LAW2011 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตัวแทน 2/2558

การสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2558

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2011 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตัวแทน นายหน้า

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1. ดํามอบอํานาจให้แดงเป็นตัวแทนไปกู้เงินโดยมิได้มอบหมายเป็นหนังสือ แดงไปกู้เงินขาว 5 แสนบาท โดยทําหลักฐานการกู้เป็นหนังสือและเขียนใบสัญญาว่ากู้แทนดํา ต่อมาดําผิดนัดชําระหนี้ ขาวจึง ฟ้องดําให้ชําระหนี้ 5 แสนนั้น ศาลยกคําฟ้องของขาวโดยให้เหตุผลในการยกฟ้องว่า ดํามิใช่เป็น คู่สัญญาของขาว ขาวจึงไม่มีอํานาจฟ้อง

ให้ท่านวินิจฉัยว่า คําสั่งของศาลชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด ประเด็นหนึ่ง อีกประเด็นหนึ่งในการกู้เงินในประเด็นแรก ถ้าแดงกู้เงิน 5 แสนแล้วนํามาให้ดําทั้ง 5 แสน

ดังนี้ขาวจะฟ้องให้ดําต้องรับผิดในหลักกฎหมายใดได้บ้าง เพราะเหตุใด

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 653 วรรคหนึ่ง “การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการ กู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสําคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่”

มาตรา 798 “กิจการอันใดท่านบังคับไว้โดยกฎหมายว่าต้องทําเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทน เพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องทําเป็นหนังสือด้วย

กิจการอันใดท่านบังคับไว้ว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องมี หลักฐานเป็นหนังสือด้วย”

มาตรา 820 “ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายอันตัวแทนหรือ ตัวแทนช่วงได้ทําไปภายในขอบอํานาจแห่งฐานตัวแทน”

มาตรา 821 “บุคคลผู้ใดเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี รู้แล้วย่อมให้ บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก ผู้สุจริตเสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน”

มาตรา 823 “ถ้าตัวแทนกระทําการอันใดอันหนึ่งโดยปราศจากอํานาจก็ดี หรือทํานอกทําเหนือ ขอบอํานาจก็ดี ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันตัวการเว้นแต่ตัวการจะให้สัตยาบันแก่การนั้น

ถ้าตัวการไม่ให้สัตยาบัน ท่านว่าตัวแทนย่อมต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกโดยลําพังตนเอง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าบุคคลภายนอกนั้นได้รู้อยู่ว่าตนทําการโดยปราศจากอํานาจ หรือทํานอกเหนือขอบอํานาจ”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ วินิจฉัยได้ดังนี้

ประเด็นแรก การกู้ยืมเงินเกินกว่า 2,000 บาทขึ้นไปนั้น บทบัญญัติมาตรา 653 วรรคหนึ่ง บังคับว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสําคัญ จึงจะใช้ฟ้องร้องบังคับคดีตาม กฎหมายได้ เมื่อกฎหมายบังคับให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อไปทําสัญญากู้จึงต้องมีหลักฐาน เป็นหนังสือด้วย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าดํามอบอํานาจให้แดงไปกู้เงินโดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ เช่นนี้แดงย่อม ไม่มีอํานาจลงชื่อในสัญญากู้เงินนั้น เพราะดําตั้งแดงเป็นตัวแทนไปกู้เงินโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 798 วรรคสอง

ดังนั้นการที่แดงลงชื่อในสัญญากู้เงินกับขาวก็เท่ากับว่าแดงลงชื่อโดยปราศจากอํานาจตามมาตรา 823 วรรคหนึ่ง สัญญากู้ยืมเงินนั้นจึงไม่ผูกพันดําตัวการ แดงตัวแทนจึงต้องรับผิดต่อขาวโดยลําพังตามมาตรา 823 วรรคสอง และเมื่อขาวฟ้องดําให้ชําระหนี้ ศาลได้ยกคําฟ้องของขาวโดยให้เหตุผลในการยกฟ้องว่า ดํามิใช่เป็นคู่สัญญากับขาว ขาวจึงไม่มีอํานาจฟ้องนั้น คําสั่งของศาลจึงชอบด้วยกฎหมาย เคานาจในการอบรม

ประเด็นที่สอง การที่แดงไปกู้เงินจากขาว 5 แสนบาทแล้วนํามาให้ดําทั้ง 5 แสนบาทนั้น เมื่อดํารับเงินนั้นไว้ก็เท่ากับว่าเป็นการให้สัตยาบันแก่แดง ลัญญากู้ยืมเงินจึงผูกพันดําตัวการตามมาตรา 823 วรรคหนึ่ง อีกทั้งกรณีดังกล่าวถือได้ว่าดําได้เชิดให้แดงออกแสดงเป็นตัวแทนของดําตามมาตรา 821 ดําจึงต้องรับผิด ต่อขาวบุคคลภายนอกเสมือนว่าแดงเป็นตัวแทนของตนตามมาตรา 821 ประกอบมาตรา 820 ดังนั้น เมื่อดํา ผิดนัดชําระหนี้ ขาวจึงสามารถฟ้องให้ดํารับผิดได้

สรุป

ประเด็นแรก คําสั่งยกฟ้องของศาลชอบด้วยกฎหมาย

ประเด็นที่สอง ขาวฟ้องให้ดํารับผิดชําระหนี้ได้