LAW 2012 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยประกันภัย การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2554

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2554

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2012 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยประกันภัย

คำแนะนำ ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ

ข้อ 1. นายสมพงษ์ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์ของตนไว้กับบริษัทผู้รับประกันภัยแห่งหนึ่ง เป็นการทำประกันภัยประเภทที่ 1 คือ คุ้มครองทุกอย่างรวมทั้งอุบัติเหตุด้วย วงเงินเอาประกัน 500,000 บาท เบี้ยประกัน 3,000 บาท กรมธรรม์ฯ ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2538 สิ้นสุดวันที่ 5 พฤษภาคม 2539

Advertisement

ต่อมาวันที่ 13 มิถุนายน 2539 เกิดอุบัติเหตุกับรถคันดังกล่าวเสียหายเป็นเงิน 60,000 บาท นายสมพงษ์จึงบอกกล่าวให้บริษัทประกันฯทราบ แต่บริษัทประกันฯ แจ้งว่าการคุ้มครองตามสัญญาสิ้นสุดแล้ว หากนายสมพงษ์ต้องการให้บริษัทใช้ค่าสินไหมทดแทนต้องทำสัญญากันใหม่

และ นายสมพงษ์ต้องเสียเบี้ยประก้นให้บริษัทประกันฯด้วย นายสมพงษ์ต้องการได้ค่าสินไหมทดแทนแทนจึงยอมเสียเบี้ยประกันเป็นเงิน 3,000 บาท ให้บริษัทประกันฯ ซึ่งบริษัทประกันฯ ได้ออกกรมธรรม์ใหม่ ให้มีผลย้อนหลังว่า สัญญาเริ่มต้นให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2539 เป็นเวลา 1 ปี

เมื่อนายสมพงษ์ได้รับกรมธรรม์แล้ว ได้เรียกร้องให้บริษัทประกันฯ ใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นจำนวน 60,000 บาท จากการที่รถยนต์ของตนได้เกิดอุบัติเหตุในวันที่ 13 มิถุนายน 2539 ดังนี้ให้วินิจฉัยว่า บริษัทประกันฯ มีหน้าที่ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายสมพงษ์หรือไม่ เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 861 “อันว่าสัญญาประกันภัยนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ในกรณีวินาศภัยหากมีขึ้น หรือในเหตุอย่างอื่นในอนาคต ดังได้ระบุไว้ในสัญญา และในการนี้บุคคลอีกคนหนึ่งตกลงจะส่งเงินซึ่งเรียกว่า เบี้ยประกันภัย 

วินิจฉัย

สัญญาประกันภัยนั้น เป็นสัญญาที่ผู้รับประกันภัยตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือใช้เงินจำนวนหนึ่งให้เมื่อเกิดวินาศภัยหรือเหตุอย่างอื่นขึ้นในอนาคต หมายความว่า ขณะทำสัญญาประกับภัยนั้นวินาศภัย หรือเหตุอย่างอื่นยังไม่เกิดขึ้น ดังนั้น หากเป็นกรณีที่ภัยได้เกิดขึ้นก่อนที่จะได้ทำสัญญา ย่อมมิใช่ภัยที่อาจมีขึ้น ในอนาคตและมิใช่ภัยที่จะรับประกันได้ สัญญาดังกล่าวย่อมไม่ใช่สัญญาประกันภัย (มาตรา 861)

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่รถยนต์ของนายสมพงษ์ที่เอาประกันภัยไว้ได้เกิดอุบัติเหตุในวันที่ 13 มิถุนายน 2539 ซึ่งเป็นวันที่กรมธรรม์สิ้นอายุแล้วนั้น การคุ้มครองตามสัญญาประกันภัยย่อมสิ้นสุดลงแล้ว แม้ต่อมาบริษัทประกันฯ จะได้ออกกรมธรรมให้นายสมพงษ์ใหม่ และให้สัญญาเริ่มต้นให้ความคุ้มครองย้อนหลังไป ก่อนวันเกิดวินาศภัย 2 วัน คือวันที่ 11 มิถุนายน 2539 ก็ตาม แต่เมื่อปรากฏว่าการออกกรมธรรมครั้งหลังนี้

เป็นการออกกรมธรรม์ให้ภายหลังที่วินาศภัยได้เกิดขึ้นแล้ว ย่อมไม่เกิดเป็นสัญญาประกันภัยขึ้นใหม่ อันจะมีผลผูกพันบริษัทประกันฯ แต่อย่างใด ดังนั้นบริษัทประกันฯ จึงไม่มีหน้าที่ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายสมพงษ์ ตามมาตรา 861 (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 2513/2518)

สรุป บริษัทประกับภัยไม่มีหน้าที่ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายสมพงษ์

Advertisement