LAW2013 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด 2/2556

Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2556

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2013 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตั๋วเงิน บัญชีเดินสะพัด

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1 (ก) การอาวัลตั๋วแลกเงินนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง

Advertisement

(ข) จันทร์ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายตั๋วแลกเงินสั่งให้บุญมีจ่ายเงินจํานวน 500,000 บาท ระบุชื่อทองไทยเป็นผู้รับเงินและมิได้ขีดฆ่าคําว่า “หรือผู้ถือ” ออก เพื่อเป็นการมัดจําในการสั่งซื้อสินค้า ทองไทย สลักหลังขายลดตั๋วแลกเงินโดยระบุชื่อพุธเป็นผู้รับโอนและซื้อลดตั๋วแลกเงินนั้น ต่อมาพุธได้ ส่งมอบตั๋วแลกเงินนั้นชําระหนี้เงินกู้ให้แก่พฤหัส ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าทองไทยจะต้องรับผิดต่อ พฤหัสผู้ทรงตามกฎหมายตัวเงินหรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

(ก) อธิบาย

การอาวัลตั๋วแลกเงิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะตั๋วเงินนั้นเกิดขึ้นได้ 2 กรณี ได้แก่ การอาวัลตามแบบหรือโดยการแสดงเจตนา และการอาวัลโดยผลของกฎหมาย

1 การอาวัลตามแบบหรือโดยการแสดงเจตนา ทําได้โดย

1.1 ผู้รับอาวัลเขียนข้อความลงบนตั๋วแลกเงินหรือใบประจําต่อว่า “ใช้ได้เป็นอาวัล” หรือสํานวนอื่นใดที่มีความหมายทํานองเดียวกันนั้น เช่น “เป็นอาวัลประกันผู้สั่งจ่าย” และลงลายมือชื่อของผู้รับอาวัล ซึ่งการอาวัลในกรณีนี้จะทําที่ด้านหน้าหรือด้านหลังตั๋วแลกเงินก็ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 939 วรรคแรก วรรคสอง และ วรรคสี่)

1.2 ผู้รับอาวัลลงแต่ลายมือชื่อไว้ที่ด้านหน้าตั๋วแลกเงินนั้น โดยไม่ต้องเขียนข้อความ ใด ๆ ไว้ก็ให้ถือว่าเป็นการอาวัลแล้ว แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช่ลายมือชื่อของผู้จ่ายหรือผู้สั่งจ่าย (มาตรา 939 วรรคสาม)

2 การอาวัลโดยผลของกฎหมาย เกิดขึ้นได้ในกรณีที่มีการสลักหลังโอนตั๋วแลกเงินชนิด สั่งจ่ายแก่ผู้ถือ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 921 ได้บัญญัติให้บุคคลที่เข้ามาสลักหลังนั้นเป็นการอาวัลผู้สั่งจ่ายและ ต้องรับผิดเช่นเดียวกันกับผู้สั่งจ่าย

(ข) หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 900 วรรคแรก “บุคคลผู้ลงลายมือชื่อของตนในตั๋วเงินย่อมจะต้องรับผิดตามเนื้อความ ในตั๋วเงินนั้น”

มาตรา 914 “บุคคลผู้สั่งจ่ายหรือสลักหลังตั๋วแลกเงินย่อมเป็นอันสัญญาว่า เมื่อตั๋วนั้นได้นํายืน โดยชอบแล้วจะมีผู้รับรองและใช้เงินตามเนื้อความแห่งตั๋ว ถ้าและตั๋วแลกเงินนั้นเขาไม่เชื่อถือโดยไม่ยอมรับรองก็ดี หรือไม่ยอมจ่ายเงินก็ดี ผู้สั่งจ่ายหรือผู้สลักหลังก็จะใช้เงินแก่ผู้ทรง หรือแก่ผู้สลักหลังคนหลังซึ่งต้องถูกบังคับให้ใช้ เงินตามตั๋วนั้น ถ้าหากว่าได้ทําถูกต้องตามวิธีการในข้อไม่รับรองหรือไม่จ่ายเงินนั้นแล้ว”

มาตรา 918 “ตั๋วแลกเงินอันสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือนั้น ท่านว่าย่อมโอนไปเพียงด้วยส่งมอบให้กัน”

มาตรา 921 “การสลักหลังตั๋วแลกเงินซึ่งสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือนั้นย่อมเป็นเพียงประกัน (อาวัล) สําหรับผู้สั่งจ่าย”

มาตรา 940 วรรคแรก “ผู้รับอาวัลย่อมต้องผูกพันเป็นอย่างเดียวกันกับบุคคลซึ่งตนประกัน”

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่จันทร์ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายตั๋วแลกเงินสั่งให้บุญมีจ่ายเงินจํานวน 500,000 บาท ให้แก่ทองไทยโดยมิได้ขีดฆ่าคําว่า “หรือผู้ถือ” ออก ตั๋วแลกเงินฉบับดังกล่าวถือเป็นตั๋วแลกเงินชนิด สั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ ดังนั้น ถ้าทองไทยจะโอนตั๋วแลกเงินฉบับนี้ขายลดให้แก่พุธ ทองไทยย่อมสามารถโอนได้โดย การส่งมอบตั๋วให้แก่พุธได้เลยโดยไม่ต้องลงลายมือชื่อสลักหลังตัวแต่อย่างใด (ตามมาตรา 918)

แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ทองไทยได้สลักหลังโอนตั่วให้แก่พุธ แม้ว่าทองไทยจะมีเจตนา สลักหลังตั๋วก็ตาม แต่ตามกฎหมายให้ถือว่า การสลักหลังตั๋วของทองไทยนั้น เป็นเพียงการประกันหรือรับอาวัล ผู้สั่งจ่ายคือจันทร์ (ตามมาตรา 921) ซึ่งมีผลทําให้ทองไทยจะต้องรับผิดตามตั๋วแลกเงินนั้น เช่นเดียวกับจันทร์ โดยต้องรับผิดในฐานะผู้รับอาวัลจันทร์ผู้สั่งจ่ายตามมาตรา 900 วรรคแรก มาตรา 914 ประกอบมาตรา 921 และมาตรา 940 วรรคแรก ดังนั้น เมื่อพุธได้ส่งมอบตั๋วแลกเงินนั้นชําระหนี้เงินกู้ให้แก่พฤหัส ทองไทยจึงต้องรับผิดต่อ พฤหัสผู้ทรงตามกฎหมายตั๋วเงินดังกล่าว

สรุป

ทองไทยต้องรับผิดต่อพฤหัสผู้ทรงตามกฎหมายตั๋วเงินในฐานะผู้รับอาวัลผู้สั่งจ่าย

 

Advertisement