LAW2012 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยประกันภัย 1/2558

Advertisement

การสอบไล่ภาค 1 ปีการศึกษา 2558

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2012 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยประกันภัย

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1 วันที่ 15 มกราคม 2553 นายแก้วทําสัญญาประกันชีวิตตนเองแบบอาศัยความมรณะกับบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งซึ่งกําหนดให้นางขำภริยาเป็นผู้รับประโยชน์ ระยะเวลา 30 ปี จํานวนเงินเอา ประกันภัย 1 ล้านบาท ก่อนทําสัญญาประกันชีวิตนายแก้วทราบดีว่าตนเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน และโรคเบาหวานซึ่งเป็นโรคสําคัญที่บริษัทประกันชีวิตไม่รับทําสัญญา นายแก้วแถลงในใบคําขอเอาประกันชีวิตว่าไม่เคยเป็นโรคดังกล่าว เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2555 นายแก้วเสียชีวิตด้วยโรค ไข้หวัดใหญ่ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 นางขำเรียกร้องให้บริษัทประกันชีวิตจ่ายเงินให้แก่ตนพร้อมทั้ง แนบประวัติการรักษาของนายแก้วตั้งแต่เข้ารักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน โรคเบาหวาน และ โรคไข้หวัดใหญ่ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2555 บริษัทประกันชีวิตจึงปฏิเสธการจ่ายเงินโดยอ้างว่า นายแก้วปกปิดข้อเท็จจริง ดังนี้ บริษัทประกันชีวิตจึงต้องจ่ายเงินประกันให้แก่นางขำหรือไม่ เพราะ เหตุใด จงยกตัวบทอธิบาย

Advertisement

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 865 “ถ้าในเวลาทําสัญญาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยก็ดีหรือในกรณีประกันชีวิต บุคคลอันการใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของเขานั้นก็ดี รู้อยู่แล้วละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริง ซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีกหรือให้บอกปัดไม่ยอมทําสัญญา หรือว่ารู้อยู่แล้ว แถลงข้อความนั้นเป็นความเท็จไซร้ ท่านว่าสัญญานั้นเป็นโมฆียะ

ถ้ามิได้ใช้สิทธิบอกล้างภายในกําหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันที่ผู้รับประกันภัยทราบมูลอันจะบอกล้าง ได้ก็ดี หรือมิได้ใช้สิทธินั้นภายในกําหนดห้าปีนับแต่วันทําสัญญาก็ดี ท่านว่าสิทธินั้นเป็นอันระงับสิ้นไป”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่นายแก้วได้ทําสัญญาประกันชีวิตตนเองแบบอาศัยความมรณะ ไว้กับบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งในวันที่ 15 มกราคม 2553 โดยกําหนดให้นางขำภริยาเป็นผู้รับประโยชน์นั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ก่อนทําสัญญาประกันชีวิตนายแก้วทราบดีว่าตนเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตันและ โรคเบาหวานซึ่งเป็นโรคสําคัญที่บริษัทประกันชีวิตไม่รับทําสัญญา แต่นายแก้วได้แถลงในใบคําขอเอาประกันชีวิต ว่าไม่เคยเป็นโรคดังกล่าว การกระทําของนายแก้วถือว่าเป็นกรณีที่นายแก้วผู้เอาประกันชีวิตรู้อยู่แล้วละเว้นเสีย ไม่เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัยให้บอกปัดไม่ยอมทําสัญญา หรือรู้อยู่แล้วแต่ได้แถลง ข้อความนั้นเป็นเท็จ ดังนั้นสัญญาประกันชีวิตดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆยะตั้งแต่ขณะทําสัญญาตามมาตรา 865 วรรคแรก แม้จะปรากฏในภายหลังว่านายแก้วได้เสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ไม่ได้เสียชีวิตด้วยโรคที่ปกปิดก็ตาม ก็ไม่ทําให้สัญญาที่ตกเป็นโมฆียะตั้งแต่แรกนั้นเปลี่ยนแปลงมาเป็นสัญญาที่สมบูรณ์แต่อย่างใด บริษัทประกันชีวิต จึงมีสิทธิบอกล้างสัญญาประกันชีวิตนี้ได้แต่จะต้องใช้สิทธิบอกล้างภายในกําหนด 1 เดือนนับแต่วันที่บริษัท ประกันชีวิตได้ทราบมูลอันอาจจะบอกล้างได้ แต่ต้องไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันทําสัญญา (มาตรา 865 วรรคสอง)

และเมื่อข้อเท็จจริงตามอุทาหรณ์ปรากฏว่าในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 นางขำเรียกร้องให้ บริษัทประกันชีวิตจ่ายเงินให้แก่ตนพร้อมทั้งแนบประวัติการรักษาของนายแก้วตั้งแต่เข้ารักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตันโรคเบาหวาน และโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งถือว่าบริษัทประกันชีวิตได้ทราบข้อมูลอันจะบอกล้างแล้ว และการที่บริษัท ปฏิเสธการจ่ายเงินให้แก่นางขําในวันที่ 10 มีนาคม 2555 จึงเป็นการบอกล้างสัญญาประกันภัยภายในกําหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ทราบข้อมูลอันจะบอกล้างได้ และไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันทําสัญญาตามมาตรา 865 วรรคสอง ดังนั้น บริษัทประกันชีวิตจึงไม่ต้องจ่ายเงินให้แก่นางขํา

สรุป

บริษัทประกันชีวิตไม่ต้องจ่ายเงินประกันให้แก่นางขํา

 

Advertisement