LAW 2013 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2552

Advertisement

การสอบไล่ภาค  1  ปีการศึกษา  2552

ข้อสอบกระบวนวิชา  LAW 2013

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด

คำแนะนำ  ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วนมี  3  ข้อ

Advertisement

ข้อ  1

ก  การรับอาวัลตั๋วแลกเงินนั้นเกิดขึ้นได้ในกรณีนี้ใดบ้าง  ให้อธิบายโดยอ้างอิงหลักกฎหมาย

ข  ตั๋วแลกเงินฉบับหนึ่งมีบัวแดงเป็นผู้สั่งจ่าย  โดยโคกสำโรงเป็นผู้จ่ายและมีการระบุชื่อบัวขาวเป็นผู้รับเงิน  แต่บัวแดงผู้สั่งจ่ายมิได้ขีดฆ่าคำว่า  “หรือผู้ถือ”  ออก  บัวขาวส่งมอบตั๋วแลกเงินให้แก่บัวทองเพื่อชำระหนี้  ต่อมาบัวทองสลักหลังและส่งมอบตั๋วแลกเงินฉบับนี้เพื่อชำระหนี้บัวหลวง  ครั้นตั๋วแลกเงินถึงกำหนดบัวหลวงได้นำตั๋วแลกเงินไปให้โคกสำโรงผู้จ่ายจ่ายเงิน  แต่โคกสำโรงปฏิเสธการจ่ายเงิน  บัวหลวงได้ดำเนินการจัดทำคำคัดค้านอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว  ดังนี้  บัวหลวงจะฟ้องบัวทองให้รับผิดตามกฎหมายตั๋วเงินได้หรือไม่  ฐานะใด

ธงคำตอบ

ก  อธิบาย

กฎหมายได้บัญญัติให้มีการรับอาวัลได้  2  กรณี  ได้แก่  การรับอาวัลตามแบบ  และการรับอาวัลโดยผลของกฎหมาย

1       การรับอาวัลตามแบบหรือโดยการแสดงเจตนา  คือ  ทำได้โดย

การเขียนข้อความลงบนตั๋วเงินหรือใบประจำต่อว่า  “ใช้ได้เป็นอาวัล”  หรือสำนวนอื่นใดที่มีความหมายทำนองเดียวกันนั้น  เช่น  “เป็นอาวัลประกันผู้สั่งจ่าย”  และลงลายมือชื่อของผู้รับอาวัล  ซึ่งการอาวัลในกรณีนี้จะทำที่ด้านหน้าหรือด้านหลังตั๋วเงินก็ได้ มาตรา  939  วรรคแรก  วรรคสอง  และวรรคสี่

โดยการที่ผู้รับอาวัลลงลายมือชื่อที่ด้านหน้าตั๋วโดยไม่ต้องเขียนข้อความก็ถือว่าเป็นการอาวัลแล้ว  แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช่ลายมือชื่อผู้จ่ายหรือผู้สั่งจ่าย  (มาตรา  939  วรรคสาม)

อนึ่ง  เมื่อมีการรับอาวัลตามแบบใดแบบหนึ่งดังกล่าวข้างต้น  กรณีย่อมเป็นผลให้ผู้รับอาวัลต้องรับผิดเช่นเดียวกับบุคคลที่ตนประกัน  (มาตรา  900  วรรคแรกประกอบมาตรา  940  วรรคแรก)

2       อาวัลโดยผลของกฎหมาย  คือ  ถ้ามีการสลักหลังโอนตั๋วเงินผู้ถือเมื่อใด  กฎหมายได้บัญญัติให้บุคคลที่เข้ามาสลักหลังนั้นเป็นการอาวัลผู้สั่งจ่าย  จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกันกับผู้สั่งจ่าย  มาตรา  921  และมาตรา  940  วรรคแรก

ข  หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา  900  วรรคแรก  บุคคลผู้ลงลายมือชื่อของตนในตั๋วเงินย่อมจะต้องรับผิดตามเนื้อความในตั๋วเงินนั้น

