LAW2010 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยค้ำประกัน S/2558

Advertisement

การสอบไล่ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2558

ข้อสอบกระบวนวิชา LAW 2010 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยค้ำประกัน ฯลฯ

คําแนะนํา ข้อสอบเป็นอัตนัยล้วน มี 3 ข้อ (คะแนนเต็มข้อละ 25 คะแนน)

ข้อ 1แดงกู้เงินเขียว 5 ล้านบาท แต่ไม่มีหลักฐานการกู้ยืม เขียวขอให้แดงพาผู้ค้ำประกันมาให้ แดงจึงไป หาม่วงให้มาค้ำประกัน โดยม่วงตกลงกับเขียวว่าหากแดงชําระหนี้ไม่ได้ ตนจะเป็นผู้ชําระหนี้แทน หลังจากนั้นได้ทําหลักฐานการค้ำประกันแต่ลงลายมือชื่อม่วงคนเดียวเท่านั้น ต่อมาอีก 2 เดือน แดงไปนําที่ดินของตนไปจํานองกับเขียวเพื่อเป็นหลักประกันเพิ่มอีก ในจํานวน 2 ล้านบาท แดงได้ชําระหนี้ดอกเบี้ยมาโดยตลอด เขียวสงสารแดงจึงปลดจํานองที่ดินของแตงเพื่อแดงจะได้ นําที่ดินไปทํากิจการอย่างอื่นได้ แต่เมื่อหนี้ถึงกําหนดชําระ แดงนําเงินที่ได้ไปลงทุนเพิ่มในที่ดินแปลงนั้น จนทําให้ไม่มีเงินมาชําระหนี้ ให้เขียว 5 ล้านบาท เขียวจึงใช้สิทธิไปบังคับม่วงให้ชําระหนี้แทน ม่วงต่อสู้ว่า สัญญาค้ำประกัน ไม่สมบูรณ์ เพราะเขียวและแดงมิได้ลงลายมือชื่อด้วย และหากต้องชําระก็ขอหักออกจากเงิน 2 ล้านบาทที่เขียวปลดจํานองให้แดง

Advertisement

อยากทราบว่า ข้อต่อสู้ของม่วงทั้ง 2 ข้อ รับฟังได้หรือไม่ เพราะเหตุใด จงอธิบาย พร้อมหลักกฎหมาย

ธงคําตอบ

หลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 680 “อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่งเพื่อชําระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชําระหนี้นั้น

อนึ่งสัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน เป็นสําคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่”

มาตรา 686 “ลูกหนี้ผิดนัดลงเมื่อใด ท่านว่าเจ้าหนี้ชอบที่จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชําระหนี้ได้ แต่นั้น”

มาตรา 697 “ถ้าเพราะการกระทําอย่างใดอย่างหนึ่งของเจ้าหนี้เอง เป็นเหตุให้ผู้ค้ำประกัน ไม่อาจเข้ารับช่วงได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในสิทธิก็ดี จํานองก็ดี จํานําก็ดี และบุริมสิทธิอันได้ให้ไว้แก่เจ้าหนี้แต่ก่อน หรือในขณะทําสัญญาค้ำประกันเพื่อชําระหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดเพียงเท่าที่ตน ต้องเสียหายเพราะการนั้น”

วินิจฉัย

กรณีตามอุทาหรณ์ การที่ม่วงทําสัญญาค้ำประกันการชําระหนี้ของแดงกับเขียว โดยมีการ ลงลายมือชื่อม่วงเพียงคนเดียวนั้น สัญญาค้ำประกันย่อมมีผลสมบูรณ์ใช้บังคับคดีกันได้ตามมาตรา 680 วรรคสอง เพราะสัญญาค้ำประกันนั้น กฎหมายกําหนดให้ลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสําคัญ ส่วนเจ้าหนี้และลูกหนี้

หาจําต้องลงลายมือชื่อในสัญญาค้ำประกันด้วยไม่ ดังนั้น เมื่อหนี้ถึงกําหนดชําระและปรากฏว่าแดงชําระหนี้ไม่ได้ เขียวเจ้าหนี้ย่อมฟ้องเรียกให้ม่วงผู้ค้ําประกันชําระหนี้แทนแดงได้ ตามมาตรา 686 ข้อต่อสู้ของม่วงที่ว่า สัญญาค้ำประกันไม่สมบูรณ์เพราะเขียวและแดงมิได้ลงลายมือชื่อด้วยนั้น จึงรับฟังไม่ได้

และตามมาตรา 697 ได้กําหนดไว้ว่า ถ้าเจ้าหนี้ได้กระทําการอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นเหตุให้ ผู้ค้ำประกันไม่อาจเข้ารับช่วงได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในสิทธิ จํานอง จํานํา หรือบุริมสิทธิที่ได้ให้ไว้แก่เจ้าหนี้

ก่อนหรือขณะทําสัญญาค้ำประกันเพื่อชําระหนี้นั้น ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดเพียงเท่าที่ตนต้อง เสียหายเพราะการกระทําของเจ้าหนี้นั้น ดังนั้น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า การที่เขียวปลดจํานองที่ดินของแดงนั้น เป็นการปลดจํานองที่เกิดมีขึ้นหลังจากมีการค้ําประกันแล้ว ย่อมไม่ทําให้ผู้ค้ำประกันเสียหาย อันจะทําให้ ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในส่วนดังกล่าวตามมาตรา 697 แต่อย่างใด ข้อต่อสู้ของม่วงที่ว่า หากต้องชําระ ก็ขอหักออกจากเงิน 2 ล้านบาท ที่เขียวปลดจํานองให้แดง จึงรับฟังไม่ได้เช่นกัน

สรุป

ข้อต่อสู้ของม่วงทั้ง 2 ข้อ รับฟังไม่ได้

 

Advertisement