Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2560

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2012 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยประกันภัย

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1 นายเก่งเช่าซื้อรถยนต์จากบริษัท มอเตอร์อิมแพค จํากัด โดยตกลงจะชําระราคาค่าเช่าซื้อเป็น 60 งวด หลังจากทําสัญญาเช่าซื้อเสร็จนายเก่งกลัวว่ารถยนต์ของตนจะสูญหายเพราะบ้านของตนเอง ไม่มีที่จอดรถจะต้องจอดไว้ที่ถนนหน้าบ้าน ทั้งในบริเวณนั้นเกิดการโจรกรรมรถยนต์ขึ้นบ่อย นายเก่งจึงได้ติดต่อไปที่นายเกมส์ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัท มานะประกันภัย ในการจัดหาและ ชักชวนให้ผู้อื่นมาทําสัญญาประกัน (แต่ไม่ได้รับมอบอํานาจในการพิจารณารับทําสัญญาประกันภัย) เพื่อขอทําประกันภัยประเภทที่ 1 คุ้มครองทุกอย่างรวมถึงการโจรกรรมรถยนต์ด้วย ในขณะทํา สัญญาประกันภัย นายเก่งได้แถลงลงในใบขอเอาประกันว่ารถยนต์ของตนนั้นจอดอยู่ในบ้านและ ในบริเวณนั้นไม่เคยมีการโจรกรรมรถยนต์เกิดขึ้น ซึ่งนายเกมส์ได้รู้ว่าข้อความที่นายเก่งแถลงเป็น ความเท็จแต่ก็นําใบขอเอาประกันของนายเก่งไปเสนอต่อบริษัท มานะประกันภัย รับทําสัญญาประกัน ตามใบเสนอขอเอาประกันดังกล่าวโดยมีอายุการคุ้มครองตามสัญญา 5 ปี ในระหว่างอายุความคุ้มครอง ของสัญญารถยนต์ของนายเก่งซึ่งได้ชําระค่าเช่าซื้อไป 40 งวดแล้วเกิดสูญหายจากการลักขโมย นายเก่งจึงแจ้งไปยังบริษัท มานะประกันภัย เพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนในกรณีรถยนต์ถูกโจรกรรม ซึ่งอยู่ในเงื่อนไขการคุ้มครองของสัญญา บริษัท มานะประกันภัย ปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ดังกล่าวโดยอ้างว่านายเก่งยังชําระค่าเช่าซื้อไม่ครบ กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ยังเป็นของบริษัท มอเตอร์ อิมแพค นายเก่งไม่มีส่วนได้เสียในสัญญาประกันภัยประการหนึ่ง และการที่นายเก่งแจ้งข้อความ อันเป็นเท็จว่ารถยนต์ของตนนั้นจอดอยู่ในบ้านและในบริเวณนั้นไม่เคยมีการโจรกรรมรถยนต์เกิดขึ้น จึงทําให้สัญญาตกเป็นโมฆยะอีกประการหนึ่ง ข้ออ้างในการปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนของบริษัท มานะประกันภัย ทั้งสองประการนี้ ฟังขึ้นหรือไม่ และบริษัท มานะประกันภัย จะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายเก่งหรือไม่ จงอธิบายพร้อมยกหลักกฎหมายประกอบ

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 863 “อันสัญญาประกันภัยนั้น ถ้าผู้เอาประกันภัยมิได้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัย ไว้นั้นไซร้ ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันคู่สัญญาแต่อย่างหนึ่งอย่างใด”

มาตรา 865 “ถ้าในเวลาทําสัญญาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยก็ดีหรือในกรณีประกันชีวิต บุคคลอันการใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของเขานั้นก็ดี รู้อยู่แล้วละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริง ซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีกหรือให้บอกปัดไม่ยอมทําสัญญา หรือว่ารู้อยู่แล้ว แถลงข้อความนั้นเป็นความเท็จไซร้ ท่านว่าสัญญานั้นเป็นโมฆียะ

ถ้ามิได้ใช้สิทธิบอกล้างภายในกําหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันที่ผู้รับประกันภัยทราบมูลอันจะ บอกล้างได้ก็ดี หรือมิได้ใช้สิทธินั้นภายในกําหนดห้าปีนับแต่วันทําสัญญาก็ดี ท่านว่าสิทธินั้นเป็นอันระงับสิ้นไป”

มาตรา 866 “ถ้าผู้รับประกันภัยได้รู้ข้อความจริงดังกล่าวในมาตรา 865 นั้นก็ดี หรือรู้ว่า ข้อแถลงความเป็นความเท็จก็ดี หรือควรจะได้รู้เช่นนั้นหากใช้ความระมัดระวังดังจะพึงคาดหมายได้แต่วิญญชนก็ดี ท่านให้ฟังว่าสัญญานั้นเป็นอันสมบูรณ์”