มาตรา  914  บุคคลผู้สั่งจ่ายหรือสลักหลังตั๋วแลกเงินย่อมเป็นอันสัญญาว่า  เมื่อตั๋วนั้นได้นำมายื่นโดยชอบแล้วจะมีผู้รับรองและใช้เงินตามเนื้อความแห่งตั๋ว  ถ้าและตั๋วแลกเงินนั้นเขาไม่เชื่อถือโดยไม่ยอมรับรองก็ดี  หรือไม่ยอมจ่ายเงินก็ดี  ผู้สั่งจ่ายหรือผู้สลักหลังก็จะใช้เงินแก่ผู้ทรง  หรือแก่ผู้สลักหลังคนหลังซึ่งต้องถูกบังคับให้ใช้เงินตามตั๋วนั้น  ถ้าหากว่าได้ทำถูกต้องตามวิธีการในข้อไม่รับรองหรือไม่จ่ายเงินนั้นแล้ว

มาตรา  921  การสลักหลังตั๋วแลกเงินซึ่งสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือนั้นย่อมเป็นเพียงประกัน  (อาวัล)  สำหรับผู้สั่งจ่าย

มาตรา  940 วรรคแรก   ผู้รับอาวัลย่อมต้องผูกพันเป็นอย่างเดียวกันกับบุคคลซึ่งตนประกัน

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์  การที่บัวแดงสั่งจ่ายตั๋วแลกเงินสั่งให้โคกสำโรงจ่ายเงินให้แก่บัวขาวระบุชื่อบัวขาวเป็นผู้รับเงิน  แต่มิได้ขีดฆ่าคำว่า  “หรือผู้ถือ”  ในตั๋วแลกเงินนั้นออก  ตั๋วแลกเงินฉบับดังกล่าวจึงเป็นตั๋วแลกเงินที่สั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือซึ่งจะโอนให้กันด้วยการส่งมอบก็ชอบด้วยกฎหมาย  ไม่จำต้องสลักหลังแต่อย่างใด  ตามมาตรา  909(6)

อนึ่งตั๋วแลกเงินที่ออกให้ใช้เงินกับผู้ถือนั้น  ถ้ามีการสลักหลังเช็คแล้วมอบให้กับผู้รับโอนไป  ผู้ที่ทำการสลักหลังนั้นจะมีฐานะเป็นผู้รับอาวัล  (ประกัน)  ผู้สั่งจ่าย  การที่บัวทองได้สลักหลังและส่งมอบตั๋วแลกเงินฉบับนี้เพื่อชำระหนี้บัวหลวง  บัวทองจึงมีฐานะเป็นผู้รับอาวัล  (ประกัน)  บัวแดงผู้สั่งจ่ายตามมาตรา  921  ดังนั้นเมื่อบัวหลวงได้นำตั๋วแลกเงินนั้นไปให้โคกสำโรงผู้จ่ายใช้เงินให้กับตน  แต่โคกสำโรงปฏิเสธการใช้เงิน  และบัวหลวงได้ทำคำคัดค้านโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วตามมาตรา  914  ดังนี้บัวหลวงจึงมีสิทธิฟ้องไล่เบี้ยเอากับบัวแดงผู้สั่งจ่าย  บัวทองผู้รับอาวัลบัวแดงผู้สั่งจ่ายตามมาตรา  921  ประกอบมาตรา  940  วรรคแรก  ส่วนบัวขาวผู้ที่โอนตั๋วแลกเงินด้วยการส่งมอบให้แก่บัวทองไม่ต้องรับผิด  เพราะไม่ได้ลงลายมือชื่อในตั๋วแลกเงิน  ทั้งนี้ตามมาตรา  900  วรรคแรก

สรุป  บัวหลวงสามารถฟ้องบัวทองให้รับผิดตามกฎหมายตั๋วเงินได้ในฐานะผู้รับอาวัลบัวแดงผู้สั่งจ่าย

Advertisement