกิดขึ้น ก่อนที่ตนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนด้วยตามมาตรา 1052

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่เอกได้ไปกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อนํามาเป็นทุนหมุนเวียนในห้างฯ นั้น ถือว่าเป็นกรณีที่เอกได้จัดทําไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของห้างหุ้นส่วน ดังนั้น ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจึงต้อง ร่วมกันรับผิดในหนี้รายนี้ตามมาตรา 1050

สําหรับตรีนั้น แม้จะได้โอนหุ้นของตนทั้งหมดให้จัตวาและได้จดทะเบียนออกจากห้างหุ้นส่วนไป โดยหลักแล้วก็จะต้องรับผิดในหนี้เงินกู้รายนี้ เพราะเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนที่ตรีจะได้ออกจากการเป็นหุ้นส่วนตามมาตรา 1051 แต่เมื่อห้างหุ้นส่วนดังกล่าวเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (จดทะเบียน) และตรีได้ออกจากการเป็น หุ้นส่วนไปเป็นเวลาสามปีกว่าคือเกินสองปีแล้ว ดังนั้นตรีจึงไม่ต้องรับผิดในหนี้เงินกู้รายนี้อีกต่อไปตามมาตรา 1068

ส่วนจัตวานั้น เมื่อได้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนแทนตรี จึงมีผลตามมาตรา 1052 คือ จัตวาจะต้องรับผิด ในหนี้เงินกู้รายนี้ที่เกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนด้วย ดังนั้นเมื่อหนี้เงินกู้รายนี้ได้ถึงกําหนดชําระ แต่ห้างฯ ไม่มีเงินชําระหนี้ ธนาคารซึ่งเป็นเจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิฟ้องให้เอก โท และจัตวา รับผิดในหนี้เงินกู้รายนี้ได้ แต่จะฟ้อง ให้ตรีรับผิดไม่ได้

สรุป ธนาคารสามารถฟ้องเอก โท และจัตวา ให้รับผิดได้ แต่จะฟ้องให้ตรีรับผิดไม่ได้

Advertisement