วินิจฉัย

ตามกฎหมาย ในขณะทําสัญญาประกันภัยผู้เอาประกันภัยจะต้องมีส่วนได้เสียในเหตุที่เอา ประกันภัย มิเช่นนั้นสัญญาประกันภัยจะไม่ผูกพันคู่สัญญาฝ่ายที่เป็นผู้รับประกันภัยให้ต้องรับผิดในการจ่าย ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย (มาตรา 863) อีกทั้งผู้เอาประกันภัยยังมีหน้าที่จะต้องแถลงข้อความจริง ซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นหรือบอกปัดไม่ยอมทําสัญญา ถ้าในขณะทําสัญญา ผู้เอาประกันปกปิดข้อความจริงหรือแถลงข้อความอันเป็นเท็จ สัญญาประกันภัยย่อมตกเป็นโมฆี่ยะ (มาตรา 865) แต่ถ้าหากผู้รับประกันภัยได้รู้หรือควรจะได้รู้ถึงการปกปิดข้อความจริงหรือการแถลงข้อความเท็จของผู้เอาประกันภัย ในขณะทําสัญญาประกันภัย สัญญานั้นย่อมเป็นอันสมบูรณ์ (มาตรา 866)

กรณีตามอุทาหรณ์ แยกวินิจฉัยได้ดังนี้

กรณีที่ 1 การที่นายเก่งได้นํารถยนต์ที่ตนเช่าซื้อไปทําสัญญาประกันภัยกับบริษัท มานะ ประกันภัยนั้น ถือว่านายเก่งในฐานะผู้เช่าซื้อย่อมเป็นผู้มีส่วนได้เสียในเหตุที่เอาประกันโดยไม่ต้องคํานึงว่า นายเก่งจะได้ชําระราคาค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้วหรือไม่ ดังนั้น เมื่อรถยนต์ของนายเก่งซึ่งได้ชําระค่าเช่าซื้อไป 40 งวด ยังไม่ครบ 60 งวด เกิดสูญหายจากการลักขโมย การที่บริษัท มานะประกันภัย ได้ปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหม ทดแทนโดยอ้างว่านายเก่งยังชําระค่าเช่าซื้อไม่ครบ กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ยังเป็นของบริษัท มอเตอร์อิมแพค นายเก่งไม่มีส่วนได้เสียในสัญญาประกันภัยนั้น ข้ออ้างในการปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนของบริษัท มานะ ประกันภัย ในกรณีนี้จึงฟังไม่ขึ้น

กรณีที่ 2 การที่นายเก่งแถลงข้อความอันเป็นเท็จในใบขอเอาประกันว่ารถยนต์ของตนนั้น จอดอยู่ในบ้านและในบริเวณนั้นไม่เคยมีการโจรกรรมรถยนต์เกิดขึ้น ทั้งที่แท้จริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ ถือว่า นายเก่งได้แถลงข้อความอันเป็นเท็จในขณะทําสัญญาประกันภัย สัญญาประกันภัยดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆี่ยะ ตามมาตรา 865 และถึงแม้ว่านายเกมส์ตัวแทนของบริษัท มานะประกันภัย จะได้รู้ถึงการแถลงข้อความอันเป็นเท็จ ดังกล่าว ก็ถือไม่ได้ว่าบริษัท มานะประกันภัย ได้รู้ถึงการแถลงข้อความอันเป็นเท็จนั้น เพราะนายเกมส์มีหน้าที่เพียง จัดหาและชักชวนให้ผู้อื่นมาทําสัญญาประกันภัยเท่านั้น แต่อํานาจในการพิจารณาและตรวจสอบข้อเท็จจริงใน ใบเสนอขอเอาประกันเป็นอํานาจของบริษัท มานะประกันภัย เมื่อบริษัท มานะประกันภัย ได้ทราบถึงการแถลง ข้อความอันเป็นเท็จของนายเก่ง บริษัท มานะประกันภัย ย่อมมีสิทธิที่จะบอกล้างให้สัญญาประกันภัยตกเป็นโมฆะ เพื่อไม่ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ ดังนั้นข้ออ้างในการปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่ว่านายเก่งแจ้งข้อความ อันเป็นเท็จจึงฟังขึ้น

สรุป

ข้ออ้างในการปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนของบริษัท มานะประกันภัย ที่ว่า นายเก่งไม่มีสวนได้เสียในสัญญาประกันภัยฟังไม่ขึ้น แต่ข้ออ้างที่ว่านายเก่งแจ้งข้อความอันเป็นเท็จนั้นฟังขึ้น ดังนั้น บริษัท มานะประกันภัย จึงไม่ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายเก่ง

 

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?