Advertisement

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2558

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2012 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยประกันภัย

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1 นายสมจดทะเบียนสมรสกับนางสาวศรี ต่อมานายสมเอาประกันชีวิตนางศรีไว้กับบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งแบบอาศัยความมรณะ ระยะเวลาเอาประกันภัย 30 ปี วงเงิน 5 แสนบาท ชื่อผู้เอาประกันภัย และชื่อผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์คือนายสม 10 ปีต่อมา นายสมอุปการะเลี้ยงดูและยกย่องนางสาวสวยฉันภริยา นางศรีจึงฟ้องหย่า ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้หย่าได้ อีก 2 ปีต่อมา นางศรี จดทะเบียนสมรสใหม่กับนายเท่ห์ ครั้น 1 ปีต่อมานางศรีประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ถึงแก่ความตาย นายสมทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์จึงยื่นขอรับเงินประกันชีวิต แต่บริษัทประกันฯ ปฏิเสธการจ่ายเงิน อ้างว่านายสมได้หย่าขาดกับนางศรีไปแล้วโดยคําพิพากษาของศาล บริษัทประกันจึงไม่มีหน้าที่จ่ายเงิน ตามสัญญาประกันชีวิตแม้อยู่ในระหว่างอายุสัญญาก็ตาม อยากทราบว่าข้ออ้างของบริษัทประกันฯ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด จงยกตัวบทอธิบาย

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 863 “อันสัญญาประกันภัยนั้น ถ้าผู้เอาประกันภัยมิได้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้ นั้นไซร้ ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันคู่สัญญาแต่อย่างหนึ่งอย่างใด”

วินิจฉัย

สัญญาประกันชีวิตนั้นถือว่าเป็นสัญญาประกันภัยประเภทหนึ่ง จึงต้องนําเอาบทบัญญัติใน หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป มาใช้บังคับด้วย กล่าวคือ ผู้เอาประกันชีวิตจะต้องมีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัย คือจะต้องมีส่วนได้เสียในชีวิตของผู้เอาประกันภัยด้วย ซึ่งอาจจะเป็นชีวิตของตนเองหรือชีวิตของผู้อื่นก็ได้ สัญญาประกันชีวิตจึงจะมีผลผูกพันคู่สัญญา (มาตรา 863)

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายสมจดทะเบียนสมรสกับนางสาวศรี และต่อมานายสมเอาประกันชีวิต นางศรีไว้กับบริษัทประกันชีวิตนั้น ถือว่าเป็นการประกันชีวิตผู้อื่น ซึ่งเมื่อพิจารณาตัวผู้เอาประกันภัยคือนายสม จะเห็นได้ว่า มีความสัมพันธ์กับนางศรีในฐานะคู่สมรส ทั้งนี้เพราะนายสมมีสิทธิและหน้าที่ความรับผิดต่อชีวิตของ นางศรีภริยาที่ได้มาเอาประกันไว้กับบริษัทผู้รับประกัน จึงถือว่านายสมมีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้แล้ว และ ประการสําคัญส่วนได้เสียนั้นผู้เอาประกันต้องมีในขณะทําสัญญาด้วย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าในขณะทําสัญญา นายสมมีส่วนได้เสียในชีวิตของนางศรีเนื่องจากขณะนั้นยังไม่ได้หย่ากันสัญญาจึงมีผลผูกพัน แม้ต่อมาส่วนได้เสีย จะหมดไปเพราะหย่าขาดจากกัน ก็ไม่ทําให้สัญญาที่มีผลผูกพันตั้งแต่ต้นกลายเป็นสัญญาที่ไม่ผูกพันในภายหลัง ดังนั้น บริษัทประกันชีวิตจึงมีหน้าที่จ่ายเงินตามสัญญา จะปฏิเสธการจ่ายเงินโดยอ้างว่านายสมได้หย่าขาดกับนางศรี ไปแล้ว บริษัทประกันจึงไม่มีหน้าที่จ่ายเงินตามสัญญาประกันชีวิตนั้นไม่ได้

สรุป

บริษัทประกันชีวิตมีหน้าที่จ่ายเงินให้แก่นายสมผู้รับประโยชน์ ข้ออ้างของบริษัท ประกันชีวิตดังกล่าวข้างต้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

Advertisement

อดทนและมีวินัยในการอ่านหนังสือ แล้วความสำเร็จจะเป็นของคุณ

Log in with your credentials

Forgot your details?