Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2561

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2012 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยประกันภัย

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1 นายทองเป็นเจ้าของบ้านราคา 10 ล้านบาท นายทองเอาประกันอัคคีภัยบ้านหลังนี้ไว้กับบริษัทผู้รับประกันภัยแห่งหนึ่ง โดยกรมธรรม์ประกันภัยมิได้กําหนดราคาแห่งส่วนได้เสียไว้ ส่วนจํานวนเงิน เอาประกันภัยระบุไว้ 7 ล้านบาท ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี นายทองชําระเบี้ยประกันภัยเป็นเงิน 7 พันบาท หลังจากทําสัญญาไป 4 เดือน เกิดเพลิงไหม้บ้านข้างเคียงแล้วลุกลามมาไหม้บ้านนายทอง เสียหายหมดทั้งหลัง นายทองเรียกร้องให้บริษัทประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแต่ได้รับการปฏิเสธ อ้างว่าสัญญาไม่ผูกพันและราคาแห่งส่วนได้เสียเป็นสาระสําคัญที่ต้องระบุไว้ในกรมธรรม์ฯ

Advertisement

ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่า ข้ออ้างของบริษัทประกันภัยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด จงยก ตัวบทอธิบาย

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 863 “อันสัญญาประกันภัยนั้น ถ้าผู้เอาประกันภัยมิได้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัย ไว้นั้นไซร้ ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันคู่สัญญาแต่อย่างหนึ่งอย่างใด”

มาตรา 867 วรรคสาม “กรมธรรม์ประกันภัย ต้องลงลายมือชื่อของผู้รับประกันภัย และมีรายการ ดังต่อไปนี้

(1) วัตถุที่เอาประกันภัย

(3) ราคาแห่งมูลประกันภัย ถ้าหากได้กําหนดกันไว้

(4) จํานวนเงินซึ่งเอาประกันภัย”

มาตรา 869 “อันคําว่า “วินาศภัย” ในหมวดนี้ ท่านหมายรวมเอาความเสียหายอย่างใด ๆ บรรดา ซึ่งจะพึงประมาณเป็นเงินได้”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายทองซึ่งเป็นเจ้าของบ้านราคา 10 ล้านบาท นายทองเอาประกัน อัคคีภัยบ้านหลังนี้ไว้กับบริษัทผู้รับประกันภัยแห่งหนึ่ง โดยกรมธรรม์ประกันภัยมิได้กําหนดราคาแห่งส่วนได้เสียไว้ ส่วนจํานวนเงินเอาประกันภัยระบุไว้ 7 ล้านบาท ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี นายทองได้ชําระเบี้ยประกันภัยเป็น เงิน 7 พันบาท หลังจากทําสัญญาได้ 4 เดือน เกิดเพลิงไหม้บ้านข้างเคียงแล้วลุกลามมาไหม้บ้านนายทองเสียหาย หมดทั้งหลัง เมื่อนายทองเรียกร้องให้บริษัทประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ได้รับการปฏิเสธอ้างว่าสัญญา ไม่ผูกพัน และราคาแห่งส่วนได้เสียเป็นสาระสําคัญที่ต้องระบุไว้ในกรมธรรม์ฯ นั้น ข้ออ้างของบริษัทประกันภัย ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ แยกพิจารณาได้ดังนี้

ประเด็นที่ 1 สัญญาประกันภัยผูกพันคู่สัญญาหรือไม่

กรณีนี้เห็นว่า เมื่อนายทองเป็นเจ้าของบ้านซึ่งเอาประกันอัคคีภัยไว้ ย่อมถือว่านายทองผู้เอา ประกันภัยมีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้นั้นตามมาตรา 863 อีกทั้งการที่เกิดเพลิงไหม้บ้านข้างเคียงแล้ว ลุกลามมาไหม้บ้านของนายทองเสียหายหมดทั้งหลัง ถือว่าเป็นวินาศภัยที่เกิดขึ้นกับนายทองแล้ว และการที่บ้านถูกไฟไหม้ทําให้นายทองเสียหายคิดเป็นเงิน 10 ล้านบาท แต่นายทองได้เอาประกันไว้เพียง 7 ล้านบาท ความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจึงประมาณเป็นเงินได้ตามมาตรา 869 ดังนั้น สัญญาจึงผูกพันคู่สัญญา ข้ออ้างของบริษัทประกันภัยที่ว่า สัญญาไม่ผูกพันจึงเป็นข้ออ้างที่ไม่ถูกต้อง

ประเด็นที่ 2 ในกรมธรรม์ฯ จะต้องระบุราคาแห่งส่วนได้เสียหรือไม่

เมื่อพิจารณาจากบทบัญญัติมาตรา 867 วรรคสาม (3) ที่ว่า “กรมธรรม์ประกันภัยต้องลงลายมือชื่อ ของผู้รับประกันภัย และมีรายการดังต่อไปนี้ (3) ราคาแห่งมูลประกันภัย ถ้าหากได้กําหนดกันไว้” ย่อมแสดง ให้เห็นว่าราคาแห่งส่วนได้เสียที่กฎหมายเรียกว่าราคาแห่งมูลประกันภัยนั้น จะกําหนดไว้ในกรมธรรม์ฯ หรือไม่ก็ได้ จึงไม่ใช่สาระสําคัญแห่งกรมธรรม์ฯ ดังนั้น ข้ออ้างของบริษัทประกันภัยที่ว่าราคาส่วนได้เสียเป็นสาระสําคัญที่ ต้องระบุไว้ในกรมธรรม์ฯ จึงไม่ถูกต้องเช่นกัน

สรุป ข้ออ้างทั้ง 2 ประการของบริษัทประกันภัยไม่ถูกต้อง

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